24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 18 ธันวาคม 2568
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 18 ธันวาคม 2568
>> ผบ.ตร.ลงพื้นที่ชลบุรี สั่งเด็ดขาดดำเนินคดีกลุ่มวัยรุ่นกัมพูชาข่มขู่ท้าทาย สั่งจับตาเช็กบิลทุกกลุ่มพฤติกรรมเป็นภัยความสงบสุขของคนไทย
08.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปยังตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ติดตามคดีกลุ่มวัยรุ่นชาวกัมพูชากว่า 10 คน ถ่ายคลิปข่มขู่ท้าทาย สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในสังคม พร้อมโชว์อาวุธ ก่อเหตุความวุ่นวายในพื้นที่ จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง ซึ่งตำรวจจับกุมดำเนินคดีแล้ว 3 ราย และกำลังติดตามตัวทั้งหมดมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ ผบ.ตร.สั่งการให้ เร่งสืบสวนจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดีโดยเร็ว โดยจับกุมวัยรุ่นชาวกัมพูชา ซึ่งเป็นระดับหัวโจก พร้อมพวกรวม 3 คน แจ้งข้อหาเบื้องต้นร่วมกันมีไว้ในความครอบครองและใช้วัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร,ร่วมกันก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ ขณะที่กำลังติดตามตัวทั้งกลุ่มมาดำเนินคดี และภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการทางคดีอาญาแล้ว ตํารวจภูธรจังหวัดชลบุรีจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสํานักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อพิจารณาดําเนินการตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองต่อไป ตามอํานาจหน้าที่ เพื่อป้องกันมิให้เกิดพฤติการณ์ในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก และเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม
ผบ.ตร.กล่าวว่า ประเทศไทยยินดีต้อนรับต่างชาติทุกคนในการเดินทางมาท่องเที่ยว ทำงาน พำนักอาศัย และพร้อมดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยอย่างเต็มที่ แต่ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของไทย ไม่ก่อความเดือดร้อน ผิดกฎหมาย ซึ่งหากกระทำการที่ผิดกฎหมาย เป็นภัยต่อความสงบสุขในประเทศไทย ตำรวจต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทุกราย
>> สธ. สรุปสถานการณ์ด้านการแพทย์ ปชช.เสียชีวิตรวม 21 ราย บาดเจ็บ 6 คน จากเหตุปะทะชายแดน
08.00 น. กระทรวงสาธารณสุข สรุปสถานการณ์และการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข ณ วันที่ 7-18 ธ.ค. 2568 ดังนี้
ประชาชนเสียชีวิต ผลกระทบทางอ้อมจากเหตุการณ์ฯ จำนวน 20 คน, ประชาชนเสียชีวิต จากการโจมตีของกัมพูชา จำนวน 1 คน, ประชาชนได้รับบาดเจ็บ จากการโจมตีของกัมพูชา จำนวน 6 คน, ศูนย์พักพิงชั่วคราว 990 แห่ง, ประชาชนในศูนย์พักพิง 263,993 คน, โรงพยาบาลได้รับผลกระทบ 20 แห่ง และ รพ.สต.ที่ได้รับผลกระทบ 213 แห่ง
>> ลุยปราบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ 11 เดือน ยึดของกลางกว่า 3 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 1.1 พันล้านบาท
08.27 น. นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วง 11 เดือนของปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.) รัฐบาล โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ผนึกกำลังกับหน่วยงานพันธมิตร กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ และภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา ดำเนินการจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญารวมทั้งสิ้น 1,132 คดี ลดลง 16.15% ยึดของกลาง 3,344,841 ชิ้น เพิ่มขึ้น 21.35% รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.89% แยกเป็นการบูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 789 คดี ของกลาง 1,820,574 ชิ้น กรมสอบสวนคดีพิเศษ 7 คดี ของกลาง 952,592 ชิ้น และกรมศุลกากร 336 คดี ของกลาง 571,675 ชิ้น
พร้อมกันนี้ ได้ยกระดับการปราบปรามสินค้าละเมิดในตลาดออนไลน์อย่างจริงจัง โดยนำมาตรการ Notice and Takedown มาใช้ภายใต้บันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ตระหว่างกรม เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา และแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำ
>> อุบัติเหตุรถบัส 2 ชั้นของวิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช ชนกับรถพ่วง 18 ล้อ มีผู้บาดเจ็บหลายราย
09.07 น. เกิดอุบัติเหตุทางถนนรถบัส 2 ชั้น ของวิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช ซึ่งมีผู้โดยสาร ที่เป็นนักเรียนนักศึกษาและอาจารย์ ของวิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช ประมาณ 40 คน ได้เฉี่ยวชนกับรถพ่วง 18 ล้อ ทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส (สีแดง) จำนวน 1 คน บาดเจ็บปานกลาง (สีเหลือง) 3 คน และบาดเจ็บเล็กน้อย (สีเขียว) 36 คน บริเวณถนนทางหลวงแผ่นดิน สายเขาพนม - ทุ่งใหญ่ บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านบางเหียน ตำบลพรุเตียว อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่
หลังเกิดเหตุรถกู้ชีพองค์การบริหารส่วนตำบลสินปุน 1 คัน รถกู้ชีพโรงพยาบาลเขาพนม 2 คัน มูลนิธิประชาร่วมใจเขาพนม 1 คัน มูลนิธิประชาสันติสุขเขาพนม 1 คัน ได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเขาพนม ส่วนผู้ที่บาดเจ็บสาหัสส่งโรงพยาบาลกระบี่
>> ดัมพ์รถบรรทุกยกขึ้น ชนสะพานลอยคนข้าม ถล่มทับทั้งรถบรรทุก และกระบะ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตติดอยู่ในรถ
09.15 น. ถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ขาเข้า ช่องทางหลัก กม.34 ตรงข้ามตลาดนำไทย รถบรรทุกดั๊มฟาดสะพานลอยคนข้ามถล่มลงมา ทับหัวรถบรรทุก และรถกระบะ กีดขวางช่องทางหลัก ขาเข้า มีผู้บาดเจ็บ 3 รายติดภายใน กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ
ตรวจสอบแล้วพบว่า กระบะท้ายบรรทุกยกขึ้นระหว่างขับขี่ จึงทำให้กระบะที่ยกขึ้นมาไปชนเข้ากับสะพานลอยจึงทำให้สะพานลอยหล่นลงมาทับรถยนต์บรรทุกที่ขับขี่ตามมา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 ราย (ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ) กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาเรียบร้อยแล้ว และมีผู้ได้รับบาด 1 ราย (ผู้ขับขี่รถบรรทุก) กู้ภัยช่วยเหลือนำส่ง โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์
>> นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียฯ กระชับความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย
10.00 น. นายรัคมัต บูดีมัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ พร้อมแสดงความยินดีต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย - อินโดนีเซีย ซึ่งปีนี้เป็นปีครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ทั้งสองฝ่ายได้หารือเพื่อติดตามความคืบหน้าในประเด็นสำคัญ คือ ด้านความมั่นคง
นายกฯ เน้นย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ขณะที่เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียฯ ชื่นชมการดำเนินการของไทย และขอบคุณที่ให้ความช่วยเหลือส่งกลับชาวอินโดนีเซียซึ่งตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมข้ามชาติในเมืองเมียวดี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กลับประเทศ และ ด้านการต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย : ไทยพร้อมส่งลิงอุรังอุตัง 4 ตัวที่ตรวจยึดได้กลับอินโดนีเซียภายในเดือนนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ และยืนยันความร่วมมือด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าร่วมกันต่อไป
นอกจากนี้ ในประเด็นสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา นายกฯ เน้นย้ำว่า ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงในปฏิญญาร่วมมาโดยตลอด โดยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการละเมิดข้อตกลงของฝ่ายกัมพูชาก่อน ส่งผลให้ฝ่ายไทยมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึงประชาชนต้องอพยพออกจากพื้นที่ ด้านเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียฯ แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถหาทางออกร่วมกันได้ในที่สุด
>> กองทัพไทย เผย เหตุปะทะไทย-กัมพูชา ทำลายที่ตั้งทางการทหาร จุดปล่อยโดรนโจมตี และเครือข่ายสแกมเมอร์กว่า 6 แห่ง
10.32 น. กองทัพไทย เผย เหตุปะทะไทย-กัมพูชา ทำลายที่ตั้งทางการทหาร จุดปล่อยโดรนโจมตี และเครือข่ายสแกมเมอร์กว่า 6 แห่ง โดยใน 2 แห่ง ถูกสหรัฐฯคว่ำบาตร หลอกลวงชาวอเมริกันมาอย่างยาวนาน
กองทัพไทย ได้ปฏิบัติการโจมตีอาคาร ที่ใช้อาคารกาสิโนเป็นที่ตั้งทางการทหาร จุดปล่อยโดรนโจมตี และโรงแรมซึ่งถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ที่หลอกลวงเหยื่อจำนวนมาก รวมถึงพลเมืองสหรัฐฯ
จนถึงวันที่ 14 ธันวาคม กองทัพไทยได้ทำลายเป้าหมายลักษณะนี้แล้ว ไม่น้อยกว่า 6 แห่ง ที่สำคัญในจำนวนนี้มีอย่างน้อย 2 อาคารหลัก คือ รีสอร์ทและโรงแรมกาสิโน ซึ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรทางการเงิน และยึดทรัพย์เจ้าของไปก่อนหน้านี้แล้ว จากการพัวพันกับธุรกรรมสแกมเมอร์ที่หลอกลวงชาวอเมริกันมาอย่างยาวนาน
จึงอธิบายได้ว่าเหตุใดหลายประเทศแม้จะเรียกร้องหยุดยิง แต่ก็ไม่มีการดำเนินการใดที่เป็นรูปธรรมต่อไทย รวมถึงท่าทีของสหรัฐฯที่ดูเหมือนปรามตามมารยาทในฐานะผู้สนับสนุนสันติภาพ เพราะในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่รัฐบาลและกองทัพไทยกำลังทำอยู่ ไม่ใช่การขยายสงคราม แต่คือการ ตัดรากอาชญากรรมข้ามชาติ และ ช่วยปกป้องประชาชนทั่วโลกจากเครือข่ายโจรสแกมเมอร์
กองทัพไทย ไม่ใช่แค่การป้องกันอธิปไตยของไทย แต่คือการยืนหยัดแนวหน้าแทนโลกทั้งใบในการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่อย่างตรงไปตรงมา
>> ครม.นัดพิเศษ เคาะแล้ว ส่งคำถาม ครม. "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" ให้ กกต.ทำประชามติ
13.12 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบคำถามประชามติ ซึ่งเป็นคำถามของคณะรัฐมนตรี และ ส่งไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นไปตามความเห็นที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งการนำเข้าที่ประชุมครม.วันนี้ เพื่อให้ได้มติที่ถูกต้อง
เมื่อถามว่า นายบวรศักดิ์ ระบุว่าหากรัฐสภาเลือกคำถามประชามติของพรรคภูมิใจไทย จะไม่ทำให้เกิดปัญหาจนต้องมาประชุม ครม.อีกครั้งในวันนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า คำถามคล้ายๆกัน เพียงแต่วันนี้ต้องการทำให้ถูกต้องตามคำวินิจฉัยศาลธรรมนูญ หากส่งไปไม่ถูกต้องจะเกิดปัญหาเรื่องการตีความ และ หากประชาชนลงมติไปแล้วเกิดปัญหาจะต้องลงมติใหม่อีก ซึ่งขณะนี้เรามีเวลามากเพียงพอที่จะดำเนินการให้ถูกต้อง และมีการรับรองจากทุกฝ่าย
เมื่อถามว่า การทำประชามติจะทำพร้อมกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในวันที่ 8 ก.พ.2569 ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับ กกต. แต่ถ้าถาม ครม. ก็อยากให้ทำพร้อมกับวันเลือกตั้ง เพราะมีเหตุผลเรื่องความสะดวก และ ประหยัดงบประมาณ เท่าที่ฟังมาคือประมาณ 4,000 ล้านบาท จึงไม่อยากเสียงบประมาณโดยใช่เหตุ เมื่อถามว่า ขณะนี้ไม่สามารถทำประชามติเกี่ยวกับการยกเลิกเอ็มโอยู 43-44 แล้ว พรรคภูมิใจไทยจะทำเป็นนโยบายหาเสียงในเรื่องนี้แทนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นไปได้ เพราะพรรคชัดเจนเรื่องนี้อยู่แล้ว
>> “นายณัฐพงษ์” ชี้เลือกตั้ง 8 ก.พ. ชี้ชะตาประเทศ เลือกไม่ใช่แค่ สส. แต่คือรัฐบาลประชาชน
14.30 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุธ หัวหน้าพรรคประชาชน ขึ้นกล่าวปิดการสัมมนาว่าที่ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชนจากทั่วประเทศ ย้ำว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีความสำคัญต่ออนาคตประเทศไทยอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงการเลือก สส. แต่คือการตัดสินใจว่าประเทศจะได้รัฐบาลหน้าตาแบบใด โดยชี้ว่าครั้งนี้ไม่มี สว. ร่วมโหวตนายกฯ เสียงของประชาชนจึงเป็นตัวชี้ขาด พร้อมวิจารณ์รัฐบาลเดิมว่าพาประเทศถดถอย ทั้งปัญหาคอร์รัปชันและความเหลื่อมล้ำ
หัวหน้าพรรคประชาชนระบุว่า พรรคยึดการเมืองโปร่งใส ไม่ซื้อเสียง ไม่พัวพันทุนเทา และไม่ติดหนี้บุญคุณใครนอกจากประชาชน พร้อมเชิญชวนผู้สนับสนุนร่วมรณรงค์สร้างการเปลี่ยนแปลง จัดตั้ง “รัฐบาลประชาชน” ให้ได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยย้ำว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ คือทางแยกสำคัญของประเทศ ระหว่างรัฐบาลแบบเดิมกับรัฐบาลประชาชน นอกจากนี้ พรรคยังเตรียมเปิดเว็บไซต์ระดมทุนหาเสียงในวันที่ 27 ธันวาคม เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของพรรคอย่างแท้จริง
>> รถกระบะชนเสาไฟฟ้าข้างทาง มีผู้บาดเจ็บ 1 และเสียชีวิต 1 ราย
15.50 น. ศูนย์กู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธา สุราษฎร์ธานี อำเภอบ้านนาสาร รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ กระบะเสียหลักชนเสาไฟฟ้า และมีผู้บาดเจ็บติดค้างในยานพาหนะ บนถนนสายต้นสะท้อน - ปลายน้ำ ช่วงก่อนถึงวัดปลายน้ำ ในพื้นที่ ม.1 ต.ควนสุบรรณ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ อีซูซุ สีเทา ป้ายทะเบียน สุราษฎร์ธานี ลักษณะชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง ตรวจสอบ พบว่า มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย อาการไม่สาหัส จนท.ช่วยเหลือปฐมพยาบาล และพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 48 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านนาสาร
>> ชายวัย 46 ปีเดินข้ามถนน ถูกรถกระบะเบรกไม่ทันชนเข้าอย่างจัง ร่างกระเด็นไปเสียชีวิตริมตลิ่งใต้สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน
16.16 น. ศูนย์วิทยุสมาคมเณรแก้วกู้ภัยทางหลวงสุพรรณบุรี รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถชนคนข้ามถนน แล้วร่างกระเด็นตกลงไปใต้สะพาน ถนนหมายเลข 321 บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ใกล้เคียงศาลเจ้าแม่ทับทิม ในพื้นที่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
ที่เกิดเหตุ บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนบริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิม ใกล้กับตอม่อสะพาน พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ลักษณะนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นดินโคลน สวมเสื้อยืดกีฬาสีฟ้านุ่งกางเกงเจเจสีน้ำเงินลายการ์ตูน ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 46 ปี และห่างออกไป พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา ป้ายทะเบียน พิษณุโลก จอดอยู่ในสภาพหน้ารถฝั่งขวามีร่องรอยการชนได้รับความเสียหาย ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณบุรี
>> รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถพ่วง กลางถนนมาลัยแมน มีผู้เสียชีวิตในยานพาหนะ จ.สุพรรณบุรี
20.26 น. ได้รับแจ้งจาก กู้ภัยจักรนารายณ์ มีอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บติดค้างในยานพาหนะ ถนนหมายเลข 321เส้นทางสุพรรณฯ - นครปฐม ช่วงทางกลับ ใกล้เคียง รพ.สต.สระยายโสม อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล สีแดง ป้ายทะเบียน นครปฐม ลักษณะชนเข้าท้ายรถพ่วง ป้ายทะเบียน ตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชายไทย 1 ราย ที่เบาะคนขับ ทางอาสาดำเนินการนำร่างออกมาก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวน สภ.สระยายโสม พร้อมด้วยแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบให้อาสาสมัครนำร่างส่งชันสูตรที่ รพ.อู่ทอง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป
>> หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำบนสะพานพระราม 4 บาดเจ็บสาหัส จนท.ทำ CPR ก่อนนำส่งที่โรงพยาบาล
20.40 น. รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนสะพานพระราม 4 ฝั่งขาออก ช่วงเหนือเมเจอร์ ในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำ ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บชาย 1 ราย อายุประมาณ 25 - 30 ปี มีอาการสาหัส ทางอาสาสมัครช่วยเหลือ ก่อนมอบให้ทางทีมกู้ชีพดำเนินการนำส่ง รพ.ชลประทาน ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยปุณณวิถี 13 เสียหายวอดทั้งหลังแล้วลุกลามบ้านข้างเคียง
22.10 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยปุณณวิถี 13 ถนนสุขุมวิท101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น โครงสร้างเหล็กมุงเมทัลชีท ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง ภายในห้องนั่งเล่น เพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงเสียหายหมดทั้งหลัง ลุกลามรถยนต์จำนวน 3 คัน
เพลิงยังลุกลามบ้านข้างเคียงอีก 2 หลังได้รับความเสียหายบริเวณชายคาบ้านเล็กน้อย และ รถยนต์เสียหายจำนวน 3 คัน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 200 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงเสียหายหมดทั้งหลัง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนง
>> หนุ่มวัย 21 ปีขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถเทรลเลอร์ เสียชีวิตกลางถนนสายธัญบุรี - วังน้อย จ.ปทุมธานี
03.09 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ถนนสายธัญบุรี - วังน้อย ใกล้เคียงตลาดอาม่าฯ ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถเทรลเลอร์ ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน พระนครศรีอยุธยา จอดอยู่ที่เลนซ้าย บริเวณใต้ท้องรถ พบรจักรยานยนต์ ยังไม่ทราบยี่ห้อ ป้ายทะเบียน กทม. สภาพพังเสียหายทั้งคัน ห่างออกไปพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุประมาณ 21 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองห้า