โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ESG ระเบียบโลกใหม่ เมื่อความยั่งยืนไม่ใช่ “ทางเลือก”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 ม.ค. เวลา 21.19 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. เวลา 07.54 น.

ESG ไม่ใช่ทางเลือกแต่คือทางรอดที่กลายเป็นระเบียบโลกใหม่ ไทยเตรียมประกาศใช้กฎหมายก๊าซเรือนกระจกเพื่อรับมือมาตรการกีดกันทางการค้า ขณะที่ภาคธุรกิจและพลังงานเร่งทรานส์ฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรมสะอาดเพื่อเปลี่ยนต้นทุนสีเขียวให้เป็นโอกาสในการสร้างกำไรและดึงดูดเงินลงทุนในเวทีโลก

วันที่ 12 มกราคม 2569 ครอบครัวข่าว 3 Forum 2026 ทิศทางโลก ทิศทางไทย : Global Dynamics and Thailand’s Future” ซึ่งจัดโดยสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้หัวข้อ "The Sustainability Imperative: ESG as a Core Business Strategy" ได้มีการฉายภาพให้เห็นเรื่องความยั่งยืนหรือ ESG (Environmental, Social, and Governance) ไม่ใช่เพียงอุปสรรคที่จับต้องไม่ได้อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น"ระเบียบโลกใหม่" (New World Order) ที่ชัดเจนและเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาทั้งในระดับประเทศและระดับสากล โดยมีประเด็นสำคัญจากการบรรยายของผู้เชี่ยวชาญในภาคส่วนต่างๆ ดังนี้

บริบทกฎหมายและกลไกโลก

แรงกดดันสู่การปรับตัวทางเศรษฐกิจ

นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พาณิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญใน 3 มิติหลักดังนี้

  • ทิศทางเศรษฐกิจใหม่จาก COP30 : การประชุม COP30 จะเป็นเวทีสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกใหม่ โดยบีบบังคับให้ทุกประเทศต้องเข้มงวดกับการจัดการก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจนับจากนี้
  • การรับมือภัยพิบัติในกลุ่มเปราะบาง : ประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมซึ่งเป็นหัวใจหลักของประเทศและมีความเปราะบางสูง เมื่อสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไป การประกอบอาชีพและการสร้างผลผลิตจึงทำได้ยากลำบากยิ่งขึ้น
  • กลไกการเงินที่เปลี่ยนไป : ปัจจุบัน "เงินให้เปล่า" สำหรับประเทศกำลังพัฒนาจะเริ่มหมดไป และถูกแทนที่ด้วย "เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ" (Soft Loan) ดังนั้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาโครงการที่มีศักยภาพและมีความน่าสนใจเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเหล่านี้

นายพิรุณกล่าวต่อว่า ในมิติของการส่งออก แม้ไทยจะเน้นการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก แต่ไม่อาจละเลยมาตรการอย่าง CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) หรือ ETS (Emission Trading Scheme) ได้ เพราะหากหลายประเทศเริ่มประกาศใช้ จะกลายเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นทันที

นอกจากนี้ ประเทศไทยกำลังจะมี "กฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก" เป็นครั้งแรก เพื่อให้ไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก เนื่องจากแม้แต่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันยักษ์ใหญ่ อย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือซาอุดีอาระเบีย ต่างก็ตั้งเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 แล้ว รวมถึงสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่นำเรื่องเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและความหลากหลายทางชีวภาพมาเป็นเงื่อนไขสำคัญในการทำธุรกิจ

โดยกลไกของกฎหมายใหม่ที่จะกระทบเศรษฐกิจไทยจะมีรายละเอียดดังนี้

  • การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก: เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่แม้จะเพิ่มต้นทุนในระยะสั้น แต่จำเป็นต่อการวางรากฐาน
  • การกำหนดเพดานการปล่อยก๊าซ (Carbon Caps): รัฐจะกำหนดโควตาในแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งจะเชื่อมโยงกับระบบคาร์บอนเครดิต โดยมีการควบคุมสัดส่วนการใช้อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการ "ฟอกเขียว" (Greenwashing)
  • ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax): แม้อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและสินค้าในระยะแรก แต่จะช่วยผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้สมดุลในระยะยาว โดยรายได้จากภาษีจะถูกนำกลับมาสนับสนุนธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SME ให้ปรับตัวได้

เปลี่ยน ESG จากข้อจำกัด

สู่โอกาสทางธุรกิจ

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัชน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทบางจากฯ ได้ถ่ายทอดมุมมองการเปลี่ยนจาก "การแบ่งปันกำไร" (CSR) มาเป็นการ "ผนวกความยั่งยืนเข้ากับเนื้อธุรกิจ" (ESG) ตั้งแต่ต้นน้ำเช่น

  • การมองการณ์ไกลในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ : บางจากเริ่มศึกษาลิเทียมแบตเตอรี่ตั้งแต่ปี 2014 และตัดสินใจลงทุนในเหมืองลิเทียมในปี 2017 ด้วยงบลงทุน 1,000 ล้านบาท ซึ่งต่อมาสามารถสร้างมูลค่าจากการขายได้ถึง 5,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าการปรับตัวตามเทรนด์พลังงานใหม่สามารถสร้างกำไรที่มั่นคงได้
  • แสวงหาพลังงานทางเลือกที่มีเสถียรภาพ : แม้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) จะเป็นทางออกหนึ่ง แต่มีข้อจำกัดด้านเวลาการผลิต บางจากจึงขยายการลงทุนไปสู่พลังงานลม พลังงานน้ำ และล่าสุดคือ "พลังงานความร้อนใต้พิภพ" (Geothermal) ซึ่งสามารถจ่ายไฟได้ถึง 90% ต่อวัน ตอบโจทย์ความต้องการพลังงานตลอด 24 ชั่วโมงของ Data Center และเป็นโมเดลที่สามารถทำได้เกือบทุกที่ทั่วโลก
  • Carbon Market Club : บางจากได้ริเริ่มตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิต โดยเลียนแบบโมเดลการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ในอดีต เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และศึกษาข้อจำกัดของอุตสาหกรรมก่อนที่กฎหมายจะบังคับใช้จริง

โครงสร้างพื้นฐานพลังงานไทย ต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอด

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้กล่าวถึงความท้าทายในการรักษาความมั่นคงทางพลังงานควบคู่ไปกับความยั่งยืน

โดยความท้าทาย 3 มิติที่ กฟผ. ต้องบริหารจัดการทั้ง

  • ความมั่นคงทางพลังงาน
  • การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
  • การควบคุมราคาค่าไฟฟ้าให้เป็นธรรม

การปรับตัวจึงต้องเปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้ผลิตไฟฟ้าแบบเดิม ไปสู่ผู้บริหารจัดการระบบพลังงานที่ซับซ้อนขึ้น

นอกจากนี้ยังต้องวางเป้าหมายที่เร่งด่วนกว่าเดิม ผลจากการประชุม COP30 อาจทำให้เป้าหมาย Net Zero ต้องขยับเร็วขึ้นถึง 15 ปี ส่งผลให้อุตสาหกรรมไฟฟ้าต้องเร่งเปลี่ยนผ่านจากฟอสซิลสู่พลังงานสะอาดอย่างรวดเร็ว

ทั้งในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น (Flexible Infrastructure) เนื่องจากพลังงานสะอาดมีความไม่เสถียร กฟผ. จึงต้องวางแผนงานและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ให้มีความยืดหยุ่น รองรับการผลิตที่ผันผวนได้โดยไม่สร้างภาระให้แก่ประชาชน พร้อมทั้งนำหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสมาใช้ในการบริหารจัดการ

การบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ จำเป็นต้องมี Road Map ที่ชัดเจน ทั้งการปรับโครงสร้างพื้นฐานใหม่และการต่อยอดจากรากฐานเดิมที่มีอยู่ โดยมี "สถาบันการเงิน" เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนให้อุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคพลังงานสะอาดได้อย่างยั่งยืน

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...