โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เฉลยแล้ว! รอยขีดบนปลายตะเกียบ มีไว้ทำไม ใช้มาทั้งชีวิตเพิ่งจะรู้

สยามนิวส์

เผยแพร่ 17 พ.ค. 2567 เวลา 01.48 น. • สยามนิวส์
เรียกว่าเป็นจุดเล็ก ๆ ที่ใครหลายคนอาจจะเคยสงสัยว่า รอยขีด 2 ขีดบนตะเกียบไม้ที่เราใช้คีบอาหารมาตั้งแต่เด็ก ๆ มีไว้ทำไม

เรียกว่าเป็นจุดเล็ก ๆ ที่ใครหลายคนอาจจะเคยสงสัยว่า รอยขีด 2 ขีดบนตะเกียบไม้ที่เราใช้คีบอาหารมาตั้งแต่เด็ก ๆ มีไว้ทำไม มีประโยชน์หรือเปล่า หรือมีไว้แค่ความสวยงามเท่านั้น วันนี้เราจะใครที่ยังสงสัยในเรื่องนี้ไปหาคำตอบกัน ว่ารอยขีดบนปลายตะเกียบ มีไว้ทำไม

จริง ๆ แล้วรอยขีดบนตะเกียบนั้น ประโยชน์เอาไว้ ช่วยผู้พิการทางสายตาให้สามารถหาตำแหน่งได้ว่าควรจับบริเวณไหนของตะเกียบ และยังเป็นลวดลายของตะเกียบได้อีกด้วย นอกจากนั้น รอยขีดบนปลายตะเกียบ ถ้านำมาใช้รับประทานกับอาหารที่คีบได้ยาก โดยการกลับด้านใช้ด้านทีมีขีดไว้คีบ รอยขีดของตะเกียบจะสามารถกันลื่นได้ เวลาคีบอาหารก็จะคีบง่ายไม่หลุดหรือลื่นก่อนที่จะรับประทานนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม มีช่วงหนึ่งโลกโซเชียลมีการแชร์ข้อมูลว่า รอยขีดบนตะเกียบนั้น แสดงถึงอันตรายของสารปนเปื้อนที่ต่างกัน ซึ่งทาง ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ได้สอบถามไปยัง นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง และเคยออกมาชี้แจงแล้วแต่ก็ยังมีข่าววนมาอีก

เช่นเดียวกับ นายมานพ สัตย์ถาวงศ์ ประธานบริษัท สยามอุตสาหกรรมไผ่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตตะเกียบและไม้จิ้มฟันเจ้าแรก ๆ ของประเทศไทย ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง พร้อมอธิบายที่มาของรอยขีดบนตะเกียบนั้น เดิมทีเอาไว้หักแล้ววางตะเกียบ เพื่อที่เวลาวางตะเกียบเราจะได้ไม่ต้องไปวางกับพื้นโต๊ะ แต่ปัจจุบัน มันมีไว้สำหรับความสวยงาม ก็แล้วแต่โรงงานไหนชอบแบบไหน หรือลูกค้าอยากได้แบบไหน มีทั้ง 3 เส้นและ 4 เส้นเลยก็มี

ทั้งนี้ สำหรับรอยขีดบนตะเกียบแบบของประเทศญี่ปุ่น รอยขีดมีไว้เพื่อหักไม้ตรงปลายตะเกียบมาวางรองปลายตะเกียบที่คีบอาหารไม่ให้เลอะโต๊ะสกปรกอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...