โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รมว. คลังสั่งตั้ง “ศูนย์วายุภักษ์” พร้อมออกมาตรการ “พักหนี้-สินเชื่อพิเศษ” ช่วยน้ำท่วมภาคใต้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 พ.ย. 2568 เวลา 08.44 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2568 เวลา 01.44 น.

รมว. คลังสั่งตั้ง ศูนย์วายุภักษ์ พร้อมออกมาตรการ "พักหนี้-สินเชื่อพิเศษ" เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

27 พ.ย. 2568 - ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สรุปนโยบายการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า กระทรวงการคลังได้มีการตั้ง“ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือเครือข่ายวายุภักษ์” เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแก่ผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง

โดยมอบหมายให้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานในการบูรณาการการปฏิบัติงาน ให้ทุกหน่วยงานในสังกัดนำกรอบการช่วยเหลือผู้ประสบภัย 3 ระยะ คือ “ช่วยเหลือ” “เยียวยา” และ “ฟื้นฟู” เร่งออกมาตรการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างเป็นระบบ ตามขอบเขตความรับผิดชอบอย่างเต็มกำลัง โดยมีศูนย์อำนวยการช่วยเหลือเครือข่ายวายุภักษ์เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการและติดตามสถานการณ์จากส่วนกลางอย่างใกล้ชิด

ระยะที่ 1 ช่วยเหลือ - ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน อาทิ

  • ตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของจำเป็น ณ อาคาร 150 ปีกระทรวงการคลัง เพื่อเป็นจุดรวมของบริจาคจากหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้กระทรวงการคลัง รวมทั้งรับบริจาคจากภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป โดยเน้นรับสิ่งของที่ผู้ประสบภัยต้องการจริง เช่น อาหารพร้อมรับประทาน น้ำ ยารักษาโรค เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ไฟฉายพร้อมถ่าน เพาเวอร์แบงค์ เป็นต้น
  • กรมบัญชีกลางได้ออกแนวทางปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้างช่วงเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้ภาครัฐเร่งจัดการแก้ไขปัญหา และช่วยเหลือประชาชนได้ทันต่อสถานการณ์ด้วยแล้ว
  • ให้กรมธนารักษ์ จัดหาพื้นที่ราชพัสดุ เพื่อใช้เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยเร่งด่วน พร้อมทั้งบริหารจัดการดูแลผู้ประสบอุทกภัยที่เข้ามาใช้พื้นที่ศูนย์พักพิง

ระยะที่ 2 เยียวยา - ให้ผู้ประสบภัยกลับมาตั้งหลักได้อย่างรวดเร็ว โดยกระทรวงการคลังจะบูรณาการหน่วยงานในสังกัด ทั้งหมด ในการออกมาตรการเยียวยาทั้งประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบหลังน้ำท่วมลดระดับอย่างครอบคลุม อาทิ

  • การพักชำระหนี้
  • การลดดอกเบี้ย
  • การออกสินเชื่อพิเศษ ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับผู้ได้รับผลกระทบ เช่น ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ร้านค้า
  • การมอบเงินเยียวยา
  • การประสานให้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เข้ามามีบทบาทในการเร่งระยะเวลาและดูแลการเคลมประกันภัย
  • การจัดตั้งศูนย์พักพิงสำหรับประชาชนที่ยังไม่สามารถอาศัยในที่พักของตนได้
  • การขอความร่วมมือจากรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องผ่าน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อช่วยในการฟื้นฟูกิจการและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยซึ่งจะเป็นการบูรณาการความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ

ระยะที่ 3 ฟื้นฟู - ให้การดำเนินชีวิตและธุรกิจกลับมาได้ กระทรวงการคลังจะออกมาตรการฟื้นฟูที่จำเป็นสำหรับผู้ได้รับผลกระทบในภาพรวม โดยเน้นมาตรการที่เป็นประโยชน์ สามารถช่วยสนับสนุนผู้ได้รับผลกระทบให้สามารถฟื้นฟูอาชีพ และชีวิตความเป็นอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การออกสินเชื่อฟื้นฟู ซึ่งจะได้มีการพิจารณาออกมาตรการตามความเหมาะสม และนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

“การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต้องทำอย่างเร่งด่วน ควบคู่ไปกับการทำงานอย่างเป็นระบบและบูรณาการทรัพยากรของกระทรวงและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังให้ไปถึงประชาชนและภาคธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมายสำคัญในตอนนี้คือทำให้ประชาชนในพื้นที่มีความปลอดภัยในชีวิต ขณะเดียวกันหน่วยงานในสังกัด ทั้งภาคราชการ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และหน่วยงานในกำกับ จะดำเนินการเร่งออกมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูให้กับผู้ประสบภัยในครั้งนี้ โดยให้ความสำคัญกับการทำให้ชีวิตของประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ปลอดภัยและได้รับความช่วยเหลือในทุกมิติอย่างเร็วที่สุด และมีขวัญกำลังใจที่ดีตามมา”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...