โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถึงเวลา รื้อค่าเช่าที่ดิน “แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ”

Thairath Money

อัพเดต 12 ก.ค. 2567 เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2567 เวลา 11.11 น.
ภาพไฮไลต์

เมื่อเอ่ยชื่อ “โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ” หลายคนรู้จัก แต่หลายคนอาจไม่รู้จัก และไม่คุ้นชื่อ แต่หากบอกว่า “แยกพระพรหม เอราวัณ” ทุกคนจะร้องอ๋อ เพราะเป็นที่รู้จักทั้งคนไทยและต่างชาติ และเคยไปกราบสักการะพระพรหมเอราวัณ สี่แยกราชประสงค์

แต่ ณ ที่แห่งนี้ บนเนื้อที่เกือบ 10 ไร่ น้อยคนที่จะรู้ว่า เป็นที่ดิน ซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการ ซึ่งในยุคสมัยที่นานมากแล้วนั้น ที่ต้องการให้ที่แห่งนี้มีการสร้างโรงแรม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ทำอย่างไรการก่อสร้างหรือการทำธุรกิจก็ไม่สำเร็จ จึงมีการทักท้วงให้กราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงมีการประกอบพิธีขออนุญาตสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ บริเวณนี้ พร้อมทำพิธีตั้งศาลพระพรหม และอยู่มาอย่างยาวนานจนถึงทุกวันนี้

สำหรับที่ดินทำเลทองกว่า 10 ไร่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลพระพรหมเอราวัณ และโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ นี้ รัฐบาล มอบให้ บริษัท สหโรงแรมไทยและการท่องเที่ยว จำกัด เป็นผู้บริหารจัดการพิทักษ์ผลประโยชน์ เพราะเป็นรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลัง ถือหุ้น 100% และสหโรงแรมไทยฯ ได้เซ็นสัญญาร่วมทุนกับ บริษัท อัมรินทร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เพื่อจัดตั้งบริษัท โรงแรมเอราวัณ จำกัด เช่าที่ดินบริเวณนี้ มีผลมาตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.2534 โดยมีระยะสัญญาเช่า 30 ปี ให้มีการปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้นทุกๆ 10 ปี ดังนี้

  • 10 ปีแรก (ปี 2534-1ก.ค.2544) ค่าเช่าอยู่ที่ 7 ล้านบาทต่อปี
  • ช่วงที่2 (2 ก.ค.2544-1ก.ค.2554) ค่าเช่า 10.92 ล้านบาทต่อปี
  • ช่วงที่ 3 (2ก.ค.2554-1ก.ค.2564) ค่าเช่าปีละ 14.12 ล้านบาท

และขณะนี้สัญญาได้สิ้นสุดลงแล้ว และมีการต่อสัญญาเป็นแบบลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ปีต่อปี

โดยการร่วมทุนในขณะนั้น เป็นการร่วมทุนระหว่างสหโรงแรม กับภาคเอกชน คือ บริษัท อัมรินทร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งมีผู้ก่อตั้งมาจาก 3 ตระกูลหลัก คือ กลุ่มตระกูลว่องกุศลกิจ กลุ่มตระกูลวัธนเวคิน และกลุ่มตระกูลเจนวัฒนวิทย์ ตั้งชื่อบริษัทมาบริหารจัดการกิจการ ชื่อ บริษัท โรงแรมเอราวัณ จำกัด

แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนแปลงไป ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจมาหลายต่อหลายครั้งมีการเปลี่ยนชื่อใหม่ จนปัจจุบันผู้บริหารกิจการโรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ และอีกหลายโรงแรมทั่วประเทศไทย คือ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

และเมื่อเดือน มี.ค. 2567 ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบให้บริษัทสหโรงแรมและการท่องเที่ยว และ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ (ธพส.) ไปเร่งหารือการดำเนินการดังกล่าวให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด เพราะราคาที่ดินบริเวณนี้ มีมูลค่านับหมื่นล้านบาท

ขณะที่รัฐได้ผลตอบแทนจากที่ดินแห่งนี้หลักพันล้านบาท ถึงแม้จะมีการปรับขึ้นราคาค่าเช่าทุกๆ 10 ปีก็ตาม

ดังนั้นจึงเป็นโจทย์ให้บริษัทสหโรงแรมและการท่องเที่ยว และ ธพส. ไปคิดและวิเคราะห์ ที่จะใช้ที่ดินให้คุ้มค่า เกิดประโยชน์ต่อรัฐมากที่สุด ทั้งผู้ประมูล ผู้เช่า หรือผู้มาบริหารกิจการโรงแรม ต้องอยู่ต่อได้ ราชการได้ผลประโยชน์ที่เหมาะสม

และน่าจะถึงเวลาที่รัฐ จะต้องรื้อสัญญาการเช่าที่ดินราชพัสดุของภาคเอกชน ที่หมดสัญญาแล้ว นำกลับมาทบทวนใหม่ให้ราคาเช่าที่ดิน สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากที่สุด โดยนำกรณีของโรงแรม แกรนด์ ไฮเอท มาเป็นกรณีศึกษาได้

ล่าสุด ธพส.ได้เจรจากับบริษัทสหโรงแรมและการท่องเที่ยวแล้ว ได้มีความเห็นร่วมกัน ที่จะจ้างที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อมาศึกษาแนวทางการดำเนินการทั้งหมด ใช้ระยะเวลา 4 เดือน จากนั้น ธพส.จะนำเสนอรายละเอียดทั้งหมดให้กระทรวงการคลังพิจารณา เพื่อนำเสนอคณะกรรมการ คนร.พิจารณา และต้องผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามลำดับขั้นตอนต่อไป

ในเบื้องต้นจะต้องนำผลศึกษาวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินมาพิจารณารายละเอียดก่อนว่าแนวทางการดำเนินการจะเป็นอย่างไร ขณะเดียวกัน ธพส.กับสหโรงแรมและการท่องเที่ยว ต้องตกลงควบรวมกิจการกันให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วก่อน มิเช่นนั้น การเจรจาจะไม่เกิดผลสำเร็จแต่อย่างใด

ขณะเดียวกันจะต้องมีการประเมินมูลค่าที่ดินดังกล่าวใหม่ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะค่าเช่าที่เกิดขึ้นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว กับปัจจุบันราคาได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก

“นาฬิกอติภัค แสงสนิท” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) เล่าว่า หลังจากได้รับมอบหมายจาก คนร. ได้เดินหน้าเจรจาหารือกับสหโรงแรมและการท่องเที่ยวมาตลอด เพื่อหาแนวทางการดำเนินงาน ซึ่งล่าสุดมีความเห็นร่วมกันจะต้องจ้างที่ปรึกษาทางการเงินมาพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมด และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ น่าจะเห็นภาพชัดเจนของการดำเนินการว่าจะไปในทิศทางใด

“ยอมรับว่าการดำเนินการดังกล่าว ไม่ง่าย ไม่รวดเร็วแน่นอน เพราะมีปัจจัยเกี่ยวข้องมากมาย เนื่องจากสัญญาเกิดขึ้นเมื่อ 30 ปีก่อน แต่ ธพส.ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจะพยายามทำอย่างเต็มที่ เพื่อให้รัฐได้รับประโยชน์สูงสุดจากที่ดินย่านแยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นทำเลทอง ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงความอยู่รอดธุรกิจเอกชนด้วย ต้องบาลานซ์ให้ได้” นาฬิกอติภัค กล่าว

ติดตามข่าวสารอัปเดต เศรษฐกิจ เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจในประเทศ บทวิเคราะห์เศรษฐกิจ ล่าสุด ได้ที่นี่
ข่าวเศรษฐกิจ : https://www.thairath.co.th/money/economics

เศรษฐกิจในประเทศ : https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

เศรษฐกิจโลก : https://www.thairath.co.th/money/economics/world_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...