โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ถอดบทเรียน ‘บิวกิ้น-พุฒิพงศ์’ ในวันที่ธุรกิจไม่ใช่แค่ Hobby แต่คือการใช้ชีวิตในฐานะผู้ประกอบการตัวจริง

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ถอดบทเรียน ‘บิวกิ้น-พุฒิพงศ์’ ในวันที่ธุรกิจไม่ใช่แค่ Hobby แต่คือการใช้ชีวิตในฐานะผู้ประกอบการตัวจริง

ภาพจำของคำว่า ‘ดาราวัยรุ่น’ ในความคิดคุณคืออะไร?

หน้าตาดี ร้องเพลงได้ เล่นซีรีส์ หรือเป็นอินฟลูเอนเซอร์ขายของ? อาจใช่ แต่ในยุคปัจจุบัน ทั้งหมดนั่นอาจเป็นแค่เรื่องพื้นฐาน คนรุ่นใหม่จำนวนมากไม่ได้ยึดติดกับการเป็นตัวเองในบทบาทเดียว พวกเขาอยากทลายขีดจำกัด ท้าทายความสามารถเพื่อค้นพบตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่าไปเรื่อยๆ

The Secret Sauce มีโอกาสได้คุยกับ ‘บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล’ ตัวแทนของศิลปินรุ่นใหม่วัย 26 ปีไม่ปล่อยให้กรอบใดๆ มากีดกันการเติบโต โดยเลือกที่จะกระโดดลงไปทดลองในหลากหลายบทบาท พิสูจน์ขีดจำกัดตัวเองผ่านการเอ็นจอยกับ Daily Magic ในทุกวัน

นับหนึ่งจากงาน ‘เสมียนตัวน้อย’

แม้จะเติบโตมาในครอบครัวไทยเชื้อสายจีนที่มีฐานะ แต่ชีวิตวัยเด็กของบิวกิ้นในระบบกงสีไม่ได้เริ่มต้นที่ห้องแอร์ เขาถูกหล่อหลอมผ่านความคาดหวังของผู้ใหญ่ที่อยากให้ลูกหลานเติบโตไปเป็นพ่อค้าหรือเถ้าแก่ กิจวัตรในวันหยุดคือถูกส่งไปเรียนรู้งานในฐานะเสมียน ช่วยแพ็กของในโรงงาน ไปจนถึงการกระโดดขึ้นท้ายรถกระบะไปส่งของกับคนงานและช่วยจดออเดอร์ลูกค้า

บิวกิ้นซึมซับการมองหาโอกาสและความรับผิดชอบผ่านการทำงานจริง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เขามองโลกต่างจากวัยรุ่นทั่วไปที่มองการทำงานเป็นเพียงหน้าที่

Golden Hour ที่มาจากคุณภาพข้างในตัวตน

ช่วงแรกที่ก้าวเข้าสู่นาดาวบางกอกในวัยมัธยมปลาย บิวกิ้นยอมรับว่ามองว่ามันคืองานอดิเรกที่สร้างความสนุกและได้ค่าขนม แต่เมื่อเขาเริ่มได้รับโอกาสที่ใหญ่ขึ้นในซีรีส์อย่าง ‘รักฉุดใจนายฉุกเฉิน’ และบทบาทในซีรีส์วายเรื่องแรกอย่าง ‘แปลรักฉันด้วยใจเธอ’ เขาก็เริ่มเปลี่ยนผ่านตัวเองสู่การเป็นมืออาชีพที่เคร่งครัด

ในช่วงเวลานี้เองที่เขาได้รับอิทธิพลทางความคิดครั้งสำคัญจากย้ง ทรงยศ อดีตผู้บริหารนาดาวบางกอก ที่กลายเป็นเข็มทิศในการทำงานมาจนถึงปัจจุบัน

“เราไม่ต้องคิดถึงผลลัพธ์แบบชัดๆ เรามีหน้าที่แค่ทำมันอย่างไม่ประนีประนอมต่อคุณภาพ และสุดท้ายแล้วผลลัพธ์มันจะตอบแทนเราแบบที่เราคาดไม่ถึงอยู่เสมอ”

คำสอนจากย้ง ทรงยศ ทำให้บิวกิ้นกลายเป็นคนที่ทำงานโดยยึดถือความถูกต้องของคุณภาพเป็นที่ตั้ง ไม่ว่าจะเป็นงานแสดงหรืองานเพลง ชั่วโมงนี้ ‘บิวกิ้น-พุฒิพงศ์’ จึงเป็นชื่อศิลปินมากความสามารถที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก

CEO ผู้กล้าเลือกทางยากในวันที่ไร้สังกัด

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่มาถึงเมื่อนาดาวบางกอกปิดตัวลง บิวกิ้นในวัยยี่สิบต้นๆ มีชอยส์ให้เลือกเดินคือยอมตบเท้าเข้าสู่ค่ายใหญ่ หรือจะเป็นศิลปินอิสระบริหารตัวเอง

เขาเลือกเปิด Billkin Entertainment โดยดึงเอา เบล สุพล มาเป็นคู่คิดในการวางระบบหลังบ้าน ใช้รูปแบบความสัมพันธ์แบบพี่น้องที่ไว้ใจกัน เข้าใจดีว่าตัวเองเป็นศิลปินที่มีข้อดีอะไร ขาดอะไร โดยให้พาร์ทเนอร์เป็น ‘คนแปลสาร’ ที่ช่วยเปลี่ยนความต้องการในเชิงสร้างสรรค์ของเขาให้กลายเป็นโครงสร้างธุรกิจที่เดินได้จริง

นักเรียนธุรกิจในสนามรบ SME

วันนี้บิวกิ้นไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่ในวงการบันเทิง แต่เขายังกระโดดเข้าสู่ธุรกิจ ทั้งสกินแคร์ และ F&B ในโลกนี้ เขานิยามว่ามันคือ ‘สนามรบ’ ที่ต้องขยับตัวแก้เกมอันตราย และหาทางคว้าโอกาสอยู่ตลอด

หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่ความคล่องตัว (Agility) ที่ต้องคอยมอนิเตอร์และประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เพื่อขยับตัวให้ทันต่อการแข่งขันที่ดุเดือด การลงสนามครั้งนี้ทำให้เขาเห็นความสำคัญของการบริหารแบบลีนที่เน้นความเป็นจริงเป็นที่ตั้ง มากกว่าการยึดติดกับเฟรมเวิร์กขององค์กรขนาดใหญ่

“ปลายทางจริงๆ แล้วผมแทบจะไม่มีเลย ผมรู้สึกว่าเราสนุกกับวันนี้… อะไรจะเกิดขึ้นก็ไปตามนั้น” บิวกิ้นทิ้งท้าย

เคล็ดลับความสำเร็จของเขาอาจไม่ใช่การวางแผนที่ตายตัวว่าต้องเกษียณตอนอายุเท่าไหร่ หรือต้องมีเงินกี่พันล้าน แต่เลือกที่จะ Grow with the Flow กล้าปล่อยให้ตัวเองไหลไปตามโอกาสที่เข้ามา แล้วใช้สัญชาตญาณที่ถูกฝึกมาอย่างดีจัดการกับโอกาสนั้นอย่างเต็มที่

Flow ในที่นี้ไม่ใช่การปล่อยจอยไปวันๆ แต่คือการสร้าง Flow ที่เกิดจากการเตรียมพร้อมจนทักษะกลายเป็นเนื้อเดียวกันกับการใช้ชีวิต จนไม่มีเส้นแบ่งระหว่าง Work และ Life เพราะทุกย่างก้าวคือการเติบโตที่เป็นเนื้อเดียวกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...