โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

HEYTEA ร้านชาชื่อดังจากจีน จ่อคัมแบ็ก ‘เปิดสาขาในไทย’ หลังเคยปิดกิจการไปปี 63

Positioningmag

อัพเดต 15 ธ.ค. 2568 เวลา 04.57 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 01.49 น. • my_bb

กระแสตลาดชาในไทยร้อนระอุขึ้นอีกระลอก เมื่อแบรนด์ชาจีนบุกหนัก ล่าสุด มีกระแส HEYTEA ร้านชาชื่อดังจากจีน ที่มีเมนูฮิต อาทิ ชาชีส ชาองุ่น ‘อาจกลับมา’ เปิดสาขาในไทยที่กรุงเทพ

จากการเปิดรับสมัครตำแหน่ง ผู้จัดการร้าน/ผู้จัดการสาขา (Store Manager) ในพื้นที่กรุงเทพ ผ่านทาง LinkedIn หน้าที่หลัก อาทิ

  • บริหารจัดการร้านประจำวัน

  • อบรมและพัฒนาพนักงาน

  • บริการลูกค้า แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ

  • การจัดการสินค้าคงคลังและสต็อก

  • สรุปผลการดำเนินงานและการวิเคราะห์ทางการเงิน

  • ร่วมกับทีมการตลาด ส่งเสริมการขายและกิจกรรมเฉพาะร้านค้าที่ดึงดูดลูกค้า

หลังจากก่อนหน้านี้ HEYTEA ชิมลางตลาดชาในประเทศไทย โดยส่งสินค้า “ชาผลไม้แบบขวด” เปิดขายร้านสะดวกซื้อเซเว่น-อีเลฟเว่น ได้รับผลตอบรับดีจากผู้บริโภค

[caption id="attachment_1551652" align="alignnone" width="1696"]

HEYTEA ภาพจาก Shutterstock[/caption]

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ประมาณปี 2561 HEYTEA เคยเปิดสาขาในไทย (เริ่มจดทะเบียนในไทยปี 2560) ในชื่อ Heekcaa จำนวน 2 แห่ง ที่สยามดิสคัฟเวอรี และเมกา บางนา จากการซื้อแฟรนส์ไชส์มาแต่ประสบผลขาดทุน ดังนี้

  • ปี 2561 รายได้ 15 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 3.4 ล้านบาท

  • ปี 2562 รายได้ 16.7 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 2.92 ล้านบาท

โดยปัจจัยที่ Heekcaa ไม่ประสบความสำเร็จในไทย อาจเกิดจากเครื่องดื่มประเภทนี้ยังไม่เป็นที่นิยมในไทยนัก ก่อนจะปิดกิจการในปี 2563 (จดทะเบียนร้างธุรกิจในปี 2565)

[caption id="attachment_1551658" align="alignnone" width="1000"]

HEYTEA สาขามาเลเซีย[/caption]

สำหรับแบรนด์ HEYTEA เปิดตัวครั้งแรกที่จีนในปี 2555 มีชื่อเดิมว่า Royal Tea ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น HEYTEA ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา

โดย HEYTEA เริ่มต้นจากร้านเล็ก ๆ ในเมืองเจียงเหมิน (Jiangmen) แต่โด่งดังด้วยการเป็นร้านชาจีนสไตล์ใหม่ ผ่านจุดเด่น cheese tea ทำให้มีคนต่อคิวยาวในจีน และเริ่มรีวิวจนเป็นไวรัลในโซเชียลทั้งใน Xiaohongshu และ Instagram

จากนั้นจึงขยายไปสู่เมืองใหญ่อื่น ๆ ในจีน เช่น เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เสินเจิ้น และขยายสาขาไปยังต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ อเมริกา ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ จนปัจจุบันมีสาขารวม 4,000 สาขา (ส่วนใหญ่เป็นสาขาในจีน)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...