โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พาณิชย์ เจรจาขายมันอัดเม็ดไทยออเดอร์แรกในประวัติศาสตร์ กับซาอุดีอาระเบีย เจาะตลาดอาหารสัตว์ในตะวันออกกลาง

BTimes

อัพเดต 03 พ.ย. 2568 เวลา 14.28 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2568 เวลา 07.28 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่มุ่งเร่งผลักดันขยายตลาดส่งออกมันสำปะหลังเพื่อยกระดับการค้าและพยุงราคามันสำปะหลังให้กับเกษตรกรไทย ซึ่งภายหลังจากที่กรมฯ ได้นำคณะผู้แทนภาคเอกชน และนักวิชาการ เดินทางไปเจาะตลาดซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 17-22 พฤษภาคม 2568 โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเจดดาห์ ปรากฏว่า บริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์ยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบียและภูมิภาคตะวันออกกลาง มีความสนใจในการนำเข้ามันอัดเม็ดไทยเพื่อทดลองใช้ในสูตรอาหารสัตว์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปิดการเจรจาและทำสัญญาซื้อขายสินค้ามันอัดเม็ด ชนิด Hard Pellets กับบริษัท ARASCO ในล็อตแรกได้ในปริมาณ 20,000 ตัน และล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 สินค้ามันอัดเม็ดของไทยได้ส่งไปถึงท่าเรือดัมมามของซาอุดีอาระเบียเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้การส่งออกมันอัดเม็ดไปยังผู้ค้าอาหารสัตว์รายใหญ่ของตะวันออกกลางในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงพาณิชย์ในการลดการพึ่งพาตลาดเดียว และขยายการส่งออกมันสำปะหลังไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเปิดตลาดตะวันออกกลาง โดยจะเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยในการขยายฐานการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังไปยังภูมิภาคดังกล่าวให้เพิ่มมากขึ้น

“ผลสำเร็จในการเปิดตลาดตะวันออกกลางสำหรับสินค้ามันอัดเม็ดในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนการขยายตลาดของไทยครั้งสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ และเป็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ในการผลักดันการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังไปยังตลาดตะวันออกกลางและยกระดับราคาสินค้าเกษตรของไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการผลักดันผลผลิตสู่ตลาดเป้าหมาย (Demand Driven) ด้วยการก้าวข้ามกรอบการค้าแบบเดิมและก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพมากขึ้น” อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าว

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมการค้าต่างประเทศยังคงเดินหน้าเร่งต่อยอดการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังไปยังประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลางให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง เพื่อผลักดันนโยบายแนวทางการขยายตลาดสินค้าเกษตรของรัฐบาล โดยกรมฯ จะมุ่งส่งเสริมให้ผู้นำเข้าเล็งเห็นถึงคุณประโยชน์ของมันสำปะหลังไทยที่สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่มีความหลากหลาย เช่น อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ กระดาษ กาว เป็นต้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยมีชื่อเสียงด้านคุณภาพในระดับโลกมาอย่างยาวนาน มีคุณสมบัติพิเศษสามารถแปรรูปเข้าสู่อุตสาหกรรมต่อเนื่องได้หลากหลาย และที่สำคัญคือเป็นวัตถุดิบ Non-GMO ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ตลาดโลกให้ความสนใจในการนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมดังกล่าวได้ ทั้งนี้ การเพิ่มช่องทางการส่งออกจะช่วยเพิ่มอำนาจในการต่อรองและเพิ่มขีดความสามารถ

ในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยในเวทีการค้าโลก รวมทั้ง ช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการส่งออกไทยสามารถเชื่อมั่นได้ว่า ผลผลิตของตนจะมีตลาดรองรับที่มั่นคง ส่งผลให้รายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นและเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวมในระยะยาวต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...