โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบ ‘3 บัญชีม้า’ ลวงตาวัย 81 ปี โอนเงิน 22 ล้าน

The Bangkok Insight

อัพเดต 25 มิ.ย. 2567 เวลา 14.34 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2567 เวลา 14.33 น. • The Bangkok Insight

ตร.ไซเบอร์ รวบ 3 บัญชีม้า เครือข่ายแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ลวง ตาวัย 81 ปี โอนเงิน แถมจำนองบ้านหมดตัวกว่า 22 ล้าน

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2567 ตาวัย 81 ปี อดีตหัวหน้างานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ตกเป็นเหยื่อถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกโอนเงิน 19 ล้าน บาท จำนองบ้านอีก 3 ล้าน หมดเงิน 22 ล้าน สูญทั้งเงินเสียทั้งบ้าน จนอยากปลิดชีวิตตัวเอง ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท.

คดีนี้ ผู้เสียหายได้ถูกมิจฉาชีพแต่งกายปลอมเป็นตำรวจ วิดิโอคอลมาหลอกว่า บัญชีธนาคารของผู้เสียหายพัวพันกับการทุจริตในหน่วยงานราชการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีผู้ร่วมทุจริตเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่-ผู้น้อยกว่า 100 คน โดยอ้างว่ามีการนำเงินจากการทุจริต มาฝากผ่านบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย โดยมิจฉาชีพอ้างว่า เงินที่อยู่ในบัญชีของผู้เสียหายต้องตกเป็นของกลางในคดีอาญา แต่หากต้องไปสอบสวนที่โรงพักจะลำบาก จึงแนะนำให้ผู้เสียหายทำตามขั้นตอน โดยติดต่อกันผ่านทางแอพ Line

จากนั้น มิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นตำรวจ ได้ส่งรูปภาพที่อ้างว่าเป็นคำสั่งจากศาลอาญากรุงเทพใต้ ให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของผู้เสียหายทั้งหมด รวมทั้งส่งภาพที่อ้างว่าเป็นคำสั่งของ สำนักงาน ป.ป.ช. ให้ผู้เสียหายโอนเงิน หากผู้เสียหายไม่ทำตามขั้นตอนจะถูกดำเนินคดี หรือ อายัดทรัพย์ คุณปู่ เกิดความกลัว จึงหลงเชื่อโอนเงินให้มิจฉาชีพจำนวน 19 ล้านบาท

หลังจากนั้นมิจฉาชีพยังหลอกให้คุณปู่จำนองขายฝากบ้านอีก 3 ล้านบาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอีก 450,000 บาท โดยให้ผ่อนชำระดอกเบี้ยเดือนละ 37,000 บาท และให้คืนเงินต้น 3 ล้านบาทที่เอาบ้านไปจำนองขายฝากไว้ภายในระยะเวลา 1 ปี หลังได้เงินจากจำนองขายฝากบ้านอีก 3 ล้านบาท คุณปู่ก็ถูกหลอกได้โอนเงินให้แก่มิจฉาชีพไปอีก รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 22,095,000 บาท

นอกจากนี้ มิจฉาชีพยังแจ้งให้โอนเงินเป็นค่าค้ำประกันทรัพย์สินที่โอนไปให้มิจฉาชีพอีกจำนวน 2.2 ล้านบาท แต่คุณปู่ไม่มีเงินแล้ว จึงปรึกษาลูกชายที่อยู่ทำงานเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ในสิงคโปร์ จึงได้รู้ว่าพ่อน่าจะถูกมิจฉาชีพหลอก ลูกชายจึงรีบกลับประเทศไทยพาพ่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่ บช.สอท. ในเวลาต่อมา

พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 ดำเนินการสืบสวนกรณีดังกล่าว จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้แล้วหลายราย

ต่อมา ว่าที่ พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับ จนทราบว่า มีหนึ่งใน ‘เจ้าของบัญชีธนาคาร’ ที่ผู้เสียหายโอนเงินไป ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ จังหวัดหนองคาย จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและวางแผนเข้าจับกุม จนสามารถเข้าจับกุม นางอัจฉรา อายุ 54 ปี ชาวหนองคาย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ. 528/2567 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2567 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น,โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน,เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.2 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทีมข่าวได้ข้อมูลเพิ่มเติม จาก พ.ต.ต.สมพร บุตรวงศ์ สว.กก.วิเคราะห์ข่าว บก.สอท.3 กล่าวว่า เบื้องต้น ตอนนี้สามารถจับกุมตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีของคุณปู่วัย 81 ได้แล้ว 3 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่มีการออกหมายจับหลายราย แต่ 3 รายที่พบรวมถึงคนล่าสุดคือ นางอัจฉราอายุ 54 ปี ล้วนเป็น ‘บัญชีม้า’ ทั้งหมด

โดยรายล่าสุดคือนางอัจฉรา ยอมรับในชั้นจับกุมว่า มีคนรู้จักมาติดต่อขอซื้อบัญชี โดยให้ไปเปิดบัญชี 3 บัญชี 3 ธนาคาร ได้รับค่าจ้าง 16,000 บาท ตอนนั้นคนจ้างบอกว่า เปิดบัญชีเพื่อไปทำเกี่ยวกับธุรกิจทางออนไลน์ แต่พ.ต.ต.สมพร ยืนยันว่าคดีนี้ มีตัวการใหญ่กว่านี้อย่างแน่นอน จากการตรวจสอบดู ส่วนใหญ่อยู่ประเทศเพื่อนบ้าน

ส่วนเส้นทางการเงิน 22 ล้านบาทของคุณปู่นั้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเงินอยู่ที่ไหน อย่างไร ส่วนจะเปลี่ยนเป็นสกุลเงินต่างประเทศหรือยังนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบเช่นกัน

เมื่อถามว่าเคสของคุณตา วัย 81 ปี มีโอกาสได้เงินคืนหรือไม่ พ.ต.ต.สมพร บอกว่า ต้องดูก่อนว่าเงินไปถึงแล้วอย่างไร อยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...