โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 พฤษภาคม 2567

สวพ.FM91

อัพเดต 09 พ.ค. 2567 เวลา 22.47 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2567 เวลา 22.47 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 พฤษภาคม 2567

>> หนุ่มตกงาน ขออาศัยบ้านเพื่อน ถูกตำหนิอยู่นานไม่หางานทำ คว้ากระถางฟาดหน้า ดับสลดกลางถนน

06.00 น. ตำรวจ สภ.แหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย เหตุเกิดภายในซอยลุงเนื่อง สุขุมวิท ซอย 10 หมู่ 7 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุ พบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บนอนจมกองเลือดอยู่กลางถนน ทราบชื่อคือ นายกฤษดา อายุ 35 ปี ประกอบอาชีพขายข้าวแกง ได้บาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณใบหน้าจนเป็นแผลฉกรรจ์ เจ้าหน้าที่จึงได้รีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลแหลมฉบัง แต่ก็ไม่ทันการณ์ ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ในขณะที่บริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ ทราบชื่อคือ นายคำ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี ภายหลังจากที่ใช้ขวดเบียร์ และกระถางต้นไม้ที่วางอยู่ริมถนน ฟาดที่บริเวณใบหน้าของผู้เสียชีวิต

สอบถาม ผู้พบเห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้พบผู้เสียชีวิต และผู้ก่อเหตุมีปากเสียงกันตั้งแต่ต้นซอย จนมาถึงกลางซอยผู้ก่อเหตุได้ใช้ขวดเบียร์ ฟาดใส่ผู้เสียชีวิต ก่อนที่ใช้ขวดที่แตกแทงใส่ผู้เสียชีวิต อีกทั้งยังยกกระถางต้นไม้ริมถนนฟาดใส่ผู้เสียชีวิตอีกด้วย
สอบถาม เพื่อนของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ก่อนเหตุเกิดตนเองกับผู้ก่อเหตุได้มานั่งกินข้าวดื่มสุรากัน ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ก่อนที่ตนเองจะขอแยกย้ายไปนอน เนื่องจากต้องไปทำงาน ต่อมาในช่วงเช้าก็พบว่า ผู้ก่อเหตุ ได้ใช้กระถางต้นไม้ฟาดใส่ผู้เสียชีวิตแล้ว โดยผู้ก่อเหตุนั้นได้ตกงานมาสักพักแล้ว ซึ่งได้ไปขออาศัยบ้านของผู้เสียชีวิตอยู่ ปรากฏว่าถูกผู้เสียชีวิตบ่นว่าให้ไปหางานทำได้แล้ว ส่งผลให้ผู้ก่อเหตุ เกิดความไม่พอใจ จนกระทั่งมาก่อเหตุดังกล่าว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวน เพิ่มเติมที่ สภ.แหลมฉบัง พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหา ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> ฝากขัง สาวสองผู้ต้องหาลักพาตัว "น้องมาร์ติน" เผยรู้สึกผิด ที่ทำไปเพราะอยากมีลูก

10.00 น. พนักงานสอบสวน สน.บางนา ควบคุมตัว นายน้อย อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุลักพาตัว น้องมาร์ติน เด็กวัย 9 เดือน ไปขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาเพื่อส่งตัวฝากขังผลัดแรกที่ศาลอาญาพระโขนง

โดยระหว่างที่ควบคุมตัวไป ผู้ต้องหาได้บอกว่าตนรู้สึกผิดที่พาน้องมาร์ตินไป ที่ทำไปเพราะตนเองเป็นกะเทย อยากมีลูก ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งลักเด็ก

ขณะที่ พันตำรวจเอกสุรพงษ์ สุขแย้ม ผู้กำกับการ สน.บางนา ระบุถึงความคืบหน้าทางคดีว่า เมื่อคืนนี้ พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาเสร็จสิ้นแล้ว โดยผู้ต้องหายังคงให้การเช่นเดิมว่า ได้ลักพาตัวน้องมาร์ตินไปจริง โดยเรียกรถจักรยานยนต์ออกไปจากซอย และต่อรถเมล์เพื่อไปขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต ตั้งใจมุ่งหน้าไปที่ จังหวัดจันทบุรี
เมื่อถามถึงสาเหตุที่ลักพาตัวเด็กไปนั้น ผู้กำกับการ สน.บางนา บอกว่า เจ้าตัวย้ำว่ารัก และเอ็นดูเด็กมาก หวังจะเอาไปเลี้ยงที่ไร่ในจังหวัดจันทบุรี แต่สุดท้ายกลับมาถูกจับได้เสียก่อน ส่วนจากการขยายผลว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งลักเด็กข้ามชายแดนหรือไม่นั้น เจ้าตัวอ้างว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพียงแค่เห็นว่าเด็กน่ารัก จึงตัดสินใจลักพาตัว เพื่อจะนำไปเลี้ยงเท่านั้น

>> ไฟไหม้โกดังปลูกกัญชา ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมืองฉะเชิงเทรา

10.20 น. สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้โกดังสินค้าขนาดใหญ่ ในพื้นที่ ม.14 ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมืองฉะเชิงเรา เพลิงกำลังจะลุกลามไหม้โกดังคลังส่งพัสดุสินค้าเอกชน จึงประสานทีมบรรเทาสาธารณภัยหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา รถน้ำจาก อบต.คลองหลวงแพ่ง, อบต.คลองอุดมชลจร อบต.คลองเปรง อบต.วังตะเคียน และ อบต.คลองนครเนื่องเขต เข้าระงับเหตุ

จุดเกิดเหตุเป็นโกดังขนาดใหญ่ ปลูกติดกัน จำนวน 4 โกดังในพื้นที่โล่ง โดยโกดังสุดท้าย มียาวของโกดังประมาณ 80 เมตร ด้านในปลูกต้นกัญชา และเก็บกัญชาไว้บางส่วน เพลิงได้โหมลุกไหม้อย่างรุนแรง มีกลุ่มควันลอยคละคลุ้งเต็มพื้นที่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า 50 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้

นายพัสธร สิทธิการ นายก อบต.คลองหลวงแพ่ง เปิดเผยว่า เบื้องต้นคาดว่า สาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งขณะนี้ยังหาจุดต้นเพลิงด้านในไม่ได้ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

>> ไฟไหม้ ภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง

10.30 น. ศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยอง ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ ถังเก็บสารแก๊สโซลีน บริเวณถนนไอ-แปด ทางเรือมาบตาพุด ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง จึงแจ้ง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มาบตาพุด พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มาบตาพุด เดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบควันไฟดำพวยพุ่งขึ้นทั่วท้องฟ้า โดยมีเปลวไฟลุกไหม้บนถังสารโซลีน ขนาดใหญ่ กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย ได้นำตัวส่ง รพ.กรุงเทพ ระยอง โดยมีการอพยพผู้ที่อยู่ภายในจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ออกมาในจุดปลอดภัยแล้ว

ล่าสุดทีมดับเพลิงจังไม่สามารถดำเนินการดับไฟ ซึ่งเปลวไฟยังคงลุกไหม้อย่างรุนแรง เพราะมีเชื้อเพลิงเป็นสารอยู่ภายในถังขนาดใหญ่

>> ชาดา ลงตรวจโรงแรมในพื้นที่ป่าตอง พบเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต 20 แห่ง และอีก 2 แห่งต่างชาติใช้คนไทยบริหารแทน

12.00 น. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ คณะ เดินทางพื้นที่ป่าตอง อำเภอกะทู้ จ.ภูเก็ต หลังได้รับการร้องเรียนว่าในพื้นที่ป่าตอง มีการเปิดสถานประกอบการ โรงแรม โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม โดยมี นายธีระพงศ์ ช่วยชู นายอำเภอกะทู้ นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รายงานข้อมูลและบูรณาการกำลัง ร่วมปฏิบัติการในภารกิจ

โดยการลงพื้นที่ในวันนี้มีเป้าหมาย ดำเนินการตรวจสอบโรงแรมต่าง ๆ จำนวน 22 แห่ง จากการตรวจสอบพบโรงแรม 2 แห่ง มีข้อมูลว่า เจ้าของเป็นชาวต่างชาติ แต่มี คนไทย บริหารงานแทน และ มีโรงแรมอีก 19 แห่ง เปิดให้บริการ ไม่มีใบอนุญาต ดำเนินการผิดประเภทอย่าง เช่น การนำอาคารพาณิชย์มาดัดแปลงเป็นโรงแรม เพื่อให้บริการแก่ประชาชน และนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตามในการลงพื้นที่ นายชาดา ได้พูดคุยทำความเข้าใจ กับเจ้าของสถานประกอบการและผู้ดูแล เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถูกต้อง เบื้องต้น พบการกระทำผิด จึงได้ดำเนินเปรียบเทียบปรับ ตามกฎหมาย ควบคู่กับการแนะนำ ให้เจ้าของ สถานประกอบการ ดำเนินการให้ถูกต้อง โดยให้เข้าไป ติดต่อสอบถามกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ฝ่ายปกครองของอำเภอกะทู้ เพื่อหาทางออกร่วมกัน

>> รองผู้ว่าฯ กทม. สำรวจปากซอยสุขุมวิท 2 รองรับผู้ค้าถนนดวงพิทักษ์ จัดระเบียบผู้ค้าตลาดคลองสวนหลวง ถนนเจริญกรุง 101-103

15.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า บริเวณซอยสุขุมวิท 2 เขตคลองเตย โดยได้สำรวจพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับรองรับผู้ค้าที่ทำการค้าอยู่บริเวณถนนดวงพิทักษ์ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ค้า (ฝั่งเขตคลองเตย) จำนวน 24 ราย เนื่องจากพื้นที่ทางเท้าปากซอยสุขุมวิท 2 มีพื้นที่กว้างพอที่จะสามารถรองรับผู้ค้าได้ อย่างไรก็ตาม เขตฯ จะพิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้พื้นที่ ต้องมีการจัดระเบียบอย่างเข้มงวด ที่สำคัญเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ทางเท้าในการสัญจร

จากนั้น รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ พร้อมด้วยรองปลัดฯ ศุภกฤต ติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า บริเวณตลาดคลองสวนหลวง ถนนเจริญกรุง 101-103 เขตบางคอแหลม ซึ่งตลาดคลองสวนหลวง เป็นพื้นที่ทำการค้าอยู่ระหว่างรอประกาศ มีผู้ค้า 93 ราย โดยให้เขตฯ สร้างความเข้าใจแก่ผู้ค้าในการจัดระเบียบพื้นที่ ขีดสีตีเส้นขอบเขตแผงค้า กำหนดแนวตั้งแผงค้าด้านนอกอาคาร กำชับร้านค้าในอาคารไม่ให้ตั้งวางสินค้า รวมถึงโต๊ะและเก้าอี้ออกมาด้านนอกบนทางเท้า วางแผนดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน การจัดระเบียบพื้นที่ให้เป็นไปตามประกาศกรุงเทพมหานคร ผู้ค้าต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด อย่างไรก็ตาม รองผู้ว่าฯ พร้อมคณะฯ จะลงพื้นที่ติดตามการจัดระเบียบพื้นที่ดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 8 มิถุนายน 2567

>> "กัน จอมพลัง" พาภรรยาตำรวจยศร้อยตำรวจเอก ทำข้อตกลงการดูแลบุตร 5 คน
16.00 น. ภรรยานายตำรวจยศร้อยตำรวจเอก สังกัดกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี3 พร้อมด้วย นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กันจอมพลัง เดินทางมาที่ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 เพื่อเจรจากับร้อยตำรวจ สามี เพื่อทำข้อตกลงในการดูแลบุตร 5 คน ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าเรียนหนังสือ และค่ารักษาพยาบาลของลูก หลังจากเมื่อวานนี้เข้าไปยื่นเรื่องร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ถูกสามีตำรวจทำร้ายร่างกาย และทอดทิ้งไปนาน 2 เดือน

โดย กันจอมพลัง เปิดเผยว่า หลังจากเข้าไปพูดคุยเจรจาตกลง ร่วมกันสองฝ่าย โดยมีผู้บังคับบัญชาของฝ่ายชาย เข้าไปเป็นคนกลางเจรจาพูดคุยด้วย เบื้องต้นมีข้อมูลว่าฝ่ายชายมีปัญหาเรื่องเงิน เป็นหนี้สินในระบบ ซึ่งเสนอผู้บังคับบัญชาเสนอว่าจะให้ความช่วยเหลือเงินส่วนที่ขาดไป ซึ่งจากที่พูดคุยกันทั้งสองฝ่ายจะถอยคนละก้าว หันกลับมาเป็นพ่อและแม่ของลูก โดยจะแยกกันอยู่และให้ฝ่ายชายมาหาลูกในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ได้ ส่วนลูกชายโตที่พบว่าเป็นเด็กพิเศษ และมีอาการเจ็บป่วย พ่อก็ต้องมาช่วยรับผิดชอบ รวมถึงตัวเองจะประสานกรมกิจการเด็ก กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ช่วยเข้ามาดูแล โดยขณะนี้อยู่ระหว่างร่างเอกสารว่าจะตกลงความช่วยเหลือกันอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ ได้ทำข้อตกลงสรุปคือ ฝ่ายสามีต้องดูแลรับผิดชอบในเรื่องค่าผ่อนบ้านเดือนละ 20,000 จ่ายทุกวันที่ 12 ของเดือน, ค่าใช้จ่ายในครอบครัวเดือนละ 30,000 บาท จ่ายทุกวันที่ 25 ของเดือน ซึ่งมีผู้บังคับบัญชาช่วยเหลือส่วนนี้ด้วย การตกลงเลี้ยงดูบุตรเรื่องค่าเรียน การดูแลแบ่งเบาภาระเลี้ยงดูบุตร รวมถึงเวลาเจ็บป่วยค่ารักษาพยาบาลทางพ่อก็จะดูแล

>> ก.พลังงาน ติดตามสถานการณ์เพลิงไหม้ "ถังจัดเก็บสารไพรโรไลสิส" ที่มาบตาพุด จ.ระยอง

16.57 น. นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู โฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ตามที่ได้รับแจ้งเหตุว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณถังจัดเก็บสารไพรโรไลสิส แก๊สโซลีน ของ บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เมื่อเวลา 10.45 น. บริษัทฯ ได้ระดมทีมเพื่อควบคุมสถานการณ์ในทันทีตามแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน ซึ่งในส่วนของกระทรวงพลังงานได้ประสานกรมธุรกิจพลังงานและพลังงานจังหวัดระยองร่วมเฝ้าระวัง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้เตรียมพร้อมรับมืออย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามแผนหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ซึ่งในเบื้องต้นพบว่า เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสารไพรโรไลสิส แก๊สโซลีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สารประกอบต่างๆ เช่น การผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์ สารตั้งต้นในการผลิตสีย้อม เป็นต้น

>> กระบะเสียหลักพุ่งชนรถพยาบาล เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บระนาว

17.24 น. นายดุสิต พงศาพิพัฒน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถรีเฟอร์ รพ.พร้าว ชนกับรถกระบะ บ้านดอยหลวง เลยบ้านป่าไม้ ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ มีผู้บาดเจ็บ 10 ราย ทางศูนย์เอราวัณประสานรถกู้ชีพ 5 คัน รวมทั้งกู้ชีพแม่โจ้ กู้ชีพพร้าววังหิน กู้ชีพแม่ปั๋ง กู้ชีพแม่หอพระ กู้ชีพแม่แวน และรถ ALS 4 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่แตง เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบรถกู้ชีพของ รพ.พร้าว มีคนในรถทั้งหมด 4 คน เป็นคนขับรถ และผู้ช่วยรถกู้ชีพ มีหญิงท้องแก่ และครอบครัวมาด้วย เดินทางจาก รพ.พร้าว เข้าไปรักษาต่อในตัวเมืองเชียงใหม่ ระหว่างทางได้มีฝนตกหนัก เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุมีรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีเทาดำ ซึ่งมีคนขับและผู้โดยสารมาทั้งหมด 6 คน ได้เสียหลักพุ่งชนอย่างจัง เป็นเหตุให้หญิงท้องแก่ใกล้คลอด พร้อมกับลูกในท้องได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะไปเสียชีวิตที่ รพ.สันทราย ส่วนรถคู่กรณีมีผู้เสียชีวิต 3 คน รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมด 5 คน ที่เหลือเป็นครอบครัวหญิงท้องแก่ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ และผู้โดยสารในรถคู่กรณีอีก 6 คน ได้รับบาดเจ็บ ทั้งอาการสาหัส และปานกลาง

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้ ต้องรอให้อาการของผู้บาดเจ็บดีขึ้นก่อน จึงจะสอบสวนหาสาเหตุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

>> รถพ่วง, รถจักรยานยนต์ และรถแบ็คโฮ ชนกัน มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

18.20 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยสว่างรัตนฯ สระบุรี มีอุบัติเหตุ รถพ่วง, รถจักรยานยนต์, รถแม็คโคร เฉี่ยวชนกัน และมีผู้บาดเจ็บ บนถนน รพช.สระบุรี 3057 บริเวณก่อนถึงวัดหนองหว้า ในพื้นที่ ต.เขาดินพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกูปปี้ สีชมพู-ดำ สภาพพังเสียหายอยู่กลางถนน ห่างออกไป พบรถพ่วง พลิกตะแคงอยู่ข้างทาง สภาพท้ายพ่วงจมอยู่ในบ่อน้ำ และใกล้กับพบรถแบ็คโฮ สีเหลือง ล้มตะแคงข้าง ตรวจสอบภายในพบร่างของผู้เสียชีวิต ชาย 1 รายเป็นคนขับแบ็คโฮ ทางเจ้าหน้าที่ ต้องประสานรถเครขนาดใหญ่ยกรถเเบ็คโฮขึ้น เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา ส่วนในที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย เป็นชาย ขับรถพ่วง และหญิง ขับขี่รถ จยย. อาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ

>> หญิงวัย 50 อดีตกรรมการนิติ กระโดดคอนโดย่านทองหล่อดับ

19.15 น. สน.ทองหล่อ รับแจ้งมีผู้ตกจากที่สูงเสียชีวิต ภายในคอนโดแห่งหนึ่ง ถนนเอกมัย แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.

ที่เกิดเหตุเป็นคอนโดสูง 23 ชั้น บริเวณทางขึ้นลานจอดรถหน้าคอนโด พบร่าง ผู้หญิงไทย อายุ 50 ปี เสียชีวิตในสภาพนอนหงายแขนและขาผิดรูป ศีรษะแตก ตรวจสอบในตัวไม่พบเอกสารใดๆ

สอบสวนทราบว่า ผู้เสียชีวิตพักอยู่ที่ชั้น 7 คอนโดดังกล่าวคนเดียว ก่อนหน้านี้เคยเป็นกรรมการนิติบุคคลของอาคารที่เกิดเหตุ แต่ลาออก เพราะป่วย ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในอาคารพบว่าผู้เสียชีวิตกระโดดลงมาเอง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งญาติให้ทราบเพื่อมาสอบสวนหาสาเหตุต่อไป

>> รถกระบะ ชนกับรถจักรยานยนต์กลางถนนสายชัยนาท - สิงห์บุรี หญิงสูงวัยเสียชีวิต

22.17 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู สรรพยา มีอุบัติเหตุ รถกระบะ ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้ได้รับบาดสาหัส บนถนนสายชัยนาท - สิงห์บุรีสายเก่า บริเวณมใกล้เคียงทางเข้าวัดสามนิ้ว หมู่ 4 ต.โพนางดำตก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีดำ จอดอยู่เลนซ้ายของถนน ในสภาพหน้ารถฝั่งซ้ายมีร่องรอยการชนพังเสียหาย ห่างออกไปพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีฟ้า สภาพรถพังเสียหายเกือบทั้งคัน ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นหญิงไทย อายุ 68 ปี ภูมิลำเนาชาวสรรพยา ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สรรพยา

>> ไฟไหม้โกดังเก็บรองเท้าหนังนำเข้า ย่านบางบอน เสียหายวอดทั้งโรง

23.00 น. สน.บางบอน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงงานรองเท้า ภายในซอยบางบอน 3 ซอย 6/3 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพ

ที่เกิดเหตุลึกเข้าไปในซอยประมาณ 50 เมตรลักษณะเป็นโกดังขนาดใหญ่ของบริษัทแห่งหนึ่ง มีเนื้อที่ประมาณ 1.5 ไร่ ปลูกในรั้วรอบขอบชิด เป็นโกดังเก็บรองเท้าหนังนำเข้าประเทศจีน ประเภทแฟชั่น จำหน่ายส่งออกตามสำเพ็ง และร้านค้าต่าง ๆ พบแสงเพลิงและกลุ่มควันพวยพุ่งออกจาก ด้านในโกดังจำนวนมาก พนักงานด้านในต่างช่วยกันลำเลียงสินค้าออกจากตัวโกดังมาไว้ด้านนอก อย่างโกลาหล

ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลามบ้านใกล้เคียง และตัวอาคารเริ่มเอนเอียงเนื่องจากถูกแสงเพลิงเผาไหม้ โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้นพบว่าเสียหายทั้งโกดัง นอกจากนี้มีรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่ด้านประตูโรงงาน ซึ่งเป็นของเจ้าของโรงงานถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งคัน และสินค้าซึ่งเป็นรองเท้าเสียหายบางส่วน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

>> รถนั่งส่วนบุคคล ชนกับรถอเนกประสงค์เข้ากลางลำ มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

02.00 น. รับแจ้งจาก ศูนย์รวมใจอุทัย ว่ามีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคล ชนกับรถอเนกประสงค์ และมีผู้บาดเจ็บหลายราย บนถนนโรจนะ มาจากฝั่งแยกอุตสาหกรรมโรจนะ มุ่งหน้าเข้าเมืองพระนครศรีอยุธยา ช่วงทางกลับรถ ก่อนถึงต่างระดับอยุธยา 1 กม. ในพื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล นิสสัน เทียร์น่า สีเทา ป้ายทะเบียน กรุงเทพฯ ชนกับรถอเนกประสงค์ ฟอร์ด สีเทา ป้ายทะเบียน กรุงเทพฯ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นชายไทย อายุประมาณ 46 ปี คนขับรถเก๋ง และมีผู้บาดเจ็บหญิง 3 ราย นำส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุทัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...