ธปท. เล็งคุมเข้มธุรกรรม ‘ทองคำ’ จี้รายงานละเอียดยิบ ใช้คริปโทฯ ซื้อต้องแจ้ง
ธปท. ชี้บาทแข็งรับดอลลาร์อ่อน ผ่อนเกณฑ์นำเงินกลับ ขยายวงเงิน 10 ล้านเหรียญฯ เล็งคุมเข้มธุรกรรมทองคำ สกัดเงินผิดกฎหมาย หารือคลังแก้กฏให้ร้านทองรายงานข้อมูล ทั้งซื้อขายและนำเข้า-ส่งออก รวมถึงการชำระด้วยคริปโทฯ
4 ธ.ค.2568นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า แม้ว่าความสัมพันธ์ (Correlation) ระหว่างราคาทองคำกับค่าเงินบาทจะลดลงในช่วงที่ผ่านมา แต่ในบางวันที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นมาก ก็อาจส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทให้แข็งค่าขึ้นได้อีก อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลักที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าในช่วงนี้คือปัจจัยด้านต่างประเทศ โดยเฉพาะการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์สหรัฐ
เพื่อลดแรงกดดันจากเงินทุนไหลเข้าที่ต้องแปลงเป็นเงินบาท ธปท. กำลังแก้ไขประกาศกระทรวงการคลังเกี่ยวกับกฎเกณฑ์การนำเงินตราต่างประเทศกลับประเทศ ขยายวงเงินที่ไม่ต้องนำกลับจากเดิมที่กำหนดให้รายได้ที่เกิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต้องนำกลับประเทศ จะมีการขยายวงเงินเป็น 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อรายการ หากรายการไม่ถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ก็สามารถบริหารจัดการได้โดยไม่จำเป็นต้องรีบนำกลับประเทศทันที มาตรการนี้คาดว่าจะช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการเงินทุนได้ดีขึ้น และช่วยลดเงินไหลเข้าที่จะกดดันให้ค่าเงินบาทแข็งค่า
“เกณฑ์การขยายวงเงินรายได้ต่างประเทศที่ไม่ต้องนำกลับประเทศ (Repatriation) เปิดรับฟังความคิดเห็น (hearing) แล้ว โดยให้ความเห็นได้ถึงวันที่ 11 ธ.ค. นี้ บนเวปไซต์ ธปท.”
นางสาวชญาวดี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ธปท. มุ่งเน้นไปที่การเก็บข้อมูลธุรกรรมให้มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกรรมทองคำเพื่อให้สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของนักลงทุนและผู้บริโภค รวมถึงสืบหาเส้นทางการเงินต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับทองคำได้ ซึ่งการขอข้อมูลนี้เป็นการขอความร่วมมือในเบื้องต้น แต่กำลังจะมีการแก้ไขประกาศกระทรวงการคลังเพื่อให้มีอำนาจในการบังคับให้รายงานข้อมูล
“ซึ่งในการให้ร้านทองรายงานข้อมูล จะมีเกณฑ์ด้านรายได้ มากำหนดว่าร้านใดจะเข้าข่ายการรายงานข้อมูลบ้าง ไม่ได้ครอบคลุมทุกร้าน โดยจะเร่งทำ hearing เร็ว ๆ นี้”
นางสาวชญาวดี เผยอีกว่า ข้อมูลจากธุรกรรมทองคำจะช่วยให้สามารถระบุและยืนยันได้ว่าธุรกรรมที่น่าสงสัยเกี่ยวข้องกับการใช้ทองคำจริงหรือไม่ โดยรูปแบบการรายงานข้อมูลจากร้านทองเช่น การซื้อขายบนแพลตฟอร์ม (Online Platform/App) ต้องรายงานข้อมูลเป็นรายธุรกรรม (transaction) จากข้อมูลดังกล่าวมีอยู่แล้วบนแพลตฟอร์ม ส่วนข้อมูลการซื้อขายที่หน้าร้าน ต้องรายงานข้อมูล ณ สิ้นวัน
นอกจากนี้จะต้องรายงานธุรกรรมนำเข้าและส่งออกทองคำ ผู้ที่นำเข้าและส่งออกทองคำจะต้องรายงานว่ามีการรับหรือจ่ายชำระด้วย สกุลเงินใด ที่รวมถึงคริปโทฯด้วย ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการเรื่องการขอข้อมูลนี้ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเนื่องจากต้องเกี่ยวข้องกับการปรับระบบและหน่วยงานอื่น
ขณะเดียวกัน ธปท.จะกำกับดูแลและพูดคุยกับธนาคารพาณิชย์ให้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบธุรกรรมทองคำ และกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบเดียวกันสำหรับทุกธนาคาร โดยธนาคารที่ทำธุรกรรม FX (อัตราแลกเปลี่ยน) ให้กับบริษัททองคำจะต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐาน ใบขนอย่างเข้มงวด เพื่อยืนยันว่ามีการขนส่งทองคำจริง
ทั้งนี้ปกติสถาบันการเงินมีหน้าที่ต้องรายงานธุรกรรมเงินสดที่เกินเกณฑ์หรือธุรกรรมต้องสงสัยไปยัง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตามกฎหมายอยู่แล้ว โดยธปท.ขอความร่วมมือว่า หากมีการส่งเรื่องธุรกรรมต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับทองคำไปที่ ปปง. ให้แจ้ง ธปท. ด้วย เพื่อช่วยกันตรวจสอบและติดตาม
“ส่วนเรื่องการกำกับดูแลร้านทองถือเป็นเรื่องซับซ้อน เนื่องจากต่างประเทศมีรูปแบบการกำกับดูแลที่หลากหลาย บางประเทศอยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับหลักทรัพย์ บางประเทศอยู่ภายใต้ธนาคารกลาง) สำหรับประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการพูดคุยกันว่าใครจะเป็นผู้กำกับดูแล”