“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดบวก ตามวอลล์สตรีทพุ่งวันที่ 4 คาดเฟดลดดอกเบี้ยเดือน ธ.ค.
"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดบวก ตามวอลล์สตรีทพุ่งวันที่ 4 นักลงทุนคาดเฟดลดดอกเบี้ย 0.25% เดือน ธ.ค.ท่ามกลางกระแสข่าวว่าแฮสเซตต์มีโอกาสขึ้นแทนพาวเวลเป็นประธานเฟดคนใหม่
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ตลาดหุ้นเอเชีย เช้าเปิดทำการในแดนบวก หลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวของหุ้นเทคโนโลยี และกระแสความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมที่กำลังจะมาถึง บรรยากาศดังกล่าวส่งแรงกระเพื่อมเชิงบวกมายังภูมิภาคเอเชียตั้งแต่เปิดตลาด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 49,868.79 จุด เพิ่มขึ้น 309.72 จุด หรือ +0.62% ตามด้วยดัชนีฮั่งเส็งฮ่องกงซึ่งขยับขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 25,945.54 จุด +0.07% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับเพิ่ม 3.02 จุด หรือ +0.08% สะท้อนความเชื่อมั่นระมัดระวังของนักลงทุนจีน ด้านเกาหลีใต้ ดัชนี KOSPI กระโดดขึ้น 1.05% ขณะที่ตลาดหุ้นออสเตรเลีย S&P/ASX 200 ปรับตัวขึ้น 0.42%
กระแสการฟื้นตัวเด่นชัดในกลุ่มเทคโนโลยีของภูมิภาค โดยหุ้น Advantest พุ่งกว่า 5%, SoftBank ทะยานขึ้นกว่า 5% และ Tokyo Electron เพิ่มขึ้น 2.09% สอดรับกับบรรยากาศเชิงบวกในหุ้นเทคของสหรัฐฯ ที่นำตลาดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
แรงซื้อหุ้นเสี่ยงเพิ่มขึ้นหลังจาก CME FedWatch Tool ชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักสูงถึง 85% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. ความคาดหวังดังกล่าวยิ่งทวีความเข้มข้น เมื่อสื่อสหรัฐรายงานว่า เควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ และที่ปรึกษาคนสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกจับตามองว่าอาจขึ้นมารับตำแหน่งประธานเฟดแทนเจอโรม พาวเวล ซึ่งจะครบวาระในเดือนพฤษภาคมปีหน้า โดยแฮสเซตต์เคยแสดงท่าทีชัดเจนว่า หากได้รับการเสนอชื่อ เขาพร้อมผลักดันการลดดอกเบี้ยเชิงรุกมากขึ้น
ในภูมิภาคเดียวกัน ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 4 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การซบเซาของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งยังเป็นปัจจัยหลักที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
นักลงทุนในเอเชียยังจับตาข้อมูลตัวเลขกำไรภาคอุตสาหกรรมของจีนที่จะประกาศช่วงเช้าวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างละเอียด เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวมักมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วภูมิภาค