ค่ายจีนเร่งส่งท้ายมาตรการอีวีดาหน้าขึ้นราคาขาย
ค่ายรถจีนทยอยปรับขึ้นราคา ก่อนมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุดปลายปีนี้ ประเดิม JAECOO 5 EV ขึ้นคันละ 40,000 บาท ส่วน Geely ใจดีโควตาโปรฯ ราคาพิเศษ ไปจนถึงสิ้นปี’68 ลั่นปีหน้าขึ้นราคาแน่ 30,000 บาท ขณะที่บีวายดีเร่งระบายสต๊อกต่อเนื่อง ขาย “ราคาพิเศษ”
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์หลังจากจบงานอีเวนต์ใหญ่ มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป (Motor Expo 2025) โดย นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานเปิดเผยว่า ปีนี้มียอดจองรถยนต์ในงานจากตัวเลขการคำนวณจากการร่วมรายการ ซื้อรถ…ชิงรถ ตลอดการจัดงาน 13 วัน (28 พ.ย.-11 ธ.ค. 2568) พบว่ามียอดจองทั้งสิ้น 80,509 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ 75,246 คัน และรถจักรยานยนต์ 5,263 คัน และมีการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในงานกว่า 7 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากปัจจัยหลักคือ การจัดงานในปีนี้เป็นการจัดงานที่อยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดแห่งปี ผนวกกับมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 1 (EV 3.0) ที่จะสิ้นสุดปีนี้ รวมถึงการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ที่จะเริ่มปี 2569 ส่งผลให้งานประสบความสำเร็จอย่างสูง และช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ปีนี้ที่ซบเซาให้กลับมาคึกคัก
และเมื่อพิจารณาจาก 10 อันดับค่ายรถยนต์ที่มียอดจองสูงสุดพบว่า ค่ายรถจีนมียอดจองสูงสุดติดอันดับท็อป 10 ถึง 7 ค่าย ตอกย้ำให้เห็นว่าสิ้นสุดของมาตรการ EV มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ
นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ BYD และ DENZA ในประเทศไทย เปิดเผยว่า จากมาตรการ EV 3.0 ที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ส่งผลให้ราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยต้องปรับขึ้น
โดยเฉพาะรถยนต์ BYD DOLPHIN และ BYD ATTO 3 จะไม่ได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดมูลค่า 150,000 บาท โดยจะได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดมูลค่า 50,000 บาท จากโครงการ EV 3.5 แทน
ส่วน BYD SEAL, BYD M6, BYD SEALION 7 และ DENZA D9 นอกจากจะไม่ได้รับ ทั้งเงินสนับสนุนจากภาครัฐสูงสุดมูลค่า 75,000 บาท ยังมีการปรับอัตราการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต เพิ่มขึ้นจากเดิม 8% รวมเป็น 10% ทำให้ช่วงเวลาจากนี้ไปจนถึงสิ้นปี ถือเป็นช่วงสุดท้ายของราคาจำหน่ายรถยนต์ BYD ที่ดีที่สุด
บริษัทได้จัดแคมเปญให้เลือก “รุ่นที่ใช่และโปรโมชั่นที่คุณชอบ” กับรถยนต์ที่ยังมีอยู่ในสต๊อก ได้แก่
BYD DOLPHIN ราคาพิเศษ 449,900 บาท ในรุ่น Standard Range หรือ 569,900 บาท ในรุ่น Extended Range, BYD ATTO 3 ราคาพิเศษ 629,900 บาท ในรุ่น Premium หรือ 699,900 บาท ในรุ่น Extended
BYD SEAL 5 DM-i ราคาพิเศษ 699,900 บาท ในรุ่น Premium, BYD M6 ราคาพิเศษ 749,900 บาท ในรุ่น Dynamic หรือ 849,900 บาท ในรุ่น Extended
BYD SEAL ราคาพิเศษ 799,900 บาท ในรุ่น Dynamic, BYD SEALION 6 DM-i ราคาพิเศษ 899,900 บาท ในรุ่น Dynamic หรือ 999,900 บาท ในรุ่นPremium, BYD SEALION 7 ราคาพิเศษ 1,074,900 บาท ในรุ่น Premium หรือ 1,174,900 บาท ในรุ่น AWD Performance
DENZA D9 ราคาพิเศษ 1,899,900 บาท ในรุ่น Premium หรือ 2,499,900 บาท ในรุ่น AWD Performance, DENZA D9 Phantom Edition ราคาพิเศษ 1,999,900 บาท ในรุ่น Premium หรือ 2,599,900 บาท ในรุ่น AWD Performance
เช่นเดียวกับ นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่าย GEELY อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้ขยายเวลาแคมเปญราคาพิเศษจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 สำหรับ GEELY EX2 รุ่น PRO ในราคา 399,990 บาท และรุ่น MAX ในราคา 429,990 บาท และ GEELY EX5 รุ่น MAX ในราคา 849,000 บาท
ก่อนที่ปีหน้าจะปรับขึ้นราคาจำหน่ายของ GEELY EX2 รุ่น PRO ราคา 429,990 บาท และ GEELY EX2 รุ่น MAX ราคา 459,990 บาท
ด้านบิล จาง ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ OMODA & JAECOO ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้ประกาศปรับขึ้นราคารถ JAECOO 5 EV ที่มียอดจองเต็มตามโควตาแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า EV 3.5
โดยรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Dynamic จากราคาพิเศษ 589,000 บาท เป็นราคาปกติ 629,000 บาท
และรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Max จากราคาพิเศษ 639,000 บาท เป็นราคาปกติ 679,000 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลง
“เรายังคงเชื่อมั่นว่า JAECOO 5 EV คือหนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของรถไฟฟ้าในประเทศไทย”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ค่ายจีนเร่งส่งท้ายมาตรการอีวีดาหน้าขึ้นราคาขาย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net