โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสือโคร่งวัยหนุ่ม โผล่กลางถนน ทางขึ้นเขาสลัดได ล่าสุด อุทยานสั่งปิดชั่วคราว

อีจัน

อัพเดต 07 ธ.ค. 2568 เวลา 11.53 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2568 เวลา 04.53 น. • อีจัน

โคราช คืบหน้าพบเสือโคร่งบนทางขึ้นเขาสลัดได อ.วังน้ำเขียว เผยเป็นเสือวัยรุ่นเพิ่งออกเผชิญโลก ส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังใกล้ชิด ประกาศงดนักท่องเที่ยวขึ้นเขาสลัดไดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

วันนี้ (7 ธันวาคม 2568) นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ และเพื่อเข้าดูแลเสือโคร่งตัวดังกล่าวด้วย ซึ่งเสือโคร่งได้หลบเข้าป่าไปแล้ว แต่ยังคงให้ทีมงานเฝ้าระวังเอาไว้ตลอดในช่วงวันหยุด ซึ่งจากการวิเคราะห์ พบว่า เป็นพฤติกรรมของเสืออยู่แล้ว โดยเฉพาะเสือตัวนี้ยังเป็นเสือเด็กอายุยังไม่ถึง 2 ปี เดิมทีอยู่กับแม่เสือ 106 ถิ่นอาศัยอยู่กลางป่าอุทยานฯ ทับลาน ฝั่ง อ.ครบุรี และมีพ่อเสืออยู่ในพื้นที่นั้นด้วย แต่จากข้อมูลล่าสุด พบว่า มีเสือโคร่งตัวใหม่ที่แข็งแรงกว่ามายึดพื้นที่ของพ่อเสือ ทำให้เสือตัวผู้ที่เคยอยู่แถบนั้น ไม่สามารถอยู่ต่อได้เพราะจะถูกฆ่าตาย จึงต้องแยกย้ายออกจากพื้นที่เดิม ซึ่งเป็นนิสัยและพฤติกรรมของสัตว์ป่าตัวผู้อยู่แล้วที่จะต้องออกผจญภัยหาที่อยู่ใหม่ของตัวเอง และเสือโคร่งที่นักท่องเที่ยวเพิ่งพบก็เช่นกัน ที่จะออกสำรวจไปเรื่อยหาพื้นที่ใหม่ที่มีแหล่งอาหารให้ล่าเพียงพอที่อยู่อาศัยต่อได้ และไม่ได้ไปทับรอยเสือโคร่งตัวเต็มวัยตัวอื่น ซึ่งจะสังเกตได้ว่า เสือโคร่งตัวนี้ยังไม่ประสีประสา เพราะอายุยังไม่มาก ยังไม่รู้จักรถยนต์ จึงเดินเข้าไปใกล้รถยนต์แบบไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย จึงน่าจะเป็นการออกสู่โลกกว้างครั้งแรกของเสือโคร่งตัวนี้

อย่างไรก็ตาม พื้นที่นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีเสือโคร่ง แต่ก็ต้องทำความเข้าใจกับชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเพื่อ สร้างความมั่นใจด้วยว่า จริงๆ แล้ว เสือโคร่งเป็นสัตว์ที่กลัวคน โดยเฉพาะเสือโคร่งตัวโตที่พร้อมล่าเหยื่อ ถ้าได้เจอหรือได้ยินเสียงรถ จะไม่เข้าใกล้ด้วยซ้ำไป แต่ก็ต้องขอให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวงดขึ้นไปพื้นที่บริเวณจุดชมวิว ผารักษ์สลัดได และถนนทางขึ้นเขาสลัดได ชั่วคราวก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฯ ทีมที่มาเฝ้าระวัง ทำการผลักดันและทำให้ เสือรู้ว่า พื้นที่บริเวณนี้มีคนเข้าออกพลุกพล่าน เพื่อจะได้เปลี่ยนพฤติกรรมถอยกลับเข้าไปในป่าที่ลึกกว่าเดิม จะได้ปลอดภัยทั้งเสือทั้งคน โดยทีมเจาหน้าที่อุทยานฯ จะปฏิบัติการร่วมกับสถานีวิจัยสัตว์ป่าดงพญาเย็น เขาใหญ่ จึงอยากให้นักท่องเที่ยวและชาวบ้านงดขึ้นมาบริเวณดังกล่าวก่อน เพื่อให้เวลาผลักดันเสือกลับเขาป่าให้ลึกกว่านี้ น่าจะเวลาประมาณ 2-3 วัน ก็น่าจะเห็นผล แต่ทั้งนี้ หากมีผู้พบเห็นเสือโคร่งหรือสัตว์ป่าที่จุดนี้ หรือจุดอื่นๆ ก็ให้ถ่ายคลิปเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐานแจ้งเจ้าหน้าที่ฯ และอย่าได้ลงจากรถ แต่หากเข้าไปในพื้นที่ป่าหรือแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ก็ให้ส่งเสียง อย่าเดินคนเดียว จะไปไหนก็มีเพื่อนไปด้วยจะดีที่สุด

นอกจากนี้ ผู้สื่อได้สอบถามเพิ่มเติมไปยังเจ้าหน้าที่ทหาร ประจำสถานีเรดาห์ เขาสลัดได กองทัพอากาศ วังน้ำเขียว ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า ทางสถานีฯ แม้จะมีเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ไม่มาก แต่ก็พร้อมให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อย่างเต็มที่ภายใต้กรอบภารกิจมวลชนสัมพันธ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของหน่วยจะขึ้น-ลงเขาสลัดได และตรวจตราพื้นที่เพื่อดูความเรียบร้อยเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว โดยหลังจากรับแจ้งจากนักท่องเที่ยวว่าพบเสือโคร่ง ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ฯ ลงไปตรวจดูในเบื้องต้นก่อน และกันนักท่องเที่ยวที่ขึ้นมา ให้ลงไปจากบริเวณดังกล่าวก่อนระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เข้ามาสมทบ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะพบเห็นสัตว์ป่าเป็นประจำอยู่แล้ว และสถานีฯ จะอยู่ใกล้ผารักษ์สลัดไดมากสุด ซึ่งหากมีเหตุเกิดขึ้น ทางอุทยานฯ จะประสานขอรับการสนับสนุนมาที่สถานีฯ เพื่อเข้าไปช่วยตรวจสอบและดูแลความปลอดภัยในเบื้องต้นก่อน เพราะเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จะอยู่ห่างต้องใช้เวลาเดินทางสักพักจึงจะมาถึง ซึ่งตอนนี้ ทีมจากอุทยานฯ ได้มาสแตนบายเฝ้าระวังและผลักดันฯ อยู่ที่ผารักษ์สลัดไดแล้ว และมีทีมเจ้าหน้าที่ทหารอากาศ เขาสลัดได พร้อมให้การสนับสนุนช่วยเหลืออีกทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...