ปลาสิงโต ระบาดหนักในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน การกินอาจเป็นทางออก?
รายงานจาก Euronews เผยว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปลาสิงโต หรือ Lionfish ว่ายข้ามจากทะเลแดงมายังทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้อย่างสบาย กลายเป็นปัญหาปลาต่างถิ่นคุกคามพันธุ์ปลาท้องถิ่น
การแพร่ระบาดครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากการที่มีคนลักลอบนำเข้ามา แต่เกิดจากปัจจัยสำคัญ 2 ประการด้วยกัน นั่นคือ
1. เหตุการณ์เรือ Ever Given ขวางคลองในปี 2021 ทำให้อียิปต์เริ่มขยายคลองทางตอนใต้อีก 40 กิโลเมตร ให้กว้างขึ้น 40 เมตร ทำให้พื้นที่คลองใหญ่ขึ้น
คลองสุเอซ เป็นช่องทางเชื่อมระหว่าง ทะเลแดง (ซึ่งมีลักษณะเป็นเขตร้อน) กับ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (เดิมมีอากาศที่อุ่นและเย็น) คั่นระหว่างทวีปแอฟริกาและทวีปเอเชีย ในอดีต ความเค็มของทะเลสาบบิตเทอร์ (Great Bitter Lakes) ในคลองสุเอซเคยสูงมากจนปลาส่วนใหญ่ว่ายผ่านไม่ได้ เป็นกำแพงธรรมชาติชั้นดี
แต่ปัจจุบัน การขุดลองคลองซ้ำ ๆ ทำให้กระแสน้ำไหลเวียนดีขึ้น ความเค็มจางลง กำแพงนี้จึงเลือนหายไป ปลาสิงโตที่เคยอาศัยในทะเลแดงจึงว่ายข้ามมาได้อย่างสบาย ๆ
ประกอบกับ 2. โลกร้อน ทำให้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่เคยเย็นกลับอุ่นขึ้น ทำให้ปลาสิงโตไม่เพียงแค่อาศัยหรือรอดชีวิตในน้ำเค็มได้ แต่ยังขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วด้วย ซึ่งชาวยุโรปเรียกการรุกรานนี้ว่า Double Trouble ปัญหาที่เกิดจากทั้งการกระทำของมนุษย์ และภาวะโลกร้อน มาบรรจบกัน
จริง ๆ แล้ว ในน่านน้ำนี้ ไม่ได้มีแค่ปลาสิงโตเท่านั้นที่เป็นภัยคุกคาม ยังมีปลาอีกประมาณ 2-3 ชนิดที่เป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ แม้ว่าจะยังไม่มีวิธีแก้ปัญหาในการกำจัดปลาพวกนี้ออกไปให้หมดทันที แต่นอกเหนือจากการให้เงินอุดหนุนชาวประมงเพื่อฆ่าพวกมันแล้ว ในไซปรัส พวกเขาเริ่มใช้พวกมันสร้างกำไรแทน โดยผลักดันให้เป็นเมนูใหม่
หลายร้านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขาไม่คุ้นชินกับปลาสิงโตจริง แต่เนื้อของมันนุ่มและฟู รวมๆแล้ว รสชาติสามารถเทียบชั้นกับอาหารยอดนิยมในร้านอย่างปลากะพงได้
แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามันจะอร่อยแค่ไหน ก็ไม่ควรอยู่ในน่านน้ำนี้ระยะยาว น้ำทะเลที่อุ่นขึ้นอาจเอื้อให้ปลาสายพันธุ์อื่นรุนรานสิ่งมีชีวิตน่านน้ำนี้มากขึ้น หากไม่แก้ก็อาจนำไปสู่การล่มสลายของห่วงโซ่อาหารและความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างความเสื่อมถอยให้กับอาชีพประมงแห่งเมดิเตอร์เรเนียน