โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เสียงแตก! ผู้ปกครองงงหนัก ทำสติกเกอร์รูป ชื่อ-นามสกุล ลูกติดไว้ของส่วนตัว แต่ครูกลับเอาปากกาไปเขียนอีกรอบ

สยามนิวส์

อัพเดต 10 พ.ค. 2567 เวลา 04.33 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2567 เวลา 04.26 น. • สยามนิวส์
เสียงแตก! ผู้ปกครองงงหนัก ทำสติกเกอร์รูป ชื่อ-นามสกุล ลูกติดไว้ของส่วนตัวลูก แต่ครูกลับเอาปากกาไปเขียนทับอีกรอบ

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2567 เกิดกระแสวิพากย์วิจารณ์ต่าง ๆ นานาในโลกโซเชียลมีเดีย หลังจากมีผู้ใช้งาน X (Twitter) @RedSkullxxx ได้มีการโพสต์ภาพพร้อมเรื่องราวของผู้ปกครองท่านหนึ่ง หลังครูใช้ปากกาเขียนทับของส่วนตัวลูก ทั้งที่ผู้ปกครองทำสติกเกอร์รูป ชื่อ-นามสกุล ลูกติดไว้แล้ว

พร้อมทั้งระบุข้อความว่า ผู้ปกครองทำสติกเกอร์เป็นรูปของน้อง พร้อมชื่อเล่น ชื่อจริง-นามสกุล ติดไว้ที่ของส่วนตัวของน้องหมดแล้ว ครูจะเอาปากไปเขียนอีกทำเพื่ออะไร รบกวนฝากเป็นกระบอกเสียงเรื่องนี้ให้หน่อยนะคะเรด ผู้ปกครองแก้ปัญหาไปแล้วแต่คุณครูก็ยังเขียนกลับมาอีก งงใจ

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เรื่องดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปแล้ว ก็ได้มีชาวโซเชียลเข้ามาคอมเม้นต์จำนวนมาก เช่น สรุปคือครูเอาสะดวกตัวเอง ไม่สนใจความสะดวกของผู้ปกครองและเด็ก เอาจริงทางบ้านเขาทำมาดีละ ดูน่ารักเหมาะสมกับวัย ครูแม่มก็ดันเอาหมึกไปเขียนทับซะเละอีก , เข้าใจว่าน่าจะช่วงอนุบาลครับ ฝึกเด็กให้รู้จักของตัวเอง ลดความวุ่นวายการใส่ผิด นึกสภาพเด็ก 40 คน ถอดรองเท้าหน้าห้อง แล้วต้องกลับมาใส่พร้อมๆ กัน , เข้าใจว่าหวังดีแหละ แต่คิดถึงหัวอกเจ้าของด้วยนะคะครู

บางส่วนก็บอกว่า แม่ดูแลลูกแค่คนเดียวหรือ 2 คน ส่วนครูดูแลเด็กกี่คน จะให้ต้องมานั่งจำสติกเกอร์อีก เขียนชื่อไว้ง่ายกว่า , แล้วถ้าสติ๊กเกอร์ลอกหรือหลุดจะทำไงเด็กๆ คงจำของตัวเองไม่ได้ เพราะเหมือนกันเกือบทั้งหมด ถ้าจะวุ่นวายขนาดนี้เปิดเนอสเซอรี่สอนเองดีกว่าไหม ใจเขาใจเรา มองโลกกว้าง ๆ หน่อย ครูไม่ได้มาจำของทุกชิ้นทุกอย่างทั้งหมดเพราะเด็กไม่ใช่ 2 - 3 คน แต่มัน 20 - 30 ขึ้นไป เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...