โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม 2568

efinanceThai

เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2568 เวลา 01.36 น.

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม 2568

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 ธ.ค. 68 8:36: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดลดลง 1.61 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือ -2.76% ปิดที่ 56.74 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดลดลง 1.60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือ -2.57% ปิดที่ 60.64 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบลดลงกว่า 2% ในวันศุกร์ (26 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนประเมินแนวโน้มอุปทานน้ำมันล้นตลาด พร้อมกับจับตาการเจรจาข้อตกลงสันติภาพระหว่างยูเครนและรัสเซีย ก่อนการหารือระหว่างประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์

*** สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เผยว่า กำไรภาคอุตสาหกรรมจีนยังคงลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยลดลง 13.1% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่ลดลง 5.5% ในเดือนต.ค. ตอกย้ำสัญญาณดีมานด์ในประเทศที่อ่อนแรงและภาวะเงินฝืดที่ยังคงลากยาว ซึ่งฉุดรั้งกำไรของบริษัท ขณะที่ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์โดยบลูมเบิร์กคาดว่าจะลดลง 15%

ส่วนกำไรในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 0.1% ชะลอตัวลงจาก 1.9% ในช่วง 10 เดือนแรก

นอกจากแรงกดดันจากปัจจัยเรื่องดีมานด์และเงินฝืดในประเทศ เศรษฐกิจจีนยังเสี่ยงที่จะต้องเผชิญแรงดดันจากการลงทุนที่ยังคงลดลงต่อเนื่อง การบริโภคที่ชะลอตัวลง และความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้นกับชาติคู่ค้าอื่น ๆ แม้จะมีการสงบศึกทางการค้ากับสหรัฐฯ อยู่ก็ตาม

*** ฝ่ายนิติบัญญัติของจีนอนุมัติการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการค้าต่างประเทศ โดยมีการเพิ่มข้อกำหนดเพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ด้านการพัฒนาประเทศ การแก้ไขครั้งนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา และการตั้งระบบความช่วยเหลือเพื่อปรับตัวทางการค้า เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับห่วงโซ่อุปทาน

ทั้งนี้ กฎหมายฉบับแก้ไขใหม่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มี.ค. 2026 ซึ่งถือเป็นการแก้ไขครั้งใหญ่รอบที่ 2 นับตั้งแต่มีการประกาศใช้เมื่อปี 1994

*** ปริมาณการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ของจีนเดือนพ.ย. พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน ข้อมูลของสำนักงานพลังงานแห่งชาติ (NEA) ที่เผยแพร่ล่าสุด ระบุว่า จีนมีการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ประมาณ 22 กิกะวัตต์ทั่วประเทศในเดือนพ.ย. ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่มากที่สุดในปีนี้ หลังจากทำสถิติสูงสุดไปเมื่อเดือนพ.ค. แต่ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งมีการติดตั้งไป 25 กิกะวัตต์ โดยปกติแล้ว ปริมาณการติดตั้งมักจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงใกล้สิ้นปี เนื่องจากบรรดาผู้พัฒนาโครงการต้องการเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีปฏิทิน

*** จีนให้คำมั่นที่จะขยายกรอบการใช้จ่ายทางการคลังในปี 2026 ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลจะยังคงเดินหน้า สนับสนุนการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยภายนอก

แถลงการณ์ของกระทรวงการคลังเมื่อวันอาทิตย์ (28 ธ.ค.) ระบุว่า รัฐบาลปักกิ่งจะขยายการลงทุนแบบเจาะจงในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญลำดับต้น ๆ เช่น การผลิตขั้นสูง นวัตกรรมเทคโนโลยี และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังการประชุมคณะทำงานช่วงปลายปีเพื่อกำหนดทิศทางนโยบายการคลังสำหรับปีหน้า

*** หน่วยงานกำกับดูแลด้านไซเบอร์ของจีนเผยแพร่ร่างกฎหมาย พร้อมเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบริการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจำลองบุคลิกภาพของมนุษย์และสร้างปฏิสัมพันธ์ทางอารมณ์กับผู้ใช้งาน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวตอกย้ำถึงความพยายามของรัฐบาลปักกิ่งในการควบคุมการเปิดตัว AI สำหรับผู้บริโภคที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและจริยธรรมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

*** สำนักงานบริการทางการเงินของญี่ปุ่น (Financial Services Agency FSA) เตรียมเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบธนาคารท้องถิ่นที่ปล่อยสินเชื่อจำนวนมากให้กับภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างความมั่นใจในการกำกับและควบคุมความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น

*** หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพียงไม่กี่บริษัทยังคงมีสัดส่วนผลตอบแทนที่สูงมากในปี 2025 ซึ่งยังคงตอกย้ำเทรนด์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา

ในปี 2025 มีเงินไหลออกจากกองทุนรวมแบบ Active ประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นปีที่ 11 ติดต่อกันที่มีเงินไหลออกสุทธิ ในขณะที่กองทุนรวมดัชนี ETF มีเงินไหลเข้ามากกว่า 600,000 ล้านดอลลาร์

การที่กำไรไปกระจุกตัวอยู่ในหุ้นเพียงไม่กี่ตัว ส่งผลให้ผู้จัดการกองทุนแบบ Active ทำผลงานได้ยากขึ้น โดยพบว่า 73% ของกองทุนรวมหุ้นมีผลการดำเนินงานตามหลังดัชนีในปีนี้ ซึ่งถือเป็นสถิติที่แย่ที่สุดเป็นอันดับ 4 นับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลเมื่อปี 2007

*** หุ้นของ Oracle ร่วงลงถึง 30% ในไตรมาสนี้ ขณะที่เหลือเวลาซื้อขายอีกเพียงไม่กี่วันทำการก่อนสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ที่หุ้นของบริษัทจะดิ่งลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2001 ซึ่งเป็นยุคฟองสบู่ดอทคอม

บรรดานักลงทุนแสดงความสงสัยในความสามารถของ Oracle ในการสร้างและเปิดใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มเติมให้กับ OpenAI หลังทำข้อตกลงเมื่อเดือนก.ย. ซึ่งระบุว่า OpenAI จะลงทุนใน Oracle มากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ แต่ล่าสุดเมื่อต้นเดือนธ.ค. Oracle รายงานรายได้ประจำไตรมาสและกระแสเงินสดอิสระออกมาต่ำกว่าคาด

*** Google มอบของขวัญวันคริสต์มาสให้กับผู้ใช้ Gmail สามารถเปลี่ยนชื่อบัญชี @gmail.com ที่เคยใช้ในสมัยมัธยมและสร้างความกระอักกระอ่วนใจในตอนนี้โดยยังคงสามารถรักษาข้อมูลและบริการทั้งหมดเอาไว้ได้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่วเป็นสิ่งที่ผู้ใช้เรียกร้องมาอย่างยาวนาน

*** Amazon แถลงตัดสินใจระงับแผนการจัดส่งสินค้าด้วยโดรนในประเทศอิตาลี โดยระบุว่าแม้จะมีความคืบหน้าไปด้วยดีในการเจรจากับหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินพลเรือน แต่ประเด็นด้านกฎระเบียบทางธุรกิจในภาพรวมกลับไม่เอื้ออำนวยต่อโครงการนี้

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า มีความคืบหน้าอย่างมากในการเจรจาข้อตกลงสันติภาพกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน แต่อาจต้องใช้เวลาอีกสองสามสัปดาห์กว่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จ

ทางด้านเซเลนสกีระบุว่า โครงสร้างของข้อตกลงสันติภาพดังกล่าว บรรลุเงื่อนไขไปแล้ว 90% ขณะที่การรับประกันความมั่นคงระหว่างสหรัฐฯ และยูเครนนั้น สามารถตกลงกันได้แล้ว 100%" อย่างไรก็ตาม ยังคงมีประเด็นขัดแย้งสำคัญที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ซึ่งรวมถึงอนาคตของภูมิภาคดอนบาสของยูเครน

*** ราคาโลหะเงินร่วงแรงหลังจากพุ่งทะลุระดับ 80 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก โดยนักลงทุนเริ่มเทขายทำกำไรหลังราคาพุ่งขึ้นที่ทำลายสถิติ

ราคาโลหะเงินร่วงลงมากถึง 5% ในวันจันทร์ (29 ธ.ค.) หลังจากที่ก่อนหน้านี้พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 84 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 5 วันทำการ ทั้งนี้ การอ่อนค่าของดอลลาร์และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ได้ช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับโลหะมีค่าในช่วงปลายปี ขณะที่ราคาเงิน ทองคำ และแพลตินัม ต่างพุ่งสูงทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

*** บทวิเคราะห์ของสำนักข่าวบลูมเบิร์กเผยว่า จีนแสดงความเหนือชั้นในการเผชิญหน้าสงครามการค้าที่ปะทุขึ้นรอบใหม่กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยใช้ความได้เปรียบด้านการครองตลาดแร่หายาก (Rare Earths) เป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อให้ได้มาซึ่งการผ่อนปรนด้านภาษีและมาตรการควบคุมการส่งออก

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้แสดงแสนยานุภาพบนเวทีการทูต ในพิธีสวนสนามทางทหารอย่างยิ่งใหญ่ในกรุงปักกิ่ง และการร่วมประชุมกับทรัมป์ในเวที APEC ที่ประเทศเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม สี จิ้นผิง ยังคงมีความกังวลภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นช่องโหว่ทางโครงสร้างเศรษฐกิจ และการกวาดล้างคอร์รัปชั่นที่ขยายลึกเข้าไปในกองทัพและกลุ่มชนชั้นนำของพรรคคอมมิวนิสต์

*** เธียร์รี เบรอตง อดีตคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) กล่าวว่า สหภาพยุโรป (EU) ต้องยืนหยัดต่อต้านความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะเข้ามามีอิทธิพลต่อกฎหมายของ EU ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกำกับดูแลแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

ก่อนหน้านี้ เบรอตงถูกฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงโทษแบนวีซ่าจากการที่เขาเป็นหัวหอกในการต่อสู้กับวาทกรรมความเกลียดชังบนโลกออนไลน์ ในฐานะผู้ดูแลนโยบายดิจิทัลของ EU หลังจากสหรัฐฯ ประกาศห้ามออกวีซ่า เบรอตงได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายการเมืองอย่างกว้างขวาง และย้ำว่า EU ต้องลุกขึ้นปกป้องจุดยืนของตนเอง และไม่ควรเปลี่ยนแปลงกฎหมายเพื่อเอาใจแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของสหรัฐฯ

*** ไบรอัน มอยนิฮาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคาร Bank of America Corp. คาดว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะสามารถลดระดับความตึงเครียดด้านการค้าในปีหน้า โดยธนาคารประเมินทิศทางในขณะนี้ว่าเป็น การผ่อนคลาย ไม่ใช่การยกระดับความขัดแย้ง โดยอัตราภาษีศุลกากรเฉลี่ยสำหรับประเทศส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 15%

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...