โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Ledger ชูฟีเจอร์ใหม่ “Signer” ตรวจสอบธุรกรรมก่อนลงนาม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 16.04 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2568 เวลา 09.04 น.

Ledger ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก รับมือภัยคุกคามไซเบอร์ ท่ามกลางการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก

วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ท่ามกลางการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก ความเสี่ยงจากการหลอกลวงและอาชญากรรมไซเบอร์ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกรรมที่อาศัยลายเซ็นดิจิทัล ซึ่งอาจถูกปลอมแปลงหรือดัดแปลงได้ ด้วยเหตุนี้ มาตรการด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่งและการจัดเก็บ Private Key แบบออฟไลน์จึงมีความจำเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ

Ledger เดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับฮาร์ดแวร์ เพื่อเสริมพลังให้ผู้ใช้งานคริปโตสามารถควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลของตนได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และอุ่นใจยิ่งขึ้นในการบริหารจัดการทรัพย์สินของตนเอง

Jean-François Rochet, Executive Vice President, Consumer Services ของ Ledger กล่าวว่า“ความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่แท้จริง” จำเป็นต้องมาพร้อมกับการใช้งานกระเป๋าเงินดิจิทัลที่มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากการลงนามทำธุรกรรมบนบล็อกเชนมีความสำคัญไม่ต่างจากการลงนามในสัญญาทางกฎหมาย หากข้อมูลที่แสดงบนหน้าจอถูกเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลให้สินทรัพย์ของผู้ใช้งานตกอยู่ในความเสี่ยงได้ทันที อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ทั่วไปอย่างสมาร์ตโฟนและแล็ปท็อป ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับนี้

เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายดังกล่าว Ledger ได้พัฒนา หน้าจอระบบความปลอดภัยเครื่องแรกของโลก ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า “Signer” ทำหน้าที่เป็นหน้าจอที่เชื่อถือได้สำหรับตรวจสอบรายละเอียดของธุรกรรมก่อนลงนาม

โดยอุปกรณ์จะใช้ชิป Secure Element ที่แยกการประมวลผลออกจากระบบหลัก เพื่อรักษาความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูล นอกจากนี้ มาตรฐาน Clear Signing ของ Ledger ยังช่วยแปลงข้อมูลธุรกรรมให้เป็นภาษาที่มนุษย์อ่านเข้าใจได้ง่าย พร้อมด้วยฟีเจอร์ Transaction Check ที่จำลองธุรกรรมเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบก่อนอนุมัติได้อย่างมั่นใจ

ในกรณีที่อุปกรณ์สูญหาย ผู้ใช้งานสามารถกู้คืนสินทรัพย์ทั้งหมดได้โดยการกรอก วลีการกู้คืนลับ 24 คำ (24-word Secret Recovery Phrase) นอกจากนี้ Ledger Recover ยังเป็นบริการเสริมสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการสำรองข้อมูลการเข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัลของตน ขณะที่ Ledger Recovery Key ซึ่งเป็นบริการล่าสุดของบริษัท เป็นกุญแจสำรองส่วนตัวในรูปแบบออฟไลน์ มาพร้อม Secure Element และระบบป้องกันด้วยรหัส PIN สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการควบคุมสินทรัพย์อย่างเต็มที่และเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งาน

นอกจากนี้ Ledger ยังได้เปิดตัว Ledger Nano Gen 5 เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันในราคาที่เข้าถึงได้ อุปกรณ์รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอที่ปรับแต่งได้ การใช้พลังงานต่ำ และระบบคุ้มครองความเป็นส่วนตัวแม้ในขณะปิดเครื่อง รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth เพื่อความสะดวกในการพกพา พร้อมโซลูชัน “D to connect” สำหรับเชื่อมต่อกับ dApps และแอป Ledger Wallet สำหรับบริหารจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลได้ในที่เดียว

สำหรับองค์กร สถาบัน และแพลตฟอร์มซื้อขายที่ดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล Ledger นำเสนอ โซลูชัน Multisig ที่รองรับการอนุมัติธุรกรรมด้วยลายเซ็นหลายฝ่าย (Multi-signature) ช่วยกระจายความรับผิดชอบและลดความเสี่ยงจากการที่บุคคลเพียงคนเดียวถือครอง Private Key ทั้งหมดนอกจากนี้ โซลูชันดังกล่าวยังช่วยปกป้ององค์กรจากช่องโหว่ที่มักพบในระบบ Multisig ที่พัฒนาอย่างไม่รัดกุม ซึ่งในอดีตเคยนำไปสู่ความสูญเสียของสินทรัพย์มูลค่ามหาศาล

สำหรับตลาดประเทศไทย Ledger มองเห็นศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการยอมรับคริปโตเคอร์เรนซีสูงที่สุดในโลก และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่พัฒนาอย่างก้าวหน้า บริษัทจึงมีแผนขยายความร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายในประเทศเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน Ledger ยังระบุว่า อาชญากรรมทางการเงินดิจิทัลยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ที่มีมูลค่าความเสียหายจากการฉ้อโกงสูงกว่า 2.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของอุปกรณ์ที่มีระบบตรวจสอบและยืนยันธุรกรรม ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการลดความเสี่ยงของผู้ใช้งาน

“สินทรัพย์ดิจิทัลควรเป็นเรื่องส่วนตัว บทเรียนจากยุค Web 2.0 แสดงให้เห็นว่า เมื่อข้อมูลถูกควบคุมโดยองค์กรขนาดใหญ่ ความเสี่ยงย่อมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัจจุบัน Ledger จำหน่ายอุปกรณ์ไปแล้วมากกว่า 8 ล้านเครื่อง ในกว่า 165 ประเทศ และช่วยดูแลความปลอดภัยให้กับคริปโตมากกว่า 20% ของปริมาณธุรกรรมทั่วโลก ในอนาคต ผู้ถือครองคริปโตทุกคนจะต้องมีอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจดิจิทัล”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...