โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คาดท่องเที่ยวปี 2026 นักท่องเที่ยวจีนคัมแบ็กหนุนกำไรสายการบิน-โรงแรม โตยกแผง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ธ.ค. 2568 เวลา 16.40 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2568 เวลา 09.40 น.

KKPS ประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัว 4% สู่ระดับ 34.4 ล้านคนในปี 2026 ธุรกิจโรงแรมมัลดีฟส์-ยุโรปฟื้นตัวชัดเจน ดันผลการดำเนินงาน CENTEL และ MINT โตต่อเนื่อง จับตา AOT รับอานิสงส์ปรับขึ้นค่า PSC ขณะที่ BA โดดเด่นด้วยระดับมูลค่าหุ้นและอัตราปันผลสูง

18 ธันวาคม 2568 - ภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในช่วงปี 2025 ถึง 2026 มีแนวโน้มเข้าสู่สภาวะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการปรับเปลี่ยนทิศทางของนักท่องเที่ยวจีนที่คาดว่าจะเคลื่อนย้ายฐานจากประเทศญี่ปุ่นกลับมายังประเทศไทยมากขึ้น ภายหลังความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนและญี่ปุ่นทวีความรุนแรงขึ้น

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS เปิดเผยรายงานประเมินทิศทางอุตสาหกรรม โดยระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2026 มีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้น 4% แตะระดับ 34.4 ล้านคน โดยมีประเด็นสำคัญคือการขยับเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งตลาดนักท่องเที่ยวจีน (China Outbound) ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มจาก 7% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2024 สู่ระดับ 11% ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงก่อนวิกฤตการณ์โควิด-19 ในปี 2019

ตลาดโรงแรมต่างจังหวัดนำร่องฟื้นตัวรับไฮซีซัน-จับตามัลดีฟส์-ยุโรปหนุนฐานรายได้ปี 2026

ในส่วนของดัชนีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) คาดว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2025 โดยเฉพาะโรงแรมในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ได้รับอานิสงส์จากกลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรป แม้ว่า RevPAR ในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะยังคงเผชิญภาวะหดตัวในระดับเลขหลักเดียว (Mid-single digit) แต่คาดว่าจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาส 1 ปี 2026 ตามการกลับมาของอุปสงค์จากจีน

สำหรับผลการดำเนินงานรายบริษัท บมจ. โรงแรมเซ็นทรัลพลาซ่า (CENTEL) ถูกคาดหมายว่าจะมีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิสูงสุดในกลุ่มที่ระดับ 32% ในปี 2026 ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของคู่แข่งถึง 2 เท่า โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการพลิกฟื้นของธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์ภายหลังการปรับปรุงฐานรายได้ ขณะที่ บมจ. ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ยังคงรักษาระดับการเติบโตของ RevPAR ในยุโรปได้อย่างต่อเนื่อง

อุตสาหกรรมการบินจ่อรับอานิสงส์ผู้โดยสารโต 6% - จับตา AOT กำไรพุ่งพ่วงอัพไซด์ PSC

ภาคการบินคาดว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นราว 3-6% ส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการหลัก 3 ราย ดังนี้:

  • บมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT): คาดการณ์กำไรสุทธิปีงบประมาณ 2026 เติบโต 24% โดยมีปัจจัยเร่งจากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) และปริมาณเที่ยวบินฤดูหนาวที่เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อนหน้า
  • บมจ. การบินกรุงเทพ (BA): คาดกำไรเติบโต 5% จากความแข็งแกร่งของเส้นทางบินสมุย โดยมีจุดเด่นด้านมูลค่าหุ้น (Valuation) ที่น่าสนใจด้วย PER เพียง 8 เท่า และอัตราตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึง 8%
  • บมจ. การบินไทย (THAI): แม้ปริมาณผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้น แต่คาดการณ์กำไรอาจลดลงประมาณ 8% เนื่องจากการเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนการดำเนินงานและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นในเส้นทางระยะไกล

คัดหุ้นเด่น CENTEL-BA รับพื้นฐานแกร่ง - ชี้เป้า AOT จังหวะสะสมช่วงราคาปรับฐาน

ในระยะสั้น ข้อมูลการดำเนินงาน (Operating Statistics) บ่งชี้ว่า CENTEL และ BA มีแนวโน้มสดใส โดย CENTEL รายงานการเติบโตของ RevPAR ตั้งแต่ต้นไตรมาส 4 ในระดับเลขสองหลัก (Double-digit) ขณะที่ BA มียอดจองล่วงหน้าในไตรมาส 1 ปี 2026 เติบโตโดดเด่นตามปัจจัยฤดูกาล

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน KKPS พิจารณาให้ CENTEL และ BA เป็นหุ้นเด่นประจำกลุ่ม (Top Picks) เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและโอกาสจากการต่ออายุสัมปทานธุรกิจต่อเนื่องในอนาคต ส่วน AOT ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าเป็นโอกาสในการเข้าสะสมเมื่อราคามีการปรับฐานลงมาที่ระดับ 50 บาท หรือต่ำกว่า เนื่องจากราคาเป้าหมายยังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น (Upside) หากการปรับขึ้นค่า PSC ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...