โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก “ไซยาไนด์ (Cyanide)” สารพิษรุนแรง และอาการอันตรายหลังเผลอรับประทาน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2568 เวลา 09.16 น.
รู้จัก ไซยาไนด์ (Cyanide) สารเคมีพิษร้ายที่ถูกใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภท ตัวการร้ายที่โผล่ในหลายคดีสะเทือนสังคม ทำไมสารนี้ถึงอันตรายถึงชีวิต และผู้ที่ได้รับยานี้ จะมีอาการอย่างไร

รู้จัก "ไซยาไนด์" สารเคมีอันตรายถึงชีวิต

ไซยาไนด์ (Cyanide) เป็นสารเคมีชนิดหนึ่งซึ่งมีความเป็นพิษสูง มีการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ หรือเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์บางประเภท เช่น ยาฆ่าแมลง น้ำยาขัดเงาโลหะ น้ำยาทำความสะอาดเครื่องเพชรพลอย ใช้ในอุตสาหกรรมการถลุงโลหะ ฯลฯ

สามารถพบไซยาไนด์ได้ในหลายรูปแบบ ได้แก่ ภาวะก๊าซ hydrogen cyanide เกิดจากการเผาไหม้สารพลาสติก polyurethane และหนังเทียม รูปแบบของแข็งหรือสารละลาย ได้แก่ potassium cyanide และ potassium cyanide solution

นอกจากนี้ยังสามารถพบไซยาไนด์ได้ในธรรมชาติเช่น ในมันสำปะหลังดิบ โดยเมื่อรับประทานแล้วร่างกายจะทำการย่อยสารบางชนิดในมันสำปะหลังดิบให้เป็นไซยาไนด์เข้าสู่เซลล์ในร่างกาย ในกรณีนี้อาการแสดงของพิษจากไซยาไนด์สามารถเกิดขึ้นในเวลาหลาย ๆ ชั่วโมงหลังจากรับประทาน

ไซยาไนด์ถูกนำเข้าสู่ร่างกายได้ด้วยวิธีใด ?

ไซยาไนด์อาจถูกนำเข้าสู่ร่างกายทางปาก ด้วยการละลายผลึกโพแทสเซียมไซยาไนด์ในน้ำหรือเครื่องดื่ม หรือทำให้เป็นผงแล้วผสมลงในอาหาร หรือผสมไซยาไนด์ในรูปของของเหลวลงในน้ำหรือเครื่องดื่มหรืออาหารได้โดยตรง นอกจากนั้น ยังอาจถูกนำเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจด้วยไซยาไนด์ที่อยู่ในรูปของแก๊ส

ผู้ได้รับไซยาไนด์จะรู้ตัวหรือไม่ ?

ไซยาไนด์ เป็นสารที่ไม่มีสีและกลิ่น เฉพาะบางคนเท่านั้นที่อาจรับรู้กลิ่นของไซยาไนด์ได้ ซึ่งจะมีกลิ่นคล้ายกับอัลมอนด์ กลิ่นนี้บางคนบอกว่าคล้ายกับกลิ่นของเมล็ดพืชหรือเมล็ดผลไม้ที่มีความขม เช่น เมล็ดแอปเปิ้ลหรือเมล็ดลูกพีช ส่วนโพแทสเซียมไซยาไนด์มีรสชาติที่ขม หากได้รับในปริมาณมากจะมีความรู้สึกแสบหรือเผาไหม้ในปากคล้ายกับการสัมผัสกับสารด่างซึ่งเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง

เมื่อถูกสารพิษจะเป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างไรบ้าง?

ผู้ป่วยมักจะเริ่มปรากฏมีอาการหลังจากได้ไซยาไนด์ภายในเวลาไม่กี่วินาที เริ่มจากปวดศีรษะ ใจสั่น หน้าแดง หมดสติ ชัก และอาจจะเสียชีวิตภายในเวลา 10 นาที ในรายที่รุนแรงน้อยกว่าจะกดการทำงานของระบบประสาทและการหายใจ

ถ้าได้รับไซยาไนด์แต่ยังไม่ถึงขั้นเสียชีวิต จะมีอาการอย่างไร ?

บุคคลอาจได้รับไซยาไนด์ในขนาดต่ำโดยไม่ตั้งใจ เช่นจากอาหารบางชนิดซึ่งมีไซยาไนด์เป็นส่วนประกอบ อาจมีอาการดังต่อไปนี้คือ เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก หัวใจอาจเต้นช้าลงหรือเร็วขึ้น หายใจลำบาก การหายใจอาจช้าลงหรือเร็วขึ้น อาจหายใจมีเสียงหวีด สับสน เวียนศีรษะ กระสับกระส่าย ปวดศีรษะ ปวดตา น้ำตาไหล คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนแรง

ต้องได้รับไซยาไนด์มากน้อยเพียงใดจึงจะเสียชีวิต ?

ผู้ใหญ่โดยทั่วไปมักเสียชีวิตหากได้รับไซยาไนด์ทางปากในปริมาณ 200-300 มิลลิกรัม ซึ่งเทียบได้กับปริมาณของเกลือประมาณครึ่งถึงหนึ่งในสี่ของช้อนชา

ไซยาไนด์ทำให้เสียชีวิตได้อย่างไร ?

เมื่อเข้าสู่ร่างกายทั้งด้วยการกินหรือการสูดหายใจ ไซยาไนด์เข้าขัดขวางการใช้พลังงานของเซลล์ในร่างกาย ทำให้เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายขาดออกซิเจน โดยเฉพาะที่สมองและหัวใจ ทำให้เกิดอาการชัก หัวใจเต้นผิดจังหวะ และหัวใจหยุดเต้น

ผู้ได้รับไซยาไนด์จะเสียชีวิตอย่างรวดเร็วเสมอไปหรือไม่ ?

หากได้รับไซยาไนด์ทางปากในขนาดสูงมักเสียชีวิตในเวลาเป็นนาที แต่หากได้รับในปริมาณต่ำอาจใช้เวลานานขึ้นเป็นหลายนาทีหรือเป็นชั่วโมง ซึ่งมีโอกาสได้รับยาต้านพิษและช่วยชีวิตได้ทัน

วิธีป้องกันและวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น

วิธีการป้องกันคือ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารไซยาไนด์ และวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อสัมผัสกับสารไซยาไนด์ให้รีบลดปริมาณสารไซยาไนด์ให้เร็วที่สุด แล้วรีบมาโรงพยาบาล โดยวิธีปฏิบัติขึ้นอยู่กับวิธีที่สัมผัสกับสารไซยาไนด์
- ทางการสูดดม ควรรีบออกจากพื้นที่ หากไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ควรก้มต่ำลงบนพื้น ในกรณีที่ผู้ป่วยหายใจลำบากหรือหยุดหายใจ อาจจำเป็นต้องได้รับออกซิเจน แต่ไม่ควรผายปอดด้วยวิธีปากต่อปาก

- ทางการสัมผัสผ่านผิวหนัง ถอดเสื้อผ้าของผู้ป่วยออก โดยพยายามไม่ให้ชิ้นส่วนของเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนสัมผัสกับผิวหนังของผู้ป่วยและผู้ช่วยเหลือ จากนั้นทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำและสบู่

- ทางการรับประทาน ให้รีบล้างปาก ไม่ควรทำการกระตุ้นให้เกิดการอาเจียน

- ทางดวงตา หากสวมคอนแทคเลนส์ให้รีบถอดออก แล้วใช้น้ำสะอาดล้างตา 10 - 15 นาที

ทั้งนี้ยังไม่มีวิธีการปฐมพยาบาลอย่างเฉพาะเจาะจงกับผู้สัมผัสไซยาไนด์ ควรรีบส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...