โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดมูลค่าทรัพย์สิน อัศวิน "เซอร์เดวิด เบ็กแฮม"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 พ.ย. 2568 เวลา 06.47 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2568 เวลา 04.37 น.
vai AP

เสียงปรบมือก้องสะท้อนในโถงหินอ่อนของพระราชวังวินด์เซอร์ เมื่อชายวัย 50 ปี ผู้เคยสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติอังกฤษคุกเข่าลงเบื้องหน้าพระมหากษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 มาวันนี้ไม่ได้สวมชุดแข่ง แต่เป็นมอร์นิ่งสูทสีเทาที่ภรรยาออกแบบให้เพื่อเข้ารับตำแหน่งอันทรงเกียรติในราชสำนัก “เดวิด เบ็กแฮม” กลายเป็น “เซอร์เดวิด เบ็กแฮม” อย่างสมบูรณ์แบบ

พิธีอันสง่างามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2025 ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายของเกียรติยศทางราชสำนักเท่านั้น แต่เล่าเส้นทางชีวิตที่เปลี่ยนจาก “นักฟุตบอลอาชีพ” สู่ “เจ้าของอาณาจักรพันล้าน” ชายผู้ใช้ชื่อของตัวเองสร้างมิตรภาพอันดีงามต่อราชวงศ์ และรายได้มหาศาลจนสำนักข่าวระดับโลกขนานนามว่า “มนุษย์แบรนด์แห่งศตวรรษที่ 21”

อีสต์ลอนดอนสู่โอลด์ทรัฟฟอร์ด

เดวิด เบ็กแฮม เกิดในครอบครัวชนชั้นแรงงานในย่านเลย์ตันสโตน (East London) พ่อเป็นพ่อครัว แม่เป็นช่างทำผม และความฝันในวัยเด็กของเขามีเพียงอย่างเดียว “อยากเล่นให้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด”
ด้วยพรสวรรค์และวินัยที่เข้มงวด เบ็กแฮมได้เข้าอะคาเดมีของทีมปี 1991 และประเดิมทีมชุดใหญ่ในปี 1992

เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของ “คลาสออฟ’92” รุ่นทองที่พาแมนฯยูฯครองแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย แชมเปียนส์ลีก 1 สมัย และอีกนับไม่ถ้วน พร้อมขึ้นแท่นกัปตันทีมชาติอังกฤษ และกลายเป็นไอคอนระดับโลกในช่วงทศวรรษ 1990s

แต่สิ่งที่ทำให้เบ็กแฮมแตกต่างจากนักเตะร่วมยุคคือ “การเข้าใจคุณค่าของชื่อเสียง” เขาไม่ได้ขายแค่ฝีเท้า แต่ขาย “ภาพลักษณ์” ใบหน้าคม รอยยิ้มอบอุ่น ทรงผมและสไตล์ที่เปลี่ยนไปทุกปี
เขาเคยพูดกับ BBC Sport อย่างตรงไปตรงมาว่า “ผมรู้ดีว่าคนมองผมยังไง ผมจึงจะใช้มันสร้างแต่สิ่งดี ๆ”

หลังจากคว้าความสำเร็จในอังกฤษ เบ็กแฮมย้ายไปเรอัล มาดริด ในปี 2003 ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ “เบ็กแฮมเอฟเฟ็กต์” ไม่ใช่แค่ในสนาม แต่ในเชิงพาณิชย์

ยอดขายเสื้อทีมพุ่งสูง รายได้จากลิขสิทธิ์ภาพของเขาทำให้มาดริดทำเงินได้หลายร้อยล้านยูโร เขากลายเป็นนักกีฬาคนแรกที่กลายเป็นสมบัติล้ำค่าของสโมสรที่ใครก็เทียบไม่ติด

เมื่อย้ายไปเล่นให้ LA Galaxy ในเมเจอร์ลีก สหรัฐ ปี 2007 สัญญามูลค่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของเขาทำให้วงการฟุตบอลอเมริกาสั่นสะเทือน และยังมอบ “สิทธิในการถือหุ้นสโมสรใหม่ในอนาคต” ซึ่งกลายเป็นต้นทุนของการก่อตั้ง Inter Miami CF ในเวลาต่อมา

จักรวาลแบรนด์

เมื่อแขวนสตั๊ดในปี 2013 เบ็กแฮมไม่ได้หายไปจากสื่อ แต่กลับสร้าง “จักรวาลแบรนด์” ของตนเอง ภายใต้บริษัท DB Ventures Ltd. ซึ่งดูแลสิทธิภาพลักษณ์ สัญญาโฆษณา และผลิตภัณฑ์ในชื่อของเขาเอง

ในปี 2024 The Guardian รายงานว่า DB Ventures มีกำไร 72 ล้านปอนด์ และเบ็กแฮมรับเงินปันผล 28 ล้านปอนด์ ภายในปีเดียว บริษัททำสัญญาระยะยาวกับ Adidas, Tudor Watch, Maserati, Sands Resorts และ Haig Club Whisky โดยมีมูลค่ารวมมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ทั้งนี้ยังขายสิทธิบางส่วนให้บริษัทอเมริกัน Authentic Brands Group (ABG) เพื่อขยายเครือข่ายสินค้า และแบรนด์ “Beckham” กลายเป็นทรัพย์สินทางการตลาดระดับโลก ถูกประเมินว่ามีมูลค่ากว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปี 2018 เบ็กแฮมใช้สิทธิที่ได้รับจาก MLS สร้างสโมสร Inter Miami CF โดยเริ่มต้นจากเงินลงทุน 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลา 5 ปี สโมสรเติบโตเป็นหนึ่งในทีมที่มีมูลค่าสูงสุดในเมเจอร์ลีก

หลังการย้ายมาของลิโอเนล เมสซี ในปี 2023 มูลค่าทีมพุ่งทะยานแตะ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามรายงานของ Forbes 2025 และทำให้ส่วนแบ่งหุ้นของเบ็กแฮมเพิ่มมูลค่ากว่า 40 เท่าจากราคาตั้งต้น

Inter Miami ไม่ได้เป็นแค่ธุรกิจฟุตบอล แต่คือ “โปรเจ็กต์วัฒนธรรม” ที่ผสมผสานกีฬา แฟชั่น และดนตรีเข้าด้วยกัน สนามแข่งขันของทีมถูกออกแบบให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่ของไมอามี และกลายเป็นศูนย์รวมของเศรษฐกิจไลฟ์สไตล์ในฟลอริดา

บ้านหรูและทรัพย์สินทั่วโลก

คู่สามีภรรยาเบ็กแฮมถือครองอสังหาริมทรัพย์มูลค่ารวมกว่า 60 ล้านปอนด์ ประกอบด้วย

  • คฤหาสน์ Holland Park ในลอนดอน มูลค่า 31 ล้านปอนด์ ซื้อในปี 2013
  • บ้านพักใน Cotswolds มูลค่า 12 ล้านปอนด์ ที่กลายเป็นฉากหลังของโฆษณาหลายแคมเปญ
  • เพนต์เฮาส์ริมทะเลในไมอามี มูลค่า 20 ล้านปอนด์ ใกล้สนาม Inter Miami
  • ที่ดินในดูไบและฝรั่งเศส ซึ่งใช้เป็นรีสอร์ตพักผ่อนของครอบครัว ทุกที่ตกแต่งโดย Victoria และทีมดีไซเนอร์มืออาชีพ โดยเน้นความหรูหราแต่เรียบง่ายแบบอังกฤษ และใช้สำหรับถ่ายแคมเปญของแบรนด์ในเครือ

“Victoria & David”

รายงานจาก MoneyWeek ระบุว่า มูลค่ารวมของทั้งคู่ใน The Sunday Times Rich List 2025 ที่ 500 ล้านปอนด์ (ประมาณ 620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยครอบคลุมทั้งธุรกิจแฟชั่นของ Victoria และการลงทุนของ David

แบรนด์ Victoria Beckham ซึ่งเริ่มต้นในปี 2008 กลายเป็นชื่อใหญ่ในแฟชั่นโลก และแม้จะเผชิญความท้าทายทางการเงิน แต่ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร Beckham Group ที่สร้างภาพลักษณ์ “ครอบครัวอังกฤษสมัยใหม่” ซึ่งขายได้ทั่วโลก

รากฐานการกุศล-ความผูกพันต่อราชวงศ์

นับตั้งแต่ปี 2005 เบ็กแฮมเป็นทูตสันถวไมตรีของ UNICEF และก่อตั้ง 7 Fund เพื่อช่วยเหลือเด็กในแอฟริกา เอเชีย และอเมริกาใต้ ในปี 2024 เขายังได้รับแต่งตั้งให้เป็น Ambassador of The King’s Foundation โครงการในพระราชดำริของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและการศึกษาธรรมชาติในหมู่เยาวชน

ความสัมพันธ์กับราชวงศ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเกียรติยศ แต่เป็น “สายใยแห่งการรับใช้”
ปี 2022 เขาเคยต่อแถว 12 ชั่วโมงเพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และกล่าวเพียงว่า

“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้อยู่ในช่วงเวลานั้นกับประชาชนทุกคน”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า “การเป็น Sir มีความหมายอย่างไร”

เขาตอบเพียงสั้น ๆ ว่า

“มันคือเกียรติสูงสุดในชีวิตของผม ผมไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดมูลค่าทรัพย์สิน อัศวิน “เซอร์เดวิด เบ็กแฮม”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...