โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. เผย เศรษฐกิจไทย พ.ย. 68 ขยายตัว จับตาบาทแข็ง-ชายแดนไทยกัมพูชา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 ธ.ค. 2568 เวลา 15.29 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2568 เวลา 08.29 น.

ธปท. เผย เศรษฐกิจไทยเดือน พ.ย. 68 ขยายตัวจากเดือนก่อน แรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยว-ส่งออก ด้านการผลิตอุตสาหกรรมชะลอตัวชั่วคราวจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้และการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น จับตาปัจจัยเสี่ยง บาทแข็ง-ภาษีสหรัฐฯ-ความขัดแย้งชายแดนไทยกัมพูชา

30 ธ.ค. 2568 น.ส. ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ย. 2568 ขยายตัวจากเดือนก่อน จากอุปสงค์ต่างประเทศโดยการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำขยายตัวในหลายหมวดโดยเฉพาะเครื่องประดับและอิเล็กทรอนิกส์ และรายรับภาคการท่องเที่ยวปรับเพิ่มขึ้นตามการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้องปรับเพิ่มขึ้นสอดคล้องกัน

ส่วนอุปสงค์ในประเทศโดยรวมขยายตัวจากการลงทุนภาคเอกชนรวมถึงรายจ่ายลงทุนของทั้งรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจ อย่างไรก็ตามการบริโภคภาคเอกชนลดลงเล็กน้อยตามการใช้น้ำมันและไฟฟ้า แม้การใช้จ่ายในสินค้าอุปโภคบริโภคและหมวดบริการยังขยายตัว

“เศรษฐกิจไทยเดือน พ.ย. ดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าจากอุปสงค์ในประเทศทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยว โดยผลของมาตรการภาษีสหรัฐฯ จำกัดการส่งออกแค่บางส่วนยกเว้นสินค้าเกษตรที่ลดลงต่อเนื่อง”

โดยรายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน พ.ย. 2568 มีดังนี้

เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน จากการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทน ตามยอดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและปริมาณการใช้ไฟฟ้า แม้การใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่หมวดสินค้าคงทนลดลง จากยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์และยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล

อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายในหมวดบริการเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยเฉพาะโรงแรมและภัตตาคารสอดคล้องกับรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและการใช้จ่ายของคนไทยที่ส่วนหนึ่งได้รับผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยมาตรการดังกล่าวมีส่วนช่วยให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อน

“เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนในเดือน พ.ย. ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหลักๆ มาจากกลุ่มสินค้าไม่คงทนแต่ยอดจำหน่ายสินค้าไม่คงทนยังเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการคนละครึ่งพลัส อย่างไรก็ตามความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังถูกกดดันจากหนี้สินที่อยู่ในระดับสูง รายได้และการจ้างงานที่ยังมีความไม่แน่นอน รวมถึงสถานการณ์น้ำท่วมและความขัดแย้งชายแดนไทยกัมพูชา”

เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามยอดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องจักรเครื่องมือ อย่างไรก็ตามการลงทุนในหมวดยานพาหนะลดลง ตามยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งทุกประเภทและมูลค่าการนำเข้าเครื่องบิน ขณะที่หมวดก่อสร้างลดลงเล็กน้อย โดยหมวดที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยลดลงตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างนอกเขตอุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์ และหมวดที่อยู่อาศัยลดลงตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างคอนโดมิเนียม

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน จากนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short-haul) ที่เร่งไปในช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะจีนและเกาหลีใต้ รวมถึงมาเลเซียที่ลดการเดินทางในช่วงที่ภาคใต้เผชิญสถานการณ์น้ำท่วม อย่างไรก็ดี รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long-haul) ที่มีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงปรับเพิ่มขึ้นและช่วยชดเชยการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ที่ลดลงได้

มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในหลายหมวดสินค้า อาทิ

(1) เครื่องประดับ ไปอินเดีย

(2) อิเล็กทรอนิกส์ จากการส่งออกอุปกรณ์โทรคมนาคมไปสหรัฐฯ รวมถึงคอมพิวเตอร์ไปจีน

(3) เหล็กและโลหะ ตามการส่งออกอะลูมิเนียมและทองแดงไปจีน

อย่างไรก็ตาม การส่งออกหมวดยานยนต์ ปรับลดลงตามการส่งออกรถกระบะและรถยนต์นั่งไปตะวันออกกลางและอาเซียนที่อุปสงค์ชะลอลง

มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จาก

(1) หมวดวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางที่ไม่รวมเชื้อเพลิง ตามการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไต้หวัน

(2) หมวดสินค้าอุปโภคและบริโภค ตามการนำเข้าโทรศัพท์มือถือและรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน

(3) สินค้าทุนไม่รวมเครื่องบิน ตามการนำเข้าเครื่องจักรและคอมพิวเตอร์จากจีน

อย่างไรก็ตาม หมวดเชื้อเพลิงลดลงตามการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง

การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากรายจ่ายลงทุนเป็นสำคัญ โดยรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางขยายตัวจากการใช้จ่ายในโครงการทางหลวงและด้านชลประทาน ขณะที่รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจขยายตัวจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง อย่างไรก็ดี รายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางใกล้เคียงกับปีก่อน โดยการเบิกจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญ งบบุคลากร และค่ารักษาพยาบาลข้าราชการขยายตัว ขณะที่การเบิกจ่ายค่าจัดการเรียนการสอนหดตัว

ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน โดยลดลงในทุกกลุ่มการผลิตดังนี้

(1) กลุ่มผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนน้อยกว่า 30% ลดลงจากการผลิตปิโตรเลียมที่หยุดผลิตชั่วคราว ตามการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น

(2) กลุ่มผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วน 30-60% ลดลงจากการผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะ ตามอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่ชะลอลง รวมถึงกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ตามการผลิตกลุ่มอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็งและทูน่ากระป๋อง เนื่องจากโรงงานหยุดผลิตชั่วคราวในช่วงน้ำท่วมภาคใต้ และเครื่องดื่ม จากอุปสงค์ในประเทศชะลอตัว

(3) กลุ่มผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนมากกว่า 60% ลดลงจากหมวดฮาร์ดดิกส์ไดร์ฟและแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนที่มีการเร่งผลิตในช่วงก่อนหน้า

สำหรับสาเหตุที่ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม หรือ MPI หดตัวทั้งๆ ที่การส่งออกขยายตัวดีกว่าที่คาด น.ส. ชญาวดี เปิดเผยว่า การผลิตเพื่อส่งออกหลายตัวยังไปต่อได้ แต่บางจุดเช่นการปิดโรงกลั่นชั่วคราวซึ่งคาดว่าจะกลับมาเปิดได้ในเดือน ธ.ค. รวมถึงผลกระทบจากน้ำท่วมที่ทำให้การผลิตชะงักไปแต่การส่งออกยังไปต่อได้เพราะอาจยังมีสต็อกสินค้าอยู่

“การที่ดัชนี MPI ลดลงจากเดือนก่อนที่ -3.7% ลดลงต่อเนื่องส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยชั่วคราว ขณะที่อีกส่วนมาจากอุปสงค์ที่ทยอยปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมาซึ่งต้นตอมาจากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของเราลดลงทำให้การผลิตทยอยปรับลงลงในช่วงที่ผ่านมา เราจึงเน้นเรื่องการปรับโครงสร้าง การเพิ่มสภาพคล่อง ทำให้เอสเอ็มอีเบาตัวขึ้น”

เครื่องชี้ภาคบริการที่ไม่รวมการซื้อขายทองคำและขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามกิจกรรมในภาคการท่องเที่ยวที่ปรับเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร สอดคล้องกับรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น และการใช้จ่ายในร้านอาหารของคนไทยที่มากขึ้นจากผลบวกของมาตรการภาครัฐ รวมทั้งการขนส่งผู้โดยสาร จากการขนส่งที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวตามการขยายเส้นทางบินของสายการบินในประเทศด้านภาคการค้าปรับเพิ่มขึ้น ตามการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค สอดคล้องกับการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น

ในส่วนของรายได้เกษตรกรหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนตามราคาสินค้าเกษตรเป็นสำคัญ โดยราคาข้าวขาวและยางพาราลดลงจากปริมาณผลผลิตของทั้งไทยและตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับราคาผลไม้โดยเฉพาะลำไยและทุเรียนที่ยังได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับการตรวจสอบสารตกค้างของจีนและผลผลิตในปีนี้ที่ออกมามาก สำหรับผลผลิตสินค้าเกษตรขยายตัวเล็กน้อยจากระยะเดียวกันปีก่อน ตามข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากการขยายพื้นที่เพาะปลูกและการปลูกทดแทนพืชไร่อื่นที่ราคาปรับลดลงมาก

ด้านภาวะการเงินการระดมทุนของภาคธุรกิจ โดยรวมปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนจากการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิและตลาดทุน โดยการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้นตามธุรกิจการผลิตยางและพลาสติก และธุรกิจที่พักแรมและร้านอาหารเป็นสำคัญ ด้านการระดมทุนผ่านตลาดทุนเพิ่มขึ้นจากธุรกิจผลิตสิ่งทอ อาหาร และอาหารแปรรูป อย่างไรก็ตาม การระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ปรับลดลงในธุรกิจผลิตวัสดุก่อสร้างและภาคการค้า สำหรับต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ตั้งแต่ 1 พ.ย. ถึง 25 ธ.ค. 2568 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาวเฉลี่ยลดลง จากการคาดการณ์และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย

ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ สรอ. ในเดือน พ.ย. และ ธ.ค. 68 (ข้อมูลถึง 25 ธ.ค. 68) เงินบาทปรับแข็งค่าตามทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มผ่อนคลายต่อเนื่อง จากตัวเลขเศรษฐกิจและการจ้างงานที่ออกมาช่วงปลายเดือน พ.ย. และต้นเดือน ธ.ค. 2598 ซึ่งยังอ่อนแอ รวมถึงปัจจัยเฉพาะของไทย ได้แก่ กระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดพันธบัตรระยะยาว รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว และราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) เฉลี่ยแข็งค่าในเดือน พ.ย. และ ธ.ค. 2568มากกว่าสกุลคู่ค้าคู่แข่งจากปัจจัยเฉพาะของไทย

“เงินบาทที่ผ่านมาแข็งค่ามากกว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจซึ่งมาจากหลายปัจจัยรวมถึงปัจจัยเฉพาะของไทย อย่างไรก็ตามธปท. ติดตามผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดและเห็นว่ามีผลกระทบเรื่องความเชื่อมั่นด้วย จึงได้ออกมาตรการเพื่อช่วยดูแลและแก้ไข ตอนนี้จะเห็นว่าบรรเทาไปได้บ้าง หวังว่าปิดปีจะเป็นตัวเลขที่สวยขึ้นจากช่วงที่ผ่านมา”

เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงจากเดือนก่อนตามหมวดอาหารสด จากราคาผักที่สูงขึ้นจากผลของน้ำท่วม แม้อัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานติดลบมากขึ้นตามการลดลงของราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยราคาค่าโดยสารสาธารณะ อาหารโทรสั่งและของใช้ส่วนตัวปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาในหมวดเครื่องประกอบอาหารลดลง

“อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน พ.ย. 68 อยู่ที่ -0.49% ติดลบน้อยลงจากเดือนก่อนที่ 0.76% มาจากปัจจัยด้านอุปทานคืออาหารสดเป้นสำคัญที่ติดลบน้อยลงตามราคมผักที่ปรับเพิ่มขึ้นจากผลของน้ำท่วม ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.66% ทรงตัวจากเดือนก่อน”

ด้านภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานในตลาดแรงงานโดยรวมทรงตัว โดยยังต้องติดตามจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ลดลงต่อเนื่องในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันของสินค้านำเข้า สำหรับสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานต่อผู้ประกันตนลดลงทั้งในภาพรวมและรายใหม่ ทั้งนี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากทั้งดุลบริการ รายได้ และเงินโอน และดุลการค้า

“มองไปข้างหน้าดัชนีภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้าปรับตัวดีขึ้น โดยดัชนีการส่งออกสินค้าปรับดีขึ้นในหลายประเทศทั้งสหรัฐ ยุโรป และอาเซียน สำหรับจีนมีสัญญาณที่ชะลอลง”

สำหรับความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ ในเดือน ธ.ค. 2568 ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า ภาคการผลิตลดลงจากสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าและสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ขณะที่ภาคที่ไม่ใช่การผลิตภาคการเชื่อมั่นปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนจากจำนวนนักท่องเที่ยงที่เพิ่มขึ้นในฤดูการท่องเที่ยว

“เศรษฐกิจไทยยังมีแรงส่งมาจากกิจกรรมในภาคบริการที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง และการบริโภคภาคเอกชนที่ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ตามระยะต่อไปต้องติดตาม การฟื้นตัวของการผลิตภาคอุตสาหกรรม ผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่า การฟื้นตัวของธุรกิจหลังเหตุการณ์น้ำท่วม ผลกระทบจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา และ ผลกระทบของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ”

น.ส. ชญาวดี เปิดเผยว่า จากเครื่องชี้เศรษฐกิจที่ออกมาทั้งหมดเศรษฐกิจไทยในปี 2568 น่าจะเติบโตได้ตามที่ธปท. คาดไว้ ซึ่งการประมาณการครั้งล่าสุดที่มองว้าเศรษฐกิจไทยปี 2568 จะเติบโตได้ที่ 2.2% ได้รวมผลกระทบทางเศรษฐกิจจากเหตุการณ์ต่างๆ ไว้แล้ว อย่างไรก็ตามภาคบริการทั้งท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศที่ดีกว่าที่คาด ส่วนภาคการผลิตภาคอุตสาหกรรมอาจต่ำกว่าที่คาด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...