โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ชีวิตในไทยไม่ตอบโจทย์ หนุ่มลาออกจากงาน เริ่มต้นจากเด็กล้างจาน สู่เจ้าของร้านอาหาร 2 แห่งในออสเตรเลีย

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 22 ก.พ. เวลา 14.40 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. เวลา 14.40 น.

ชีวิตในไทยไม่ตอบโจทย์ หนุ่มลาออกจากงาน เริ่มต้นจากเด็กล้างจาน สู่เจ้าของร้านอาหาร 2 แห่งในออสเตรเลีย

ปัจจุบันนี้ ร้านอาหารไทยในต่างประเทศมีจำนวนเยอะมาก เพราะอาหารไทยค่อนข้างได้รับความนิยมชมชอบจากชาวต่างชาติมากขึ้น ทั้งในเรื่องเมนูที่โดนใจ และรสชาติที่ถูกปาก

อย่างวันนี้ที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์กับเจ้าของร้านอาหารไทยในประเทศออสเตรเลีย อย่าง คุณแชมป์-สัญชัย ตราชู เจ้าของร้าน MANA Thai Bistro ถึงเรื่องราวชีวิตของตน กว่าจะก้าวมาสู่เจ้าของร้านอาหารในต่างประเทศได้ต้องทำอย่างไรบ้าง และวิธีการเอาตัวรอดจากคู่แข่งต่างๆ คุณแชมป์มีกลยุทธ์อะไรให้สู้กับคู่แข่งได้

ชีวิตในเมืองไทย กับงานประจำที่เหมือนจะตอบโจทย์

ตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก็เริ่มทำงานอีเวนต์ออแกไนเซอร์ ณ บริษัทแห่งหนึ่ง ในตำแหน่ง Co-producer แต่ก็เป็นงานที่ทำได้เพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น จึงตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศทันที เหตุผลก็เพราะว่าอะไรหลายๆ อย่างไม่ตอบโจทย์ความเป็นอยู่ เช่นเรื่องค่าแรง ที่มองว่าค่อนข้างน้อยมาก เงินเดือนที่ได้ไม่ถึง 15,000 บาท

ด้วยค่าแรงที่ได้ในตอนนั้น ประจวบกับเนื้องานที่ต้องทำ เพราะงานอีเวนต์เหมือนต้องทำ 7 วัน เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีวันหยุด

“ผมรู้สึกว่า งานอีเวนต์เหมือนต้องทำ 7 วัน เวลาอีเวนต์เสาร์ อาทิตย์ เราก็ต้องทำ แต่เราไม่ได้ OT นะ ผมเลยมีความรู้สึกว่ามันไม่ใช่ แล้วบางทีมันเป็นพนักงานตอกบัตรก็จริง แต่เลิกงาน 6 โมงแล้วเราไม่ได้เลิก เราก็ต้องทำต่อยาวไปบางทีตี 2 ตี 3 เลย 9 โมงก็มาเข้างานต่อ ผมเลยรู้สึกว่าจะเอาอย่างไรดี” คุณแชมป์ เล่า

จังหวะที่กำลังคิดทบทวนกับตัวเองอยู่ แฟนของเขาก็มีแพลนที่กำลังจะไปออสเตรเลียพอดี จึงชวนกันไปที่ซิดนีย์ดู แต่ในตอนนั้นคุณแชมป์เองก็คิดแค่ว่าจะมาเที่ยวเล่นๆ 6 เดือน

แต่เมื่อมาถึงก็คิดอยากจะหางานทำ โดยให้เวลาตัวเอง 1-2 ปี เก็บเกี่ยวประสบการณ์ อยากรู้ว่าต่างประเทศมันเป็นอย่างไร พอมาถึงก็เริ่มทำเลย ตั้งใจเก็บเงิน ทำๆ ไป เริ่มรู้สึกว่าชอบ เพราะค่าตอบแทนดีและเหมาะกับความเป็นอยู่ทั้งหมด จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลาเกือบ 17 ปีแล้วที่เขาได้ไปใช้ชีวิตในออสเตรเลีย

ชีวิตที่เหมือนจะง่าย แต่ต้องแลกมาด้วยความพยายาม

หลังจากที่เขาตัดสินใจมาทำงานที่ออสเตรเลีย ก็เริ่มต้นจากเป็นเด็กล้างจาน จากที่ล้างจานมาเรื่อยๆ ก็มีเชฟประจำร้านอาหารที่มองเห็นแววว่าดูพอที่จะทำอาหารได้ เลยให้ลองมาทำอาหาร

“เชฟบอกว่า มึงขึ้นมาเถอะ มึงขึ้นมาทำอาหารเถอะ” คุณแชมป์ เล่า

เมื่อตอนเป็นเด็กล้างจานในร้านอาหารแห่งหนึ่ง พอล้างจานเสร็จเขามักจะชอบไปเดินดูเชฟทำอาหาร แต่ตอนนั้นเป็นอาหารฝรั่ง แต่พอขึ้นมาเป็นเชฟก็มีความรู้สึกว่าสนุกดีในการทำอาหาร ซึ่งตอนอยู่ที่ไทย ทำอาหารไม่เป็นเลย พอเริ่มเรียนรู้ ก็ทำให้เราสนุกมากขึ้น

เพื่อนที่เป็นเชฟก็ชวนมาเปิดร้านอาหารด้วยกัน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ อาจจะเป็นเพราะด้วยประสบการณ์ที่ยังไม่ค่อยมีมากเท่าไหร่นัก

จากนั้นก็เลิกทำอาหารแล้วผันตัวมาเป็นอูเบอร์ส่งอาหาร แล้วก็เปิดร้านอีกสักรอบ แต่ก็มาเจอกับโควิด ร้านอาหารจำเป็นต้องปิดและกลับมาขับอูเบอร์ส่งอาหารอีกครั้ง หลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลาย ร้านอาหารกลับมาเปิดได้ตามปกติ เพื่อนก็เริ่มชวนมาเปิดร้านอาหารอีกสักครั้ง

“ตอนแรกผมเบื่อแล้ว เพราะเปิดมา 2 ครั้งแล้วก็ปิดไป ก็เลยว่าถ้าจะเปิดร้าน เราหาที่มันไม่ต้องลงทุนเยอะ หาพวกค่าที่ถูกๆ เข้าไปมีเครื่องครัวให้เลย ผมก็เลยได้ Bistro ในผับ เพราะเข้ามาแล้วเครื่องครัวพร้อม ค่าที่ไม่แรงมาก” คุณแชมป์ เล่า

ก็เลยไปได้ที่ที่เคยเปิดก่อนโควิด ไปถามเขา เขาหาคนพอดีก็เลยได้เข้าไปทำตรงนั้น พอได้ทำก็โชคดีที่ว่าฝั่งตรงข้ามกำลังทำ Fish Market เป็นตลาดปลาที่ใหม่ของซิดนีย์ จึงมีกลุ่มลูกค้าเยอะ หลังจากนั้นก็เปิดมา รายได้ก็ถือว่าโอเคในระดับหนึ่งเลยทีเดียว จากนั้นก็คิดต่อยอดเปิดสาขา 2 ที่เข้ามาในเมืองมากขึ้น จึงมาเปิดใกล้ๆ Thaitown ผลประกอบการก็ค่อนข้างดีในระดับหนึ่งเช่นกัน

คุณแชมป์ เผยว่า รายได้แต่ละร้านอยู่ประมาน 6-7 แสนบาท 2 ร้านรวมกันก็ประมาณล้านนิดๆ ซึ่งถือว่ายังคงเป็นรายได้ที่ไม่ได้มากเท่าไหร่นัก เขาจะต้องพยายามพัฒนาร้านอาหารให้สร้างยอดขายที่เพิ่มมากขึ้น

แหล่งที่มาของวัตถุดิบ

อีกข้อที่หลายๆ คนกังวลใจ คือถ้าหากไปเปิดร้านอาหารในออสเตรเลีย แหล่งวัตถุดิบต่างๆ จะหาได้จากที่ไหน และยากง่ายเพียงใด คุณแชมป์ บอกกับเราว่า

“ถ้าพูดถึงซิดนีย์หาวัตถุดิบไม่ยากเลย เพราะเรามี Supplier ที่เขาเอาของทั้งหมดมาจากไทยเกือบทุกอย่าง และมีหลายเจ้ามาก เราก็สามารถเลือกราคาได้ว่าเจ้าไหนเราจะใช้ถูกใช้แพง และรสชาติทั้งหมดจะเหมือนที่ไทยเลย เพราะเครื่องปรุงทั้งหมดส่วนมากจะมาจากไทย”

นอกจากแหล่งวัตถุดิบแล้ว ต้นทุนการผลิตและค่าบริหาร เขาบอกว่ามีราคาค่อนข้างสูง โดยเฉพาะค่าพนักงาน ด้วยความที่รายได้ขั้นต่ำของซิดนีย์จะขึ้นอยู่เรื่อยๆ ค่าวัตถุดิบก็จะสูงขึ้นตาม ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มค่าอาหารขึ้นเล็กน้อยเพื่อความอยู่รอด

สำหรับพนักงานในร้าน คุณแชมป์จะรับเฉพาะคนไทย เพราะว่าในการบริหารจะง่ายมาก และที่สำคัญ เด็กไทยที่นี่ก็จะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องรับพนักงานต่างชาติเลย

กลุ่มลูกค้าและเมนูเด็ดประจำร้าน

คุณแชมป์ เผยว่า กลุ่มลูกค้าส่วนมากจะเป็นชาวต่างชาติเสียมากกว่า ทั้ง 2 สาขา ซึ่งเมนูเด็ดของแต่ละสาขาก็จะมีความแตกต่างกันออกไป อย่างสาขาแรกที่จะอยู่ออกนอกเมืองไปเล็กน้อย เมนูเด็ดต้องยกให้กับกะเพราและผัดซีอิ๊ว ส่วนสาขาที่ 2 จะเป็นสเต๊กมากกว่าเพราะอยู่ในผับ

ในการเลือกประเทศที่จะเปิดร้านอาหาร คุณแชมป์ เล่าให้ฟังว่า ออสเตรเลียค่อนข้างได้เปรียบในเรื่องของวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งเป็นผลดีที่ทำให้ร้านอาหารแต่ละชาติได้รับความนิยม แต่ถึงอย่างไรแต่ละร้านก็จะต้องมีจุดแข็งของตนเองเพื่อความอยู่รอด

“รสชาติต้องได้ พยายามให้เป็นไทยมากที่สุด เราอยากเสนอรสชาติไทยว่าถ้าคุณมากินที่นี่เหมือนมากินที่เมืองไทยเลย อันดับ 2 มาร์เก็ตติ้ง การโฆษณา ซึ่งตอนนี้เรากำลังทำให้คนรู้ พอคนมันยิ่งรู้ ก็จะเริ่มอยากมาลอง” เขากล่าว

สุดท้ายนี้ เราได้ถามคุณแชมป์ถึงความคิดที่ว่าอยากจะกลับมาเปิดร้านอาหารที่ประเทศไทยบ้างหรือไม่ ทางด้านคุณแชมป์ก็ตอบมาอย่างมั่นใจเลยว่า

“ตัวผมเองไม่มีความคิดที่จะกลับไปเปิดร้านอาหารที่ไทย ผมมีความรู้สึกว่าเศรษฐกิจที่ไทยมันยังไม่ได้ดีที่เราจะกลับไปเปิดร้านอาหารแล้วมันจะสร้างเงินได้”

เขากล่าวเสริมต่ออีกว่า

“ผมมีความรู้สึกว่า อาหารไทยที่ไทย มันมีเยอะแล้ว แต่ถ้าเปิดร้านอาหารไทยที่ต่างประเทศมันยังมีตัวเลือกให้ลูกค้าได้เลือกมากกว่า”

หากใครสนใจอยากไปติดตามความเคลื่อนไหวของร้านนี้ สามารถเข้าไปดูหน้าเพจได้ที่ MANA Thai Bistro

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชีวิตในไทยไม่ตอบโจทย์ หนุ่มลาออกจากงาน เริ่มต้นจากเด็กล้างจาน สู่เจ้าของร้านอาหาร 2 แห่งในออสเตรเลีย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.khaosod.co.th/sentangsedtee

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...