โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“คิงส์เกต” ประกาศยุติข้อพิพาทที่ยืดเยื้อกับรัฐบาลไทยอย่างเป็นทางการ

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 11.27 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2568 เวลา 23.35 น.
เหมืองทองชาตรี ที่มาภาพ:https://www.kingsgate.com.au/chatree/

คิงส์เกต คอนโซลิเดทเต็ด ลิมิเต็ด(Kingsgate Consolidated Limited) ประกาศยุติข้อพิพาทกับรัฐบาลไทย หลังเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการกับราชอาณาจักรไทย ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA)มาตั้งแต่ปี 2560

เว็บไซต์ Kingsgate Consolidated Limited ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย โดยมีชื่อย่อว่า KCN ได้เผยแพร่คำกล่าวของประธานกรรมการบริษัท ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งประกาศการยุติคดีอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศภายใต้ TAFTA ที่ดำเนินมาอย่างยาวนานกับราชอาณาจักรไทย ด้วยความเห็นชอบร่วมกัน

การประกาศดังกล่าวถือ“เป็นก้าวสำคัญของของบริษัทและเป็นสัญญาณของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ฉันมิตรและความร่วมมือระหว่างบริษัทกับราชอาณาจักรไทย” ซึ่งจะเป็นประโยชน์ไม่เพียงแต่ต่อบริษัทเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรัฐบาลไทย ประชาชนชาวไทย และชุมชนท้องถิ่นรอบเหมืองด้วย

ประธานกรรมการระบุว่า การยุติข้อพิพาทนี้อยู่บนพื้นฐานของข้อตกลงร่วมกันในการยุติกระบวนการอนุญาโตตุลาการ โดยชี้ให้เห็นว่ากระบวนการอนุญาโตตุลาการ ภายใต้ TAFTA นั้นใช้เวลานานและมีการกล่าวถึงอย่างมากในแถลงการณ์หลายฉบับจากบริษัท นับตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของการเจรจาระหว่างคู่กรณี รัฐบาลไทยได้แสดงท่าทีอย่างสม่ำเสมอว่าจะไม่จ่ายค่าชดเชยเป็นตัวเงิน ดังนั้น บริษัทจึงได้เปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับการร่วมมือในการดำเนินงานอย่างเต็มที่ ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นแนวทางที่ “รอบคอบที่สุด” ที่จะยุติกระบวนการอนุญาโตตุลาการ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงความซับซ้อนที่ต้องเผชิญในการติดต่อกับบริษัทไทยอื่น ๆ และหน่วยงานของรัฐบาลในช่วงที่มีข้อพิพาท

“เราเชื่อว่าการตัดสินใจครั้งนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งความร่วมมือและผลประโยชน์ต่อบริษัทและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด”

ประธานกรรมการยังกล่าวว่า เหมืองยังคงดำเนินการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาสเดือนกันยายนเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดนับตั้งแต่กลับมาเริ่มกิจกรรมการทำเหมือง แม้คาดการณ์ว่าไตรมาสปัจจุบันจะลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากการทำเหมืองแร่เกรดต่ำลง แต่คาดว่าผลการดำเนินงานจะดีขึ้นในช่วงปีหน้า สิ่งที่สำคัญคือ นับตั้งแต่กลับมาผลิตในเดือนมีนาคม 2566 (ซึ่งส่วนใหญ่ในช่วงเวลาหนึ่งมาจากกองแร่เกรดต่ำของบริษัท) บริษัทได้ผลิตทองคำมากกว่า 150,000 ออนซ์ และเงินเกือบ 1,500,000 ออนซ์

ผลการดำเนินงานของทั้งทองคำและเงินในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมายังคงต่อไปอย่างต่อเนื่องในการเคลื่อนไหวขาขึ้นที่แข็งแกร่งที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่บันทึกไว้ แมการคาดการณ์ราคานั้นยังไม่แน่นอน แต่ผลการดำเนินงานจนถึงขณะนี้ดูเหมือนจะไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงทิศทางในอนาคตอันใกล้ และบริษัทก็หวังเป็นว่าจะเป็นเช่นนั้น

อีกหนึ่งด้านที่สำคัญที่สุดของปีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา คือ ความสำเร็จของการสำรวจในพื้นที่ South East Complex บริษัทไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่สำรวจส่วนใหญ่มาเป็นเวลาหลายปี ตามที่บริษัทได้แจ้งก่อนหน้านี้มีเป้าหมายที่พร้อมสำหรับการเจาะ 8-10 จุดในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งบ่งชี้ว่าความเป็นไปได้สูงที่จะค้นพบแหล่งแร่ใหม่ ทั้งส่วนขยายของเหมืองทองคำชาตรี( Chatree 1 Complex) และแหล่งแร่ที่มีศักยภาพที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง

ผลการสำรวจของ South-East Complex ยืนยันความคาดการณ์ของบริษัทที่เชื่อว่าจะพบแร่ทองคำประมาณ 500,000 ออนซ์จากการเจาะสำรวจในวงจำกัดเท่านั้น และแน่นอนว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในระยะต่อไปและเป็นส่วนหนึ่งของ Chatree Complex อย่างแน่นอน โดยมีแหล่งแร่บางส่วนอยู่ใกล้กับโรงงานมากกว่าพื้นที่ปัจจุบันที่กำลังทำเหมืองทางตอนเหนือ

ด้วยสัญญาเช่าการทำเหมืองในปัจจุบันที่คาดว่าจะมีการผลิตต่อเนื่อง 9-10 ปี จึงยืนยันถึง ศักยภาพในการเติบโตที่แข็งแกร่งของบริษัท

ประธานกรรมการปิดท้ายด้วยการขอบคุณพนักงานที่ทุ่มเทในประเทศไทย ซึ่งบางคนได้เดินทางมาจากประเทศไทยเพื่อให้ข้อมูลการดำเนินการต่อที่ประชุม รวมทั้งขอบคุณคณะกรรมการสำหรับความสนับสนุนและความอดทนมาตลอดช่วงเวลาที่ยากลำบากหลายครั้ง และขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับพนักงานสำนักงานใหญ่ที่มีจำนวนน้อยแต่มีความใกล้ชิดกันซึ่งยังคงให้การสนับสนุนที่ดีเยี่ยมเสมอมา

ในวันเดียวกันเว็บไซต์ของ Kingsgate Consolidated Limited ยังได้เผยแพร่สถานการณ์ล่าสุดของการดำเนินการตามกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ภายใต้ TAFTA โดยระบุว่า บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด มีความยินดีที่จะประกาศว่า หลังจากการหารือกับรัฐบาลไทย คิงส์เกตและราชอาณาจักรไทยได้ตกลงร่วมกันที่จะยุติกระบวนการอนุญาโตตุลาการที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2560 ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) โดยไม่มีคำชี้ขาด

คณะอนุญาโตตุลาการได้รับทราบข้อตกลงของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย และได้ระบุว่าจะออกคำสั่งยุติตามข้อตกลงดังกล่าวตามขั้นตอนในระยะเวลาที่เหมาะสม

เจมี่ กิบสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคิงส์เกต กล่าวว่า “นับเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์สำหรับการลงทุนของคิงส์เกตในเหมืองชาตรี ผมตั้งตารอที่จะได้ร่วมมืออีกครั้งกับรัฐบาลไทย ผมเชื่อว่าการดำเนินงานที่เหมืองชาตรีอย่างต่อเนื่องจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากต่อคิงส์เกต ผู้ถือหุ้น และประชาชนชาวไทย โดยรวมแล้ว ผมคิดว่าพัฒนาการนี้เป็นสัญญาณที่ดีและเป็นบวกว่าประเทศไทยเปิดกว้างสำหรับธุรกิจ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...