โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ตำรวจ AI ลง ! Google เพิ่มฟีเจอร์ เช็กวิดีโอที่สร้างด้วย Gemini ใครจะมาเนียนทำคนเข้าใจผิดไม่ได้แล้ว

BT Beartai

อัพเดต 19 ธ.ค. 2568 เวลา 11.05 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2568 เวลา 10.08 น.
ตำรวจ AI ลง ! Google เพิ่มฟีเจอร์ เช็กวิดีโอที่สร้างด้วย Gemini ใครจะมาเนียนทำคนเข้าใจผิดไม่ได้แล้ว

โลกนี้อยู่ยากขึ้นทุกวัน ! เพราะไม่ว่าจะเข้าโซเชียลแพลตฟอร์มไหนก็มักจะเจอคลิปวิดีโอแปลก ๆ ที่ดูแล้วต้องเกิดคำถามตามมาว่าอันนี้ AI ไหม ? ด้วยความล้ำของเทคโนโลยี AI ที่สามารถสร้างเนื้อหาเสมือนจริงจนแยกออกได้ยาก ปฎิเสธไม่ได้เลยว่านี่สร้างความสับสน และความเข้าใจผิดให้กับคนเสพสื่อทั่วโลก

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Google ได้ออกฟีเจอร์ตรวจสอบภาพ AI มา ล่าสุด Google ได้เพิ่มความสามารถของ Gemini ให้ครอบคลุมการตรวจสอบวิดีโอที่ถูกสร้างหรือแก้ไขด้วยโมเดล AI ของตัวเอง โดยฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถยืนยันแหล่งที่มาของคลิปวิดีโอที่สงสัยได้ ว่าเป็นวิดีโอจริง ๆ หรือเป็นวิดีโอปลอมที่ถูกสร้างด้วย Gemini

ขั้นตอนการตรวจสอบวิดีโอที่ถูกสร้างด้วย AI

  • อัปโหลดวิดีโอที่สงสัยไปยัง Gemini (รองรับไฟล์ขนาดสูงสุดไม่เกิน 100 MB และมีความยาวไม่เกิน 90 วินาที)
  • พรอมต์คำถามว่า “Is this video generated with AI ?” (วิดีโอนี้สร้างด้วย Google AI ใช่หรือไม่ ?)
  • จากนั้นระบบจะเริ่มการสแกนเชิงลึกทั้งในส่วนของภาพ (Visuals) และคลื่นเสียง (Audio) เพื่อค้นหาสิ่งที่เรียกว่า “SynthID” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีลายน้ำดิจิทัลลิขสิทธิ์เฉพาะของ Google
  • โดยผลลัพธ์ที่ Gemini ตอบกลับมานั้นจะมีความละเอียดมากกว่าแค่การตอบว่าใช่หรือไม่ แต่ระบบจะระบุช่วงเวลาที่เจาะจงว่าลายน้ำดังกล่าวปรากฏขึ้นที่นาทีหรือวินาทีใดในวิดีโอ

ซึ่งการตรวจสอบนี้เป็นมาตรฐานเดียวกับที่ Google เคยเริ่มใช้กับการตรวจสอบรูปภาพไปเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ความโดดเด่นของเทคโนโลยี SynthID คือการเป็นลายน้ำประเภทที่ “ไม่สามารถสังเกตเห็นได้” (Imperceptible Watermark) โดยจะถูกฝังลงไปในระดับพิกเซลของภาพและองค์ประกอบของคลื่นเสียง ซึ่งไม่ส่งผลต่อคุณภาพการรับชมหรือการฟังของมนุษย์ แต่ซอฟต์แวร์สามารถตรวจจับได้แม้เนื้อหาจะผ่านการบีบอัดไฟล์มาก็ตาม

นอกจากนี้ ในโมเดลการสร้างภาพรุ่นใหม่อย่าง Nano Banano ที่อยู่ภายใน Gemini ยังมีการฝัง C2PA (Coalition for Content Provenance and Authenticity) เพื่อระบุประวัติและต้นทางของไฟล์เสริมเข้าไปอีกชั้นหนึ่งด้วย ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นความพยายามที่จะแก้ปัญหาที่คู่แข่งอย่าง OpenAI เคยประสบมาก่อน อย่างในกรณีของแอปพลิเคชัน Sora ที่แม้จะมีลายน้ำดิจิทัลแต่กลับถูกลบออกได้อย่างง่ายดาย

แม้ว่าเทคโนโลยีของ Google จะถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการแยกแยะคอนเทนต์จริงออกจากคอนเทนต์ที่สร้างด้วย AI และช่วยยกระดับการป้องกันความสับสนได้ในระดับหนึ่ง แต่ความท้าทายที่ใหญ่กว่าซึ่งอุตสาหกรรม AI กำลังเผชิญร่วมกันในขณะนี้ คือการที่ครีเอเตอร์บางกลุ่มใช้จุดแข็งและความสามารถของ AI ในการผลิตภาพและวิดีโอที่ไม่สร้างสรรค์ จนก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบตามมา

สุดท้ายแล้ว AI จะไปได้ไกลแค่ไหน ไม่ได้อยู่ที่ว่ามันเก่งหรือเนียนแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าคนสร้างกับคนใช้มีจิตสำนึกต่อสังคมบ้างหรือเปล่า ถ้าเราเลิกมองแค่ผลประโยชน์ตัวเอง แล้วหันมาสร้างคอนเทนต์ที่ดีและปลอดภัยร่วมกัน AI ถึงจะเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าต่อโลกจริง ๆ ไม่ใช่แค่เครื่องมือทำเงินฉาบฉวยทางธุรกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...