“ตลาดโลหะจีน” เดือดแรง! เก็งกำไรพุ่ง มูลค่าซื้อขายทะยาน 260% ทองแดง-ลิเทียมทุบสถิติ
"ตลาดโลหะจีน" เดือดแรง! เก็งกำไรพุ่ง มูลค่าซื้อขายทะยาน 260% ทองแดง-ลิเทียมทุบสถิติ แม้หน่วยงานกำกับเริ่มออกมาตรการคุมความผันผวน
วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 09.01 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดโลหะของจีนกำลังเผชิญภาวะเก็งกำไรอย่างร้อนแรง โดยมูลค่าการซื้อขายในเซี่ยงไฮ้พุ่งขึ้นมากกว่า 260% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หลังจากนักลงทุนและกองทุนขนาดใหญ่หลั่งไหลเข้าสินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองแดง นิกเกิล และลิเทียม
ปริมาณสถานะคงค้าง (open interest) ของโลหะพื้นฐานทั้ง 6 ชนิดที่ซื้อขายใน Shanghai Futures Exchange เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาด จากการเดิมพันต่อภาวะอุปทานตึงตัวทั่วโลก อุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมที่ยังแข็งแกร่ง และแนวโน้มดอกเบี้ยที่เอื้ออำนวยมากขึ้นทั้งในจีนและสหรัฐ ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นก็ยิ่งกระตุ้นแรงซื้อวัตถุดิบ
มูลค่าการซื้อขายรวมของสัญญาโลหะพื้นฐาน 6 ชนิด รวมถึงฟิวเจอร์สทองคำและเงินในตลาดเซี่ยงไฮ้ พุ่งแตะ 37.1 ล้านล้านหยวนในเดือนธันวาคม หรือมากกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในแง่ปริมาณการซื้อขาย วันที่ 29 ธันวาคม ถือเป็นวันที่มีการซื้อขายทองแดงคึกคักที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ
นอกจากการผลิตที่ตึงตัวแล้ว โลหะยังได้รับแรงหนุนจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่าง ๆ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงมักจูงใจให้นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย เช่น โลหะ ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าก็เป็นแรงหนุนเพิ่มเติม ส่งผลให้นักลงทุนหันเข้าหาการลงทุนที่เรียกว่า debasement trade
เจีย เจิ้ง หัวหน้าฝ่ายซื้อขายของ Shanghai Soochow Jiuying Investment Management ระบุว่า มีเงินทุนเชิงมหภาคไหลเข้าสู่ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อย่างมีนัยสำคัญ โดยกองทุนหุ้นบางส่วนคาดว่าฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์จะปรับตัวขึ้นควบคู่ไปกับตลาดหุ้นในปีนี้
ด้านราคาสินค้า นิกเกิลซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมสเตนเลสและแบตเตอรี่ ปรับขึ้นเกือบ 6% ในการซื้อขายวันพุธ ขณะที่สัญญาอะลูมิเนียมที่มีการซื้อขายมากที่สุด ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2021 ส่วนทองแดงพุ่งทะลุระดับ 100,000 หยวนต่อตัน แม้ตลาดภายในประเทศจะเริ่มมีสัญญาณลบจากสต็อกที่เพิ่มขึ้น
มูลค่าการซื้อขายใน Guangzhou Futures Exchange ซึ่งรวมถึงฟิวเจอร์สลิเทียม แพลเลเดียม แพลทินัม และซิลิคอน อยู่ที่ราว 5.6 ล้านล้านหยวนในเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นมากกว่า 6 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าสัญญาบางรายการจะเพิ่งเปิดซื้อขายไม่นาน
อย่างไรก็ดียังมีคำถามว่าการปรับขึ้นอย่างร้อนแรงอาจเร็วและแรงเกินไปหรือไม่ ฉี ไค ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Shanghai Cosine Capital Management ระบุว่า เงินทุนใหม่บางส่วนที่ไหลเข้าในช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้วเป็นเงินเก็งกำไร และตลาดจะทดสอบทักษะการซื้อขายของนักลงทุนมากขึ้น โดยความเสี่ยงกำลังเพิ่มขึ้น
ความผันผวนกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญ โดยเฉพาะในกว่างโจว ซึ่งสัญญาแพลทินัมที่เพิ่งเปิดซื้อขายปลายเดือนพฤศจิกายน มีการขึ้นหรือลงชนเพดานราคามาแล้วถึง 8 ครั้ง ขณะเดียวกันตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม ตลาดกว่างโจวได้จำกัดการเปิดสถานะใหม่ และปรับขึ้นค่าธรรมเนียมสัญญาลิเทียมคาร์บอเนต หลังราคาพุ่งขึ้น 35% ภายในราว 7 สัปดาห์ แม้สถานะคงค้างจะลดลงบ้าง แต่ยังอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ โดยสัญญาลิเทียมที่มีการซื้อขายมากที่สุดปรับขึ้นอีก 4.5% ในวันพุธ
ตลาดฟิวเจอร์สเซี่ยงไฮ้ยังเตรียมปรับเพิ่มเงินประกันการซื้อขายและกรอบการเปลี่ยนแปลงราคารายวันสำหรับฟิวเจอร์สเงินบางรายการตั้งแต่วันศุกร์ พร้อมเรียกร้องให้นักลงทุนลงทุนอย่างมีเหตุผล หลังความผันผวนของราคาโลหะเพิ่มขึ้น
ด้วยการเริ่มต้นปีอย่างแข็งแกร่งของโลหะพื้นฐาน โดยทองแดงทำสถิติสูงสุดใหม่ใน London Metal Exchange และดัชนี LMEX ที่ติดตามโลหะหลัก 6 ชนิด พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 นักลงทุนจีนมีแนวโน้มจะยังคงอยู่ในตลาดต่อไป โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกองทุนเชิงมหภาคที่มักถือสถานะยาวกว่า
เจียกล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ภายใต้บริบทการผ่อนคลายนโยบายการเงินทั้งในจีนและสหรัฐ เงินทุนเชิงมหภาคไม่น่าจะไหลออกจากตลาดง่าย ๆ
อ้างอิง : bloomberg.com