“คิงส์เกต” ประกาศยุติข้อพิพาทที่ยืดเยื้อกับรัฐบาลไทยอย่างเป็นทางการ
คิงส์เกต คอนโซลิเดทเต็ด ลิมิเต็ด(Kingsgate Consolidated Limited) ประกาศยุติข้อพิพาทกับรัฐบาลไทย หลังเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการกับราชอาณาจักรไทย ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA)มาตั้งแต่ปี 2560
เว็บไซต์ Kingsgate Consolidated Limited ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย โดยมีชื่อย่อว่า KCN ได้เผยแพร่คำกล่าวของประธานกรรมการบริษัท ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งประกาศการยุติคดีอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศภายใต้ TAFTA ที่ดำเนินมาอย่างยาวนานกับราชอาณาจักรไทย ด้วยความเห็นชอบร่วมกัน
การประกาศดังกล่าวถือ“เป็นก้าวสำคัญของของบริษัทและเป็นสัญญาณของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ฉันมิตรและความร่วมมือระหว่างบริษัทกับราชอาณาจักรไทย” ซึ่งจะเป็นประโยชน์ไม่เพียงแต่ต่อบริษัทเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรัฐบาลไทย ประชาชนชาวไทย และชุมชนท้องถิ่นรอบเหมืองด้วย
ประธานกรรมการระบุว่า การยุติข้อพิพาทนี้อยู่บนพื้นฐานของข้อตกลงร่วมกันในการยุติกระบวนการอนุญาโตตุลาการ โดยชี้ให้เห็นว่ากระบวนการอนุญาโตตุลาการ ภายใต้ TAFTA นั้นใช้เวลานานและมีการกล่าวถึงอย่างมากในแถลงการณ์หลายฉบับจากบริษัท นับตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของการเจรจาระหว่างคู่กรณี รัฐบาลไทยได้แสดงท่าทีอย่างสม่ำเสมอว่าจะไม่จ่ายค่าชดเชยเป็นตัวเงิน ดังนั้น บริษัทจึงได้เปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับการร่วมมือในการดำเนินงานอย่างเต็มที่ ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นแนวทางที่ “รอบคอบที่สุด” ที่จะยุติกระบวนการอนุญาโตตุลาการ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงความซับซ้อนที่ต้องเผชิญในการติดต่อกับบริษัทไทยอื่น ๆ และหน่วยงานของรัฐบาลในช่วงที่มีข้อพิพาท
- คิงส์เกต แจงคดีเหมืองทองอัครา อนุญาโตตุลาการนัดใหม่ 3 ก.พ.ปีหน้าที่สิงคโปร์ แต่พร้อมหารือหาทางออกร่วมกัน
- “คิงส์เกต” เผยรัฐบาลไทยยอมให้นำสินแร่ทองคำเข้าโรงถลุง สะท้อนความตั้งใจเจรจาหาข้อยุติ
“เราเชื่อว่าการตัดสินใจครั้งนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งความร่วมมือและผลประโยชน์ต่อบริษัทและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด”
ประธานกรรมการยังกล่าวว่า เหมืองยังคงดำเนินการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาสเดือนกันยายนเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดนับตั้งแต่กลับมาเริ่มกิจกรรมการทำเหมือง แม้คาดการณ์ว่าไตรมาสปัจจุบันจะลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากการทำเหมืองแร่เกรดต่ำลง แต่คาดว่าผลการดำเนินงานจะดีขึ้นในช่วงปีหน้า สิ่งที่สำคัญคือ นับตั้งแต่กลับมาผลิตในเดือนมีนาคม 2566 (ซึ่งส่วนใหญ่ในช่วงเวลาหนึ่งมาจากกองแร่เกรดต่ำของบริษัท) บริษัทได้ผลิตทองคำมากกว่า 150,000 ออนซ์ และเงินเกือบ 1,500,000 ออนซ์
ผลการดำเนินงานของทั้งทองคำและเงินในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมายังคงต่อไปอย่างต่อเนื่องในการเคลื่อนไหวขาขึ้นที่แข็งแกร่งที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่บันทึกไว้ แมการคาดการณ์ราคานั้นยังไม่แน่นอน แต่ผลการดำเนินงานจนถึงขณะนี้ดูเหมือนจะไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงทิศทางในอนาคตอันใกล้ และบริษัทก็หวังเป็นว่าจะเป็นเช่นนั้น
อีกหนึ่งด้านที่สำคัญที่สุดของปีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา คือ ความสำเร็จของการสำรวจในพื้นที่ South East Complex บริษัทไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่สำรวจส่วนใหญ่มาเป็นเวลาหลายปี ตามที่บริษัทได้แจ้งก่อนหน้านี้มีเป้าหมายที่พร้อมสำหรับการเจาะ 8-10 จุดในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งบ่งชี้ว่าความเป็นไปได้สูงที่จะค้นพบแหล่งแร่ใหม่ ทั้งส่วนขยายของเหมืองทองคำชาตรี( Chatree 1 Complex) และแหล่งแร่ที่มีศักยภาพที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง
ผลการสำรวจของ South-East Complex ยืนยันความคาดการณ์ของบริษัทที่เชื่อว่าจะพบแร่ทองคำประมาณ 500,000 ออนซ์จากการเจาะสำรวจในวงจำกัดเท่านั้น และแน่นอนว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในระยะต่อไปและเป็นส่วนหนึ่งของ Chatree Complex อย่างแน่นอน โดยมีแหล่งแร่บางส่วนอยู่ใกล้กับโรงงานมากกว่าพื้นที่ปัจจุบันที่กำลังทำเหมืองทางตอนเหนือ
ด้วยสัญญาเช่าการทำเหมืองในปัจจุบันที่คาดว่าจะมีการผลิตต่อเนื่อง 9-10 ปี จึงยืนยันถึง ศักยภาพในการเติบโตที่แข็งแกร่งของบริษัท
ประธานกรรมการปิดท้ายด้วยการขอบคุณพนักงานที่ทุ่มเทในประเทศไทย ซึ่งบางคนได้เดินทางมาจากประเทศไทยเพื่อให้ข้อมูลการดำเนินการต่อที่ประชุม รวมทั้งขอบคุณคณะกรรมการสำหรับความสนับสนุนและความอดทนมาตลอดช่วงเวลาที่ยากลำบากหลายครั้ง และขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับพนักงานสำนักงานใหญ่ที่มีจำนวนน้อยแต่มีความใกล้ชิดกันซึ่งยังคงให้การสนับสนุนที่ดีเยี่ยมเสมอมา
ในวันเดียวกันเว็บไซต์ของ Kingsgate Consolidated Limited ยังได้เผยแพร่สถานการณ์ล่าสุดของการดำเนินการตามกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ภายใต้ TAFTA โดยระบุว่า บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด มีความยินดีที่จะประกาศว่า หลังจากการหารือกับรัฐบาลไทย คิงส์เกตและราชอาณาจักรไทยได้ตกลงร่วมกันที่จะยุติกระบวนการอนุญาโตตุลาการที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2560 ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) โดยไม่มีคำชี้ขาด
คณะอนุญาโตตุลาการได้รับทราบข้อตกลงของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย และได้ระบุว่าจะออกคำสั่งยุติตามข้อตกลงดังกล่าวตามขั้นตอนในระยะเวลาที่เหมาะสม
เจมี่ กิบสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคิงส์เกต กล่าวว่า “นับเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์สำหรับการลงทุนของคิงส์เกตในเหมืองชาตรี ผมตั้งตารอที่จะได้ร่วมมืออีกครั้งกับรัฐบาลไทย ผมเชื่อว่าการดำเนินงานที่เหมืองชาตรีอย่างต่อเนื่องจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากต่อคิงส์เกต ผู้ถือหุ้น และประชาชนชาวไทย โดยรวมแล้ว ผมคิดว่าพัฒนาการนี้เป็นสัญญาณที่ดีและเป็นบวกว่าประเทศไทยเปิดกว้างสำหรับธุรกิจ”