โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

รู้จัก Hug Organic ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากข้าว ออร์แกนิกแท้เพื่อคนรักสุขภาพ

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 15.48 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 15.46 น.

“จุดเริ่มต้นเกิดจากการที่เราอยากต่อยอดให้กับวัตถุดิบออร์แกนิกของไทย และเราเห็นถึงความสำคัญของวัตถุดิบของไทย” คุณภมรรัตน์ พรรณรัตนพงศ์

เทคโนโลยีชาวบ้านขอนำเสนอแบรนด์ที่ผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม “Hug Organic” ที่นำของดีในประเทศไทยมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สบู่เหลวและแชมพูจากข้าวหอมมะลิสุรินทร์ (GI) และโลชั่นบำรุงผิวจากข้าวหอมนิลออร์แกนิก

เน้นสูตรอ่อนโยนจากส่วนผสมธรรมชาติ 95-100% ปราศจากสารเคมีอันตราย แบรนด์ไทยที่ไม่เล็กไม่ใหญ่แต่แกร่งในแนวคิดเพื่อโลกสร้างจุดบริการรีฟิลเพื่อลดขยะจากของใช้ในชีวิตประจำวัน

จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Hug Organic

เกิดจากการที่เจ้าของแบรนด์อย่าง คุณภมรรัตน์ พรรณรัตนพงศ์ หรือผึ้งผู้สร้างผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องสุขภาพ ต้องเล่าว่าจุดเริ่มต้นมันเกิดจากที่คุณผึ้งเรียนจบมาจากสาขาวิทยาศาสตร์ทางอาหาร ทำให้เห็นความสำคัญของวัตถุดิบของไทย และเธออยากนำมาแปรรูปต่อยอดให้กับวัตถุดิบออร์แกนิกของไทย

นอกจากความชอบและความสนใจในเรื่องวัตถุดิบแล้ว อีกเหตุผลที่คุณผึ้งอยากสร้างแบรนด์ที่เป็นมิตรต่อคนใช้และสิ่งแวดล้อม มาจากสุขภาพผู้สูงอายุที่บ้านป่วยทำให้ช่วงเวลาตอนนั้นคุณผึ้งต้องลาออกจากงานมาดูแลผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน ระหว่างที่คุณผึ้งดูแลคนป่วยทำให้เกิดการตกตะกอนความคิดเรื่องของสุขภาพขึ้นมา

“เออ จะทำยังไงให้เราดูแลสุขภาพได้” เธอจึงสังเกตของที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน และคิดขึ้นมาว่าจะทำยังไงให้เราหลีกเลี่ยงสารเคมีให้ได้มากที่สุด จะพัฒนาให้มันมีความอ่อนโยนมากกว่านี้ได้ยังไง จะทำยังไงให้ทำของที่เราใช้ในชีวิตประจำวันที่ดีต่อสุขภาพ และก็แพ็กเกจจิ้งกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ทำไมถึงต้องมี “ข้าว” อยู่ในผลิตภัณฑ์แปรรูปของแบรนด์

“ในเรื่อง ข้าวผึ้งจบวิทยาศาสตร์อาหารมา เราเองทำโปรเจ็กต์เกี่ยวกับข้าว ทำให้สนใจในเรื่องของสรรพคุณ และความสำคัญของข้าวในประเทศไทย เลยนำตัวข้าวมาต่อยอดในผลิตภัณฑ์ ซึ่งตัวสินค้าก็จะใช้ตัวความหอมมะลิสุรินทร์ออร์แกนิก ซึ่งเป็นข้าว GI ของไทยค่ะ และจะมีข้าวหอมนิลออร์แกนิก”

เมื่อถามถึงวัตถุดิบที่คุณผึ้งนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ แน่นอนว่าตัวแรกที่เธอหยิบมาคงหนีไม่พ้นตัว “ข้าว” ของไทย ซึ่งมันสืบเนื่องมาจากการที่เธอได้มีการทำวิจัยในเรื่องนี้ คำตอบที่ได้จากการทำวิจัยทำให้พบว่า ข้าวมีคุณสมบัติที่มาช่วยในเรื่องของบำรุงผิวได้ บำรุงเส้นผมได้ และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง รวมถึงมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว

ในตอนนั้นถ้านึกถึงวัตถุดิบของไทยคุณผึ้งก็จะนึกถึงข้าวเป็นตัวแรก เหมือนกับเรากินข้าวทุกวัน ถ้าเราทำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมันก็เหมือนกับการให้สารอาหารบำรุงผิวในทุกๆ วัน เหมือนกับที่เรากินข้าวนั่นเอง

นอกจากข้าวแล้วคุณผึ้งยังมีการใช้ตะไคร้ออร์แกนิก และส้มโอ มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสนับสนุนวัตถุดิบชุมชนของไทยอีกด้วย

เหตุผลที่หยิบ “ข้าวหอมมะลิ” และ “ข้าวหอมนิล” มาเป็นส่วนผสมในการดูแลผิว

เพราะซิกเนเจอร์ของไทยคือ “ข้าวหอมมะลิ” บวกกับเอกลักษณ์ของกลิ่นข้าวหอมมะลิที่หอมโดดเด่น มีสารอาหาร และคุณสมบัติที่เหมาะที่จะเอามาใช้ในสินค้า ส่วนตัวของข้าวหอมนิลเองก็เป็นข้าวที่มีสี ซึ่งมีคุณสมบัติและสารสำคัญที่ช่วยบำรุงผิว บำรุงเส้นผม มากกว่าตัวข้าวขาว (ข้าวหอมมะลิ) คุณผึ้งจึงใช้ข้าวทั้งสองตัวนี้ในการทำผลิตภัณฑ์ โดยการดึงจุดเด่นของข้าวแต่ละสายพันธุ์ออกมา

วัตถุดิบจากเกษตรกรไทยสามารถนำมาแปรรูปได้มากกว่าที่คิด

“จริงๆ อยากจะสนับสนุน และอยากเชิญชวนผู้ประกอบการให้ใช้วัตถุดิบชุมชนของไทยค่ะ เพราะเหมือนกับมันได้ช่วยกันตั้งแต่ต้นน้ำ ต้นทางเลย คนที่เขาตั้งใจปลูกแบบออร์แกนิก ก็จะได้มีกำลังใจด้วยที่เขาได้เห็นตัววัตถุดิบของเขามาต่อยอดเพิ่มมูลค่ามาเป็นสินค้าอย่างนี้ค่ะ”

อีกหนึ่งหัวข้อที่ได้พูดคุยกับทางคุณผึ้งคือเรื่องราวของ “วัตถุดิบจากเกษตรกร” ที่หลายๆ แบรนด์ไทยได้มีการรับซื้อต่อพวกตัววัตถุดิบมาจากในตลาดของกลุ่มเกษตรกร คุณผึ้งได้ยกตัวอย่างแบรนด์ Hug ที่นอกจากทำข้าวแล้วยังมีเรื่องของ “ตะไคร้” กับ “ส้มโอ” ที่แบรนด์นำมาแปรรูป

ซึ่งคนไทยอาจจะรู้สึกว่ามันเป็นพืชสมุนไพรทั่วไป ดูไม่ค่อยมีราคาเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่กับลูกค้าต่างชาติ เพราะลูกค้ากลุ่มนี้เขาจะรู้สึกว่ามันแปลกใหม่สำหรับพวกเขา และชื่นชอบกลิ่นของตัวตะไคร้

อย่างตัว “ส้มโอ” ทางแบรนด์ได้มีโอกาสทำโปรเจ็กต์ร่วมกับทางโรงแรมที่สามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นโรคแรมที่มีคอนเซ็ปต์อีโค่เหมือนกัน คุณผึ้งกับทีมได้เข้าไปดึงจุดเด่นอย่างเปลือกของส้มโอมาสกัด แล้วนำมาทำเป็นสินค้า ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมากๆ ลูกค้าที่เข้ามาพักที่โรงแรมก็ชื่นชอบ กลายเป็นวัตถุดิบที่เราเคยเห็นจนเคยชิน แต่ยังไม่เคยมีใครนำมาต่อยอดพัฒนาจนกลายเป็นสินค้า แต่เมื่อนำมาพัฒนาแล้วทำให้รู้ว่ามันสามารถนำมาเป็นประโยชน์ได้ มันก็มีมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วย

ในอนาคตทางแบรนด์อยากพัฒนาหรือทำผลิตภัณฑ์ไหนขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

แบรนด์ Hug วางแผนอยากพัฒนาตัววัตถุดิบ เพราะจุดยืนของแบรนด์ Hug คืออยากสนับสนุนวัตถุดิบของไทยจะเห็นว่าสินค้าใหม่ๆ หลังจากที่พัฒนาทางแบรนด์จะพยายามให้มันเป็นส่วนผสมของธรรมชาติ 100% และก็พยายามจะใช้วัตถุดิบออร์แกนิกของไทย

เช่น “ผลิตภัณฑ์กันยุง” เราก็ทำเป็นส่วนผสมธรรมชาติ 100% เลย และใช้สมุนไพรจากทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ตะไคร้ภูเขา/เสม็ดขาว ซึ่งเป็นสมุนไพรที่อยู่ทางแถบทะเล และแถบภูเขา นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังนำไปวิจัยต่อ พร้อมทดสอบว่ามันสามารถกันยุงได้จริง 2 ชั่วโมง เป็นต้น

หากสนใจสามารถติดต่อสอบถาม และสั่งซื้อสินค้าของแบรนด์ Hug Organic ได้ที่

ติดต่อได้ที่ช่องทางเว็บไซต์ www. Hug Organic.com หรือถ้าใครอยากมาลองสินค้าที่หน้าร้านหลักจะมีที่ siam discovery, iconsiam, the commons ทองหล่อ (อันนี้จะมีสินค้าค่อนข้างครบทั้งสินค้าที่สามารถรีฟิลได้) และที่ร้านสุขภาพเลม่อนฟาร์มด้วยค่ะ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก Hug Organic ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากข้าว ออร์แกนิกแท้เพื่อคนรักสุขภาพ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...