“บิ๊กเต่า” ยันหลักฐานแน่น คดี “บิ๊กโจ๊ก”
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 31 ธ.ค. 2568 เวลา 08.24 น. • เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2568 เวลา 08.24 น. • AdminNews(31 ธ.ค. 68) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธุ์ ผู้บังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) แถลงความคืบหน้าการสืบสวนกรณีเจ้าหน้าที่รัฐถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับผลประโยชน์และติดสินบนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
โดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สั่งการให้นำทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท ไปมอบให้กรรมการ ป.ป.ช. รายหนึ่ง ซึ่งรับผิดชอบสำนวนคดีของตน โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกเสียง ภาพถ่าย และพยานเอกสารจากการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าหลักฐานมีความเชื่อมโยงและน้ำหนักเพียงพอต่อการดำเนินคดี
ทั้งนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุถึงที่มาของพยานว่า ไม่ได้เกิดจากการชี้นำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่พยานตัดสินใจให้ข้อมูลหลังเคยถูกข่มขู่และทำร้ายร่างกาย โดยมีพฤติการณ์ใช้อาวุธปืนจี้ศีรษะ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับเอกสารทางการแพทย์ยืนยันอาการบาดเจ็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว
นอกจากนี้ ยังขยายผลพบความเชื่อมโยงถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยรายหนึ่ง ซึ่งมีบทบาทด้านสื่อสังคมออนไลน์และเป็นที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์ให้กับ
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ต้องหา รวมถึงพฤติการณ์การเผยแพร่ข้อมูลเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม หากพบการกระทำผิดชัดเจน จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ซึ่งในเบื้องต้น มีการออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวที่เป็นพลเรือน 3 ราย โดยมีผู้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 2 ราย คือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และ นายสมบัติ (สงวนนามสกุล) ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระจะมีขั้นตอนตามกฎหมายเฉพาะ โดยเมื่อตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานแล้วเสร็จ ก็จะส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.พิจารณาเสนอประธานรัฐสภาพและประธานศาลฎีกา ตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระต่อไป