โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจชะลอกดดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคฯติดลบในรอบ 4 เดือน

The Better

อัพเดต 08 ม.ค. เวลา 07.04 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. เวลา 06.40 น. • THE BETTER
ม.หอการค้าฯชี้ประเทศขาดความเชื่อมั่นสะท้อนจากดัชนีหอการค้าไทยและผู้บริโภคปรับตัวลดลง มีเหตุจากเศรษฐกิจพื้นตัวช้า ค่าครองชีพสูง  ห่วงส่งออก  มองท่องเที่ยวมีโอกาสช่วยขับเคลื่อนประเทศได้

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษา ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง ผลของการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนธันวาคม 2568 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวลดลงจากระดับ 53.2 เป็น 51.9 ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน มีสาเหตุจากการยุบสภาและปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่อาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวได้ช้า

ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 45.5 49.8 และ 60.5 ตามลำดับ ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนพฤศจิกายน ที่อยู่ในระดับ 46.8 50.9 และ 61.9 ตามลำดับ

การที่ดัชนีทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจนแม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังไม่มีผลสัมฤทธิ์ที่ออกมาเป็นรูปธรรมและค่าครองชีพที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง

ตลอดจนผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะชะลอตัวลงจากสงครามการค้า และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพสูง ตลอดจนปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ สงครามการค้าและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้

ทั้งนี้ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เนื่องจากรอดูความชัดเจนของสถานการณ์การเมืองของไทยว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร และรัฐบาลจะมีเสถียรภาพมากน้อยเพียงใด ตลอดจนสถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาว่าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไรหลังจากมีการเจรจาหยุดยิง

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย อยู่ที่ระดับ 38.8 ลดลง ระดับ 38.9 มาจากปัญหาค่าครองชีพ ทำให้ไม่มีการจับจ่ายใช้สอย นอกจากนี้น้ำท่วมส่งผลต่อภาคบริการและภาคเกษตร ตลอดจนความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ที่ยังต้องเฝ้าระวัง และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่อาจทำให้การค้าโลกชะลอตัวและมีผลต่อการส่งออกไทย

“ประเทศไทยขาดความเชื่อมั่น เนื่องจากดัชนีหอการค้า แม้จะทรงตัวแต่ต่ำกว่า 50 สะท้อนภาคธุรกิจขาดความเชื่อมั่น ซึ่งติดลบตั้งแต่เดือนมิ.ย.2568 เว้นแต่การสำรวจในภาคตะวันออกและเหนือ พบว่าการท่องเที่ยวดีขึ้น สะท้อนว่านักท่องเที่ยวเอเชีย โดยเฉพาะจีนเริ่มกลับมา ชี้ให้เห็นว่าท่องเที่ยวเป็นปัจจัยบวกที่มีผลต่อเศรษฐกิจในช่วงท้ายปี ดังนั้นกรอบท่องเที่ยวจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้ รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาจะต้องมีมาตรการพยุงเศรษฐกิจ มีการอัดฉีดเงินเข้าระบบ และดูแลเรื่องสินค้าเกษตรให้ดีขึ้น”

อย่างไรก็ตามในช่วงไตรมาแรกของปี ยังมีเม็ดเงินสะพัดจากการเลือกตั้ง 4-6 หมื่นล้านบาท มาช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ ซึ่งหวังว่ารัฐบาลใหม่จะต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาใช้ โดยเฉพาะท่องเที่ยว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...