จีนเตรียมคุมส่งออก 7 แร่หายากไปญี่ปุ่น เซ่น ทาคาอิจิ ไม่ถอนคำพูดการเมืองไต้หวัน
ความตึงเครียดปะทุหลังนายกฯ ญี่ปุ่นปฏิเสธถอนคำพูดกรณีไต้หวัน กระทรวงพาณิชย์จีนสั่งระงับส่งออกสินค้า "Dual-Use Items" พร้อมเล็งยกระดับตรวจสอบใบอนุญาตแร่หายาก 7 ชนิด สถาบันวิจัยโนมูระประเมินความเสียหายต่อ GDP ญี่ปุ่นอาจสูงถึง 2.6 ล้านล้านเยน หากมาตรการยืดเยื้อนาน 1 ปี กระทบห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
7 มกราคม 2569 – ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและญี่ปุ่นทวีความรุนแรงขึ้น ล่าสุดแหล่งข่าวจากหนังสือพิมพ์ไชน่าเดลี่รายงานเมื่อวันอังคาร (6 ม.ค. 2569) ว่า รัฐบาลปักกิ่งกำลังพิจารณาเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบใบอนุญาตส่งออกกลุ่มแร่หายาก (Rare Earths) ไปยังญี่ปุ่น
มาตรการดังกล่าวถูกมองว่าเป็นปฏิกิริยาตอบโต้โดยตรงต่อถ้อยแถลงของ นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เกี่ยวกับประเด็นอธิปไตยของไต้หวัน ซึ่งผู้นำญี่ปุ่นยังคงยืนยันจุดเดิมและปฏิเสธที่จะถอนคำพูดตามคำเรียกร้องของทางการจีน
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นส่วนต่อขยายจากมาตรการที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยกระทรวงพาณิชย์และสำนักงานศุลกากรจีนได้ประกาศควบคุมการส่งออกแร่หายากชนิดกลางและหนักรวม 7 ประเภท ได้แก่ ซาแมเรียม, แกโดลิเนียม, เทอร์เบียม, ดิสโพรเซียม, ลูทีเชียม, สแกนเดียม และอิตเทรียม ซึ่งเป็นวัตถุดิบยุทธศาสตร์ในอุตสาหกรรมไฮเทค
"แร่หายากชนิดหนัก เช่น เทอร์เบียมและดิสโพรเซียม ที่ญี่ปุ่นนำมาใช้ในมอเตอร์ของรถยนต์ไฟฟ้านั้น เกือบ 100% นำเข้าจากจีน ดังนั้น มาตรการคุมเข้มการส่งออกใด ๆ ก็ตามจะสร้างความท้าทายอย่างมากต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น"
รายงานจากสถาบันวิจัยโนมูระ (Nomura Research Institute)
สถาบันวิจัยโนมูระได้วิเคราะห์ฉากทัศน์ความเสียหายเชิงโครงสร้างหากจีนตัดสินใจใช้มาตรการจำกัดการส่งออกอย่างเต็มรูปแบบ โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้:
- ระยะสั้น (3 เดือน): คาดการณ์ความเสียหายมูลค่า 6.6 แสนล้านเยน (ประมาณ 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ส่งผลให้ Nominal GDP และ Real GDP ลดลง 0.11% ต่อปี
- ระยะยาว (1 ปี): หากมาตรการยืดเยื้อ ความเสียหายอาจพุ่งสูงถึง 2.6 ล้านล้านเยน กระทบต่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวมให้ลดลงถึง 0.43%
ยกระดับการคุมเข้มสินค้า "Dual-Use Items"
นอกเหนือจากประเด็นแร่หายาก กระทรวงพาณิชย์จีนยังได้ประกาศบังคับใช้กฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับ สินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items: DUI) ไปยังประเทศญี่ปุ่นโดยมีผลบังคับทันที สินค้ากลุ่มนี้ครอบคลุมถึงเทคโนโลยีและบริการที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและภารกิจทางทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบอาวุธและอุปกรณ์ป้องกันประเทศ
"จีนห้ามการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทางทั้งหมดแก่ผู้ที่นำไปใช้ด้านการทหารของญี่ปุ่น รวมทั้งผู้ใช้ปลายทางที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหาร"
มาตรการดังกล่าวระบุชัดเจนว่า องค์กรหรือบุคคลสัญชาติจีนที่ฝ่าฝืนโดยการโอนย้ายหรือจัดหาสินค้า DUI ที่มีแหล่งกำเนิดในจีนให้แก่ภาคีในญี่ปุ่น จะต้องเผชิญกับการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยอ้างเหตุผลด้านการปกป้องความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติ รวมถึงข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการไม่แพร่ขยายอาวุธ
สถานการณ์นี้สร้างแรงกดดันต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิตของญี่ปุ่นอย่างมหาศาล โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากจีนเป็นหลัก ในขณะที่บรรดานักวิเคราะห์มองว่านี่คือการใช้ "อาวุธทางเศรษฐกิจ" เพื่อต่อรองในประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ละเอียดอ่อนที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออก