โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ดาวโจนส์’ ปิดร่วงเฉียด 400 จุด ‘หุ้นการเงิน’ ถ่วงตลาด

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ตลาดหุ้นนิวยอร์กของสหรัฐ ปิดซื้อขายวานนี้ (13 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" ร่วงเฉียด 400 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มการเงิน หลังผู้บริหาร "เจพีมอร์แกน" เตือนถึงผลกระทบของการที่ "ทรัมป์" เสนอให้กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,191.99 จุด ลดลง 398.21 จุด หรือ -0.80% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 6,963.74 จุด ลดลง 13.53 จุด หรือ -0.19% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 23,709.87 จุด ลดลง 24.03 จุด หรือ -0.10%

ดาวโจนส์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เสนอให้กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ระดับ 10% เป็นเวลา 1 ปี โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.นี้ โดยเขากล่าวว่ารัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ประชาชนอเมริกันถูกเอาเปรียบจากบริษัทบัตรเครดิต ที่เรียกเก็บดอกเบี้ยสูงถึง 2030% หรือมากกว่านั้น

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ในช่วงเวลาที่รัฐบาลทรัมป์เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า รัฐบาลจะสามารถจัดการกับปัญหาค่าครองชีพ และราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นหลักสำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้บริหารขเจพีมอร์แกน ธนาคารชั้นนำสหรัฐ รวมถึงนายเจมี ไดมอน ซีอีโอของธนาคาร เตือนว่า ข้อเสนอนี้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้บริโภค ขณะที่นายเจเรมี บาร์นัม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อทั้งผู้บริโภค และระบบเศรษฐกิจสหรัฐ พร้อมเตือนว่า หากข้อเสนอดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะตรงกันข้ามกับสิ่งที่รัฐบาลต้องการ

ดัชนีหุ้นกลุ่มการเงินในเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวลงมากที่สุด โดยดิ่งลง 1.84% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปรับตัวลง 0.5% ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุด โดยพุ่งขึ้น 1.53% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคดีดตัวขึ้น 1.08%

กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 2.7% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากปรับตัวขึ้น 2.7% เช่นเดียวกันในเดือนพ.ย. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.7% หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนพ.ย.

นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของธนาคารรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ โดยล่าสุด JPMorgan เปิดเผยว่า ธนาคารมีกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 5.23 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.00 ดอลลาร์ ส่วนรายได้อยู่ที่ 4.677 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.620 หมื่นล้านดอลลาร์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์:https://www.thebangkokinsight.com
Facebook:https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...