โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟื้นฟูและขับเคลื่อนต่อไป

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ธ.ค. 2568 เวลา 01.48 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 01.48 น.
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

คณะรัฐมนตรี โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง แถลงหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้ รวม 4 มาตรการใหญ่ หลังเหตุอุทกภัยสร้างความเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท กระทบประชาชนมากกว่า 2.9 ล้านคน

มาตรการฟื้นฟูเยียวยาหลัก 4 ด้าน อาทิ มาตรการลดภาระหนี้ และปล่อยสินเชื่อ โดยพักเงินต้นและดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย จะผ่อนเกณฑ์ไม่ให้เป็นหนี้เสีย (NPL) สำหรับสินเชื่อเยียวยาให้ผู้ประสบภัย กู้เพิ่มรายละไม่เกิน 1 แสนบาท ดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน และสินเชื่อฟื้นฟูดอกเบี้ยต่ำ 0% นาน 12 เดือน ไม่เกิน 1 ล้านบาท โดย ธปท.และสมาคมธนาคารไทย จะออกแบบมาตรการต่าง ๆ ขณะที่มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีจะมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันให้

มาตรการเพิ่มเงินในกระเป๋า ส่วนหนึ่งเป็นเงินเยียวยา 9,000 บาท ขณะที่กระทรวงการคลังขยายเงินทดรองจังหวัดละ 100 ล้านบาท และจะผ่อนเกณฑ์เบิกจ่ายระเบียบต่าง ๆ ให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเพื่อช่วยประชาชน ด้านประชาชนที่ทรัพย์สินเสียหาย คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะจ่ายให้ไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับที่อยู่อาศัย ร้านค้า 30,000 บาท (มีประกัน) รถยนต์ ถ่ายรูปมาเคลมได้เร็วขึ้น ขยายเวลานำส่งเงินประกันสังคม

ส่วนลูกจ้างจะจ่ายเงินทดแทนกรณีว่างงาน 50% ของค่าจ้าง สูงสุดไม่เกิน 180 วัน ซึ่งกระทรวงแรงงานจะมีสินเชื่อให้ผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมการจ้างงาน โดยมีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน กู้ได้ไม่เกิน 15 ล้านบาท มาตรการลดภาระค่าใช้จ่าย จะขยายการจ่ายค่าภาษีและค่าธรรมเนียม พร้อมลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ประสบภัย

ขณะที่ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับซ่อมแซมสินทรัพย์ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท และลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีซ่อมแซมรถยนต์ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับผู้ประกอบการที่มีค่าใช้จ่ายซ่อมแซมทรัพย์สิน สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า รวมถึงผู้ที่บริจาคช่วยผู้ประสบภัยก็นำไปลดหย่อนภาษีได้ ฯลฯ

วิกฤตครั้งนี้ ทำให้เกิดโอกาสในการปรับปรุงระบบให้ความช่วยเหลือประชาชน อาทิ การใช้สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ยืนยันตัวตน ทำให้เกิดความล่าช้า รวมถึงระบบการรับมือภัยพิบัติ และมาตรการป้องกันมิให้เกิดปัญหาขึ้น ทั้งก่อน ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ ซึ่งจะต้องศึกษาบทเรียนจากต่างประเทศและในประเทศ และพัฒนาระบบป้องกันขึ้นมาอย่างจริงจัง เฉพาะหน้า ต้องเยียวยาให้เอกชน ประชาชน กลับเข้าสู่วิถีชีวิตปกติให้ได้ เพื่อพลิกฟื้นกอบกู้ธุรกิจ การทำมาหากินกลับคืนมา และร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่และของประเทศกันต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฟื้นฟูและขับเคลื่อนต่อไป

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...