โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SOCIETY: ส่องเทรนด์ ‘การเลี้ยงปลากัด’ เมื่อวัฒนธรรมพื้นบ้าน ข้ามกาลเวลา กลับมานิยมในหมู่คนรุ่นใหม่

BrandThink

เผยแพร่ 06 ม.ค. เวลา 10.53 น.

‘ปลากัดไทย’ หรือ ‘ปลากัดสยาม’ (Siamese Fighting fish) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Betta splendens ถือเป็นสัตว์น้ำพื้นถิ่นที่มีความผูกพันกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการเพาะพันธุ์และเลี้ยงเพื่อความสวยงาม หรือเพื่อความดุร้ายและแข็งแกร่งสำหรับการแข่งขันในการละเล่นไทย จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นปลามรดกของชาติในปัจจุบัน

การนำปลากัดมา ‘กัด’ และแข่งขันที่เกิดขึ้นเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้ทำเพียงเพื่อความบันเทิงในเวลาว่างเท่านั้น ในปัจจุบันสามารถแบ่งความต้องการของคนที่เพาะเลี้ยง หรือชื่นชอบปลากัดได้แตกต่างกันออกไปตามความชื่นชอบ เช่น เพาะพันธุ์เพื่อความสวยงามของลวดลาย สีสัน ของตัวปลากัด หรือจะเกี่ยวกับความแข็งแกร่ง ดุร้าย ผ่านการแข่งขันแล้วจึงนำมาเพาะพันธุ์เพื่อนำไปขายต่อ

ในปัจจุบันยุคที่มาถึงของคำว่า ‘Ipad Kid’ คงเป็นภาพที่หาได้ยากที่เด็กในยุคสมัยนี้จะหันมาสนใจเลี้ยงปลากัด แต่การเกิดขึ้นของเทรนด์การเลี้ยงที่สามารถเห็นได้ในโซเชียลมีเดียรวมไปถึงการแข่งขันเฉพาะกลุ่มในพื้นที่ ทำให้เยาวชนสมัยนี้หันมานิยมเลี้ยงปลากัดกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเลี้ยงในขวดแก้วไปจนถึงโหลปลา

ทำไมเด็กจึงชอบเลี้ยงปลากัด?

อาจจะเป็นเพราะเลี้ยงดูง่าย ไม่ต้องทำอะไรมาก ปลากัดสามารถเลี้ยงในขวด ในแก้ว หรือในโหลที่ขนาดไม่ต้องใหญ่มาก ไม่ต้องใช้ปั๊มน้ำ ก็สามารถเพลิดเพลินกับการเลี้ยงปลากัดให้สวยงาม หรือจะเตรียมให้แข็งแกร่งเพื่อการละเล่น แต่ในการเล่นปลากัดมักจะถูกแทรกแซงด้วยการพนันในการแข่งขัน ทำให้ความดุเดือดในการเพาะเลี้ยงปลากัดไทยสูงมากๆ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปลากัดไม่ได้อยู่แค่ในขวดตามบ้าน แต่ยังขยับเข้าสู่พื้นที่สาธารณะและการแข่งขันจริง ทั้งการประกวดปลากัดสวยงามในงานเกษตร งานสัตว์น้ำ งานโอท็อป ไปจนถึงการแข่งขันเฉพาะกลุ่มในระดับชุมชน และยังพบว่าผู้เข้าร่วมจำนวนไม่น้อยเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่

ขณะเดียวกัน โซเชียลมีเดียอย่าง TikTok, Facebook และ YouTube ก็ได้กลายเป็นพื้นที่โชว์ปลากัดรุ่นใหม่ตั้งแต่การอวดสี อวดลาย การเพาะพันธุ์ ไปจนถึงการซื้อขายออนไลน์ ปลากัดบางตัวมีมูลค่าตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ทำให้ปลากัดไม่ใช่แค่เพียงสัตว์เลี้ยงสวยงาม แต่ยังกลายเป็นระบบเศรษฐกิจย่อยที่เด็กสามารถเข้าถึงได้จริง

อุตสาหกรรมปลาสวยงามของไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากกรมประมงพบว่า ในปี 2567 ปลาสวยงามไทยมีมูลค่าการส่งออกมากกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะปลากัดที่สร้างรายได้ให้กับประเทศถึงปีละ 400 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 40 ของการส่งออกปลาสวยงามทั้งหมดของประเทศ และยังช่วยยกระดับไทยให้เป็นหนึ่งในผู้ส่งออกปลาสวยงามอันดับต้นๆ ของโลก รวมถึงเป็นอันดับ 3 ของประเทศผู้ส่งออกปลาสวยงามไปยังจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ระดับภูมิภาค ทุกตัวเลขเหล่านี้ล้วนยืนยันว่าการเลี้ยงปลากัดไม่ใช่แค่งานอดิเรก หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจและวัฒนธรรมร่วมสมัยที่ขยายตัวอย่างชัดเจนในยุคปัจจุบัน

ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับการที่ปลากัดไทยถูกยกระดับให้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติและอุตสาหกรรมปลากัดไทยถูกผลักดันในระดับสากล ยิ่งตอกย้ำว่าการเลี้ยงปลากัดในหมู่เยาวชนและคนรุ่นใหม่ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่ยังเป็นการกลับมาของวัฒนธรรมพื้นบ้านในบริบทเศรษฐกิจและการแข่งขันรูปแบบใหม่อีกด้วย

ถือได้ว่าอาจเป็นช่องทางทำเงินสร้างรายได้สำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ หรือคนที่ชื่นชอบการเลี้ยงปลาในเวลาว่าง หรือเป็นงานอดิเรก เนื่องด้วยตลาดการเพาะปลากัดที่เริ่มมีความต้องการมากขึ้น รวมไปถึงการเพาะพันธุ์ปลากัดสวยงามเพื่อการเลี้ยงดู หรือการแข่งขันการ ‘กัด’ ของปลากัด และเพื่อประโยชน์สูงสุด การเพาะเลี้ยงปลากัดจึงควรถูกผลักดันให้ถูกที่ถูกทางและเหมาะสมกับการเป็นมรดกของชาติเช่นปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...