ธรรมเนียมพระราชทาน “พระสุพรรณบัฏ” เฉลิมพระอิสริยยศเจ้านายสมัย ร.2
ธรรมเนียมการพระราชทานพระสุพรรณบัฏ เป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีเฉลิมพระนาม-เฉลิมพระยศเจ้านายมาแต่โบราณ ธรรมเนียมนี้คืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร?
ดร. นนทพร อยู่มั่งมี อธิบายไว้ใน “ธรรมเนียมการพระราชทานพระสุพรรณบัฏสมัยกรุงรัตนโกสินทร์”นิตยสารศิลปวัฒนธรรมฉบับสิงหาคม 2562 ว่า การพระราชทานพระสุพรรณบัฏคือการมอบ “แผ่นทอง” จารึกพระนามเจ้านาย พร้อม “พระอิสริยยศ” ที่ได้รับพระราชทานใหม่ นับเป็นสิ่งเชิดชูพระเกียรติยศแก่เจ้านายพระองค์นั้น
ความหมายของ สุพรรณบัฏตามอักขราภิธานศรับท์ ของหมอบรัดเล คือ “สุพรรณบัต คือ แผ่นทองที่เขียนจาฤกพระนามเจ้าที่ตั้งเปนกรมนั้น”
สุพรรณบัฏจึงเกี่ยวข้องกับการเลื่อนพระอิสริยยศเจ้านาย ด้วยการ “ทรงกรม”ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ปรากฏมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยาแล้ว
การให้เจ้านายทรงกรมในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ เหตุผลหลักคือเพราะพระองค์ทรงประสบปัญหาการชิงอำนาจทางการเมือง จึงทรงแก้ปัญหาด้วยการให้พระบรมวงศ์ใกล้ชิดถือครองกำลังพลเทียบเท่ากับกรมกองหนึ่งในระบบราชการ แต่การทรงกรมในสมัยหลัง ๆ โดยเฉพาะตั้งแต่รัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา การทรงกรมเป็นการเฉลิมพระอิสริยยศเจ้านายให้สูงยิ่งขึ้นเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ควบคุมกำลังพลแต่อย่างใด
นอกจากการพระสุพรรณบัฏแล้ว ธรรมเนียมการเฉลิมพระยศเจ้านายด้วยการทรงกรมยังประกอบด้วยสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ “การอภิเษก” หรือการรดน้ำ ที่กระทำควบคู่กันไปในพระราชพิธีเฉลิมพระยศเจ้านาย หรือพระราชพิธีสำคัญอย่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งมีการถวายน้ำอภิเษกแด่พระมหากษัตริย์ พร้อมทูลเกล้าฯ ถวายพระสุพรรณบัฏจารึกพระนาม
ธรรมเนียมการนี้จึงนับว่าเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ มีองค์ประกอบสำคัญ4 ประการตามที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายไว้ ได้แก่
- ต้องหาวันฤกษ์งามยามดีที่กระทำ
- ต้องทำพิธีจารึกในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เช่น ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
- ต้องมีทั้งสมณะและพราหมณ์พร้อมกันอวยชัยในการพิธี
- ต้องประชุมเสนาบดีนั่งเป็นสักขีพยาน
การพระราชทานพระสุพรรณบัฏแก่พระบรมวงศานุวงศ์ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ มีรายละเอียดขั้นตอนชัดเจนยิ่งขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ครั้งทรงสถาปนาพระอิสริยยศทรงกรมแก่ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3) กับเจ้านายพระองค์อื่น ๆ เมื่อ พ.ศ. 2356
ครั้งนั้น รัชกาลที่ 2 โปรดให้จารึกพระสุพรรณบัฏเต็มตามตำรา แล้วนำไป “ฝากไว้แก่ผู้รักษาพระอุโบสถ” เมื่อถึงวันงาน เจ้าพนักงานจะเชิญพระเสลี่ยงและพระกลดมารับพานพระสุพรรณบัฏ แล้วแห่จากพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามเข้าไปตั้งในมณฑลพิธี ณ พระบรมมหาราชวัง ซึ่งจะมีพระสงฆ์มาเจริญพระปริตรเย็น
รุ่งเช้าวันถัดมา เจ้านายที่จะรับกรมเสด็จเข้าสู่ที่สรงให้พระสงฆ์กับพราหมณ์ถวายน้ำมนตร์ (น้ำอภิเษก) เมื่อสรงเสร็จเจ้านายจะแต่งพระองค์เสด็จมาประทับในท้องพระโรง ถัดมาอาลักษณ์เชิญพระสุพรรณบัฏเข้าไปถวาย เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน จากนั้นเจ้านายที่รับกรมจะเสด็จเข้าไปเข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์ที่เสด็จออกขุนนางภายในพระบรมมหาราชวัง แล้วทูลเกล้าฯ ถวายดอกไม้ ธูปเทียน กับต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง
ด้วยรูปแบบขั้นตอนดังกล่าว กล่าวได้ว่าตอนต้นรัตนโกสินทร์พระเจ้าแผ่นดินจึงมิได้เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีโดยตรง เพียงแต่มีพระราชดำรัสจาก “หลังพระที่นั่ง”
การถวายต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง นั้น สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่า เป็นธรรมเนียมสืบเนื่องมาจากประเพณีการตั้งเจ้านายไปครองเมือง และต้องถวายต้นไม้เงินต้นไม้ทองแสดงความจงรักภักดีเช่นเดียวกับเจ้าเมืองประเทศราช เมื่อเปลี่ยนจากการครองเมืองมาเป็นการทรงกรม จึงยังต้องถวายต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง ตามประเพณีเดิมนั่นเอง
จะเห็นว่า พระสุพรรณบัฏในพระราชพิธีเฉลิมพระนาม-เฉลิมพระยศเจ้านายมีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นหัวใจของพิธีร่วมกับการสรงน้ำอภิเษก และการเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินของเจ้านายที่ได้เฉลิมพระอิสริยยศเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม รูปแบบธรรมเนียมในรัชสมัยต่อ ๆ มาก็ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเรื่อยมา เพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัยและพระราชประสงค์ ซึ่งคงจะได้หยิบมานำเสนอในโอกาสต่อไป…
อ่านเพิ่มเติม :
- “พระสุพรรณบัฏ” แผ่นทองคำจะจารึกพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์
- การเฉลิมพระยศเจ้านาย 12 ครั้ง ในสมัยรัชกาลที่ 8 มีเจ้านายพระองค์ใดบ้าง?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธรรมเนียมพระราชทาน “พระสุพรรณบัฏ” เฉลิมพระอิสริยยศเจ้านายสมัย ร.2
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com