ตลาดโลหะร้อนแรงทั่วกระดาน “ทองแดง” เด่นสุด รับแรงเก็งกำไร-การผลิตตึงตัว
กระแสคาดการณ์ "ภาษีสหรัฐ" ผสานแรงซื้อจากนักลงทุน หนุนราคาทองแดง-โลหะพื้นฐานพุ่งต่อเนื่อง ตลาดจับตาดีลควบรวมเหมืองยักษ์ ซึ่งอาจเปลี่ยนสมดุลอุตสาหกรรมโลก
วันที่ 9 มกราคม 2569 เวลา 14.23 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โลหะพื้นฐาน (Base metals) รวมถึงทองแดงและอะลูมิเนียมปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขยายการปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งของทั้งกลุ่ม จากความกังวลเรื่องการผลิตที่ตึงตัวมากขึ้น รวมถึงกระแสความสนใจของนักลงทุนต่อสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มสูงขึ้น
ราคาทองแดง อะลูมิเนียม และนิกเกิล ปรับขึ้นมากกว่า 1% โดยทองแดงดีดตัวกลับเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองแดงในช่วงครึ่งแรกของปีเป็น 12,750 ดอลลาร์ต่อตัน พร้อมระบุว่า ราคามีแนวโน้มอ่อนตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี
โลหะพื้นฐาน วัดโดยดัชนี LMEX ซึ่งติดตามโลหะหลัก 6 ชนิดที่ซื้อขายในตลาดลอนดอน กำลังมุ่งหน้าสู่การปรับขึ้นรายสัปดาห์ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4 ซึ่งถือเป็นช่วงขาขึ้นที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทองแดงได้รับแรงหนุนเป็นพิเศษ จากความกังวลว่าวอชิงตันอาจเรียกเก็บภาษีนำเข้า ส่งผลให้มีการดึงโลหะเข้าสหรัฐมากขึ้น และทำให้ภาวะตลาดในประเทศอื่นตึงตัวลง
นักวิเคราะห์ของโกลด์แมนกล่าวว่า “กระแสเงินลงทุนที่ไหลเข้ามาได้เพิ่มส่วนต่างราคาจากภาวะขาดแคลนให้กับทองแดง ท่ามกลางระดับสต็อกนอกสหรัฐที่อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากความคาดหวังว่าสหรัฐ จะเก็บภาษีนำเข้าทองแดง ได้ดึงโลหะจำนวนมากเข้าสู่ตลาดสหรัฐ” อย่างไรก็ดีระบุว่าราคาที่สูงกว่า 13,000 ดอลลาร์ต่อตันไม่น่าจะยืนได้ในระยะยาว เนื่องจากการตัดสินใจใช้มาตรการภาษี น่าจะเป็นสัญญาณของการสิ้นสุดการกักตุนโลหะของสหรัฐ
แนวโน้มตลาดโลหะยังได้รับความสนใจเพิ่มเติม หลังจากริโอ ทินโต กรุ๊ป เปิดเผยว่าอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าซื้อกิจการของกลีนคอร์ เพื่อก้าวขึ้นเป็นบริษัทเหมืองแร่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หากการควบรวมเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญกระแสการควบรวมกิจการอย่างคึกคัก เนื่องจากผู้ผลิตต้องการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในทองแดง
ราคาทองแดงปรับขึ้น 1.1% สู่ระดับ 12,856 ดอลลาร์ต่อตัน ในตลาดโลหะลอนดอน (LME) ณ เวลา 15.31 น. ตามเวลานครเซี่ยงไฮ้ ขณะที่อะลูมิเนียมเพิ่มขึ้น 1% ส่วนนิกเกิล ซึ่งพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 เดือนเมื่อวันพุธ ก่อนร่วงลงแรงจากแรงขายของนักลงทุนที่ต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับการลดกำลังการผลิตในอินโดนีเซีย ผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก อยู่ที่ระดับ 17,410 ดอลลาร์ต่อตัน
อ้างอิง : bloomberg.com