โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บิ๊กหลวง”เผยแลกข้อมูลเครือข่ายค้ายาข้ามชาติกับอินโดฯ พบผู้ร่วมขบวนการในไทยกว่า 100 คน เร่งพิสูจน์เส้นทางการเงิน “แป้ง นาโหนด

POLICE NEWS

เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2567 เวลา 06.59 น.

พลตำรวจโทภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยถึงการขยายผลเครือข่าย ค้ายาเสพติดของแป้ง นาโหนด ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดของอินโดนีเซียว่า ได้นำข้อมูลบุคคลในเครือข่ายที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับยาจากภาคเหนือ หรือ สปป.ลาว ส่งต่อไปยังภาคใต้ แล้วส่งต่อไปยังอินโดนีเซีย เพื่อให้ทางการอินโดนีเซียเชื่อมโยงข้อมูลกัน และขยายผลเครือข่ายยาเสพติดในอินโดนีเซียต่อไป

ส่วนการสืบสวนเครือข่ายในไทยนั้น ทางการไทยจะสืบสวนพยานหลักฐานอื่นๆ ทั้งการติดต่อสื่อสารที่เกี่ยวข้อง เส้นทางการเงินที่พบมีการโอนเงินซื้อขาย ค่าจ้างในการดำเนินการ ทรัพย์สินต่าง ๆ และพยานบุคคล ซึ่งหากพบพยานหลักฐานที่ชัดเจนและเชื่อมโยงไปถึงก็สามารถจับกุมฐานสมคบค้ายาเสพติดได้ ซึ่งขณะนี้มีเป้าหมายที่จะออกหมายจับแล้วกว่า 100 คน ส่วนใหญ่เป็นคนไทย

ส่วนนายชวลิตจะมีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติหรือไม่นั้น เชื่อว่า ในเชิงพฤตินัยมีความเกี่ยวข้อง แต่ยังต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน ทั้งเส้นทางการเงิน ซึ่งจะต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากบางส่วนมีการโอนเงินไปช่วยชาวบ้าน ต้องสอบพยานบุคคล พฤติการณ์ต่าง ๆ ให้มีความชัดเจนในทางนิตินัยก่อน เพราะเพิ่งได้ข้อมูลมาเมื่อ 2-3 วัน แต่ยืนยันว่าขณะนี้ได้เครือข่ายมาแล้ว อยู่ระหว่างการเชื่อมโยงข้อมูล

ส่วนบุคคลใกล้ชิดในเครือข่ายนายชวลิตนั้น ส่วนใหญ่เป็นคนไทยและเป็นคนใกล้ชิดกับนายชวลิต ซึ่งเนื่องจากนายชวลิตเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ขณะที่บุคคลอื่นๆที่ปรากฏในข่าวว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก่อนหน้านี้ เช่น ตำรวจหญิงที่ให้การช่วยเหลือนายชิตนั้นก็ถูกจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว ส่วนนายพล อ.อ่าง ก็คาดว่าเป็นผู้บังคับบัญชา แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นผู้มีอิทธิพลหรือไม่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน

นอกจากนี้ พลตำรวจโทภาณุรัตน์ยอมรับว่าการจับกลุ่มนายชวลิต เป็นความร่วมมือระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ซึ่งมีการพัฒนาความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อลดขั้นตอนกระบวนการต่างๆ เนื่องจากความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างไม่เป็นทางการนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดแต่ต้องดำเนินการภายใต้กฎหมาย

ส่วนการสืบสวนติดตามนายเฟรดดี้ เครือข่ายค้ายาเสพติด ของอินโดนีเซียนั้นพลตำรวจโทภาณุรัตน์กล่าวว่าตนเองไม่เคยเอ่ยถึงชื่อนายเฟรดดี้มาก่อน และหากให้ข้อมูลไปก่อนก็อาจส่งผลต่อการ ติดตามจับคนได้ แต่ยอมรับว่าทางอินโดนีเซียได้ส่งหมายจับและรายละเอียดให้ทางการขายช่วยติดตามจับกลุ่ม ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภูมิภาคในการแก้ไขปัญหายาเสพติด

ส่วนกรณีที่นายชวลิตได้ร้องขอความเป็นธรรม จากการที่ตนเองถูกดำเนินคดีฐานปล้นทรัพย์ แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกลับไม่ถูกดำเนินคดีด้วยนั้น ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้มอบหมายให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นหัวหน้าคณะทำงาน เพื่อดำเนินการสอบสวนและให้ความเป็นธรรมกับนายชวลิต ย้ำว่าหากพบพยานหลักฐานใหม่ตามกฎหมาย ไม่ใช่ข้อเท็จจริงใหม่ก็สามารถดำเนินคดีได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...