ฟื้นฟูและขับเคลื่อนต่อไป
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
คณะรัฐมนตรี โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง แถลงหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้ รวม 4 มาตรการใหญ่ หลังเหตุอุทกภัยสร้างความเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท กระทบประชาชนมากกว่า 2.9 ล้านคน
มาตรการฟื้นฟูเยียวยาหลัก 4 ด้าน อาทิ มาตรการลดภาระหนี้ และปล่อยสินเชื่อ โดยพักเงินต้นและดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย จะผ่อนเกณฑ์ไม่ให้เป็นหนี้เสีย (NPL) สำหรับสินเชื่อเยียวยาให้ผู้ประสบภัย กู้เพิ่มรายละไม่เกิน 1 แสนบาท ดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน และสินเชื่อฟื้นฟูดอกเบี้ยต่ำ 0% นาน 12 เดือน ไม่เกิน 1 ล้านบาท โดย ธปท.และสมาคมธนาคารไทย จะออกแบบมาตรการต่าง ๆ ขณะที่มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีจะมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันให้
มาตรการเพิ่มเงินในกระเป๋า ส่วนหนึ่งเป็นเงินเยียวยา 9,000 บาท ขณะที่กระทรวงการคลังขยายเงินทดรองจังหวัดละ 100 ล้านบาท และจะผ่อนเกณฑ์เบิกจ่ายระเบียบต่าง ๆ ให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเพื่อช่วยประชาชน ด้านประชาชนที่ทรัพย์สินเสียหาย คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะจ่ายให้ไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับที่อยู่อาศัย ร้านค้า 30,000 บาท (มีประกัน) รถยนต์ ถ่ายรูปมาเคลมได้เร็วขึ้น ขยายเวลานำส่งเงินประกันสังคม
ส่วนลูกจ้างจะจ่ายเงินทดแทนกรณีว่างงาน 50% ของค่าจ้าง สูงสุดไม่เกิน 180 วัน ซึ่งกระทรวงแรงงานจะมีสินเชื่อให้ผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมการจ้างงาน โดยมีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน กู้ได้ไม่เกิน 15 ล้านบาท มาตรการลดภาระค่าใช้จ่าย จะขยายการจ่ายค่าภาษีและค่าธรรมเนียม พร้อมลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ประสบภัย
ขณะที่ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับซ่อมแซมสินทรัพย์ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท และลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีซ่อมแซมรถยนต์ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับผู้ประกอบการที่มีค่าใช้จ่ายซ่อมแซมทรัพย์สิน สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า รวมถึงผู้ที่บริจาคช่วยผู้ประสบภัยก็นำไปลดหย่อนภาษีได้ ฯลฯ
วิกฤตครั้งนี้ ทำให้เกิดโอกาสในการปรับปรุงระบบให้ความช่วยเหลือประชาชน อาทิ การใช้สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ยืนยันตัวตน ทำให้เกิดความล่าช้า รวมถึงระบบการรับมือภัยพิบัติ และมาตรการป้องกันมิให้เกิดปัญหาขึ้น ทั้งก่อน ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ ซึ่งจะต้องศึกษาบทเรียนจากต่างประเทศและในประเทศ และพัฒนาระบบป้องกันขึ้นมาอย่างจริงจัง เฉพาะหน้า ต้องเยียวยาให้เอกชน ประชาชน กลับเข้าสู่วิถีชีวิตปกติให้ได้ เพื่อพลิกฟื้นกอบกู้ธุรกิจ การทำมาหากินกลับคืนมา และร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่และของประเทศกันต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฟื้นฟูและขับเคลื่อนต่อไป
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net