"นราพัฒน์" มั่นใจ ไม่มีล็อกเก้าอี้นายกฯ ชูรวมไทยสร้างชาติ "น้ำดี" ไล่ "น้ำเสีย" การเมือง
">
นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคและหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยผ่านรายการ "สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์" เกี่ยวกับบรรยากาศการเมืองก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 โดยระบุถึงกระแสข่าวเรื่องการ "ล็อกเก้าอี้นายกรัฐมนตรี" หรือการกำหนดผลการเลือกตั้งไว้ล่วงหน้าว่า เป็นเพียงการสร้างบรรยากาศทางการเมืองเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคิดไปในทิศทางนั้นเท่านั้น
นายนราพัฒน์เชื่อมั่นว่าผลการเลือกตั้งจริงมีความพลิกผันได้ตลอดเวลาจากกระแสและอารมณ์ของสังคมในช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งในอดีตเคยมีบทเรียนให้เห็นแล้วว่าผู้ที่เตรียมตัวเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างดีสุดท้ายก็อาจไม่ได้เป็น พร้อมกันนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงพรรคการเมืองที่ไม่กล้าออกมาดีเบตเพราะกลัวเสียคะแนนจากความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ซึ่งมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเนื่องจากควรออกมาแสดงวิสัยทัศน์ให้ประชาชนมีทางเลือก
สำหรับจุดยืนและเงื่อนไขในการจับมือร่วมรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้ง นายนราพัฒน์เน้นย้ำว่าพรรครวมไทยสร้างชาติให้ความสำคัญกับ "งานและนโยบาย" เป็นอันดับแรกเหนือกว่าโควตารัฐมนตรี โดยนายนราพัฒน์ระบุถึงเงื่อนไขสำคัญว่า
"เงื่อนไขสำคัญที่สุดในการพิจารณาร่วมรัฐบาลคือเรื่องงานและนโยบายครับ เราต้องมาดูว่าแนวทางที่เราเสนอเพื่อประโยชน์ของประชาชนนั้น รัฐบาลเอาด้วยหรือไม่ เช่น เรื่องปุ๋ยรัฐกระสอบละ 500 บาท หรือการเพิ่มเงินดูแลผู้สูงอายุเป็น 1,500 บาท แม้พรรคเราจะไม่ได้เข้าไปคุมกระทรวงนั้นโดยตรง แต่ถ้ารัฐบาลรับนโยบายเหล่านี้ไปขับเคลื่อน เราก็ยินดีทำงานร่วมกัน เพราะเราอาสาเข้ามาเป็นน้ำดีที่จะเข้าไปเจือจางน้ำเสีย แม้การเมืองจะยังไม่ขาวสะอาดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าประชาชนเลือกพรรคน้ำดีเข้าไปเยอะๆ วันหนึ่งน้ำที่เคยดำสนิทก็จะค่อยๆ จางลงและใสสะอาดขึ้นด้วยความเด็ดขาดของพวกเรา"
ในประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง นายนราพัฒน์มองว่าความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติหากเป็นการทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือความขัดแย้งที่มี "วาระซ่อนเร้น" เพื่อผลประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง เช่น การพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดที่ไม่ควรแตะต้อง ซึ่งจะนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจและกลายเป็นทางตันทางการเมืองจนต้องยุบสภาในที่สุด
นอกจากนี้ ยังแสดงความเป็นห่วงเรื่อง "ระบบช้อปปิ้ง สส." หรือการซื้อตัวนักการเมืองที่อาจรุนแรงขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งเปรียบเสมือนการทำลายระบบประชาธิปไตยและทำให้การเมืองไม่ยั่งยืนเพราะมุ่งเน้นแต่เรื่องผลประโยชน์และตำแหน่งโควตา
"ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ผมอยากฝากให้โอกาสพรรคใหม่ๆ และคนที่มีไอเดียดีๆ เข้าไปทำงานบ้าง อย่าไปมุ่งแต่พรรคใหญ่หรือบ้านใหญ่ เพราะไม่อย่างนั้นท่านจะได้นักการเมืองแบบเดิมๆ ที่เห็นแก่ผลประโยชน์และตำแหน่งโควตา จนนำไปสู่ปัญหาการทุจริตและการยุบสภาในระยะเวลาอันสั้น หากอยากเห็นนักการเมืองที่ตั้งใจทำงานเพื่อบ้านเมืองจริงๆ และต้องการผู้นำที่มีความเด็ดขาดอย่างท่านพีระพันธุ์ในการแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ ขอให้ช่วยกันรวมพลังสนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 6 เพื่อสร้างการเมืองที่ดีและยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงครับ" นายนราพัฒน์ กล่าว