โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่าพับเป็ด คืออะไร? ถอดรหัสฉากถวายตัว ในละคร ‘บุหลันมันตรา’

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 ก.ค. 2567 เวลา 07.08 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2567 เวลา 07.06 น. • The Bangkok Insight

ทำไมต้องท่าพับเป็ดคืออะไร? ถอดรหัสฉากถวายตัวในละครบุหลันมันตรา

ผ่านพ้นกันไปแล้วสำหรับฉากสำคัญ ใน อีพี 9 ของละคร บุหลันมันตรา ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ปใครที่อยากชมฉากนี้อีกรอบ สามารถไปรับชมย้อนหลังได้ที่ TrueIDซึ่งเป็นฉากที่พูดถึงด้านความสวยงาม เกร็ดประวัติศาสตร์สำคัญที่หาดูยาก โดยเป็นฉากที่ “ยีน เกวลิน ศีรวรรณา” ในบทยี่สุ่นต้องเข้าพิธีถวายตัวเป็น บาทบริจาริกาของวังหน้า หรือ เจ้าฟ้าสุทัศน์ ที่รับบทโดย โอ อนุชิต สพันธุ์พงษ์ แต่เบื้องหน้าฉากที่ออกไปสวยงามนั้น แท้จริงสิ่งเหล่านี้ล้วนมีที่มาที่ไป วันนี้เราจะมาถอดรหัสแบบหมดเปลือกกับฉากนี้ให้ทุกคนได้อ่านกัน

ท่าพับเป็ด คืออะไร? ถอดรหัสฉากถวายตัว ในละคร ‘บุหลันมันตรา’

สถานที่ถ่ายทำจากสถานที่จริง โดยฉากถวายตัวที่เห็นในละครบุหลันมันตรา ทีมงานได้ยกกองไปถ่ายทำในสถานที่จริงคือ พระราชวังจันทรเกษม หรือ วังหน้า ตั้งอยู่ ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพระราชวังที่ปรากฏหลักฐานตามพระราชพงศาวดารสันนิษฐานได้ว่า สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2120

ในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช เพื่อให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นอกจากนี้ยังเคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ และพระมหาอุปราชที่สำคัญถึง 8 พระองค์ หนึ่งในนั้นคือ สมเด็จพระเอกาทศรถ และ เจ้าฟ้าสุทัศน์ เป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญของเรื่องนั่นเอง

แล้วทำไมหญิงสาวที่จะต้องเข้าถวายตัวต่อกษัตริย์ ก่อนถวายตัวต้องทาตัวขาวคิ้วโก่ง ? การนำลูก และ หลานสาวทูลเกล้าถวายตัวให้เป็นบาทบริจาริกาของกษัตริย์ เพื่อพยุงฐานะทางเศรษฐกิจสังคม และการเมืองของสมาชิกในตระกูลตน จึงทำให้พระราชสำนัก คับคั่งไปด้วยสุภาพสตรี คอยผลัดเปลี่ยนปรนนิบัติรับใช้ไม่ขาด

แล้วทำไมหญิงสาวที่ต้องเข้าถวายตัวเป็นบาทบริจาริกา ของกษัตริย์ ต้อง ทาหน้าขาว คิ้วโก่ง ปากแดง ? นั่นก็เป็นเพราะ ตามความเชื่อของคนไทยสมัยโบราณมีความเชื่อว่า “พระมหากษัตริย์” เปรียบดั่งองค์สมมติเทพ ซึ่งก็คือพระนารายณ์ที่อวตารลงมาบนโลกมนุษย์ ดังนั้นผู้หญิงที่จะเข้าถวายตัวต่อพระมหากษัตริย์ จำเป็นจะต้องทาหน้าขาว เปรียบเสมือนนางฟ้า บนสรวงสวรรค์ตามลงมาคอยปรนนิบัติรับใช้

โดยตามความเชื่อนั้น นางฟ้าต้องมีรูปลักษณ์กายที่ขาว คิ้วโก่งดั่งคันศร มีผมสีดำขลับ ปากแดงดั่งสีชาด รวมถึงการตกแต่งใบหน้า เพื่อให้ได้มองเห็นโครงหน้าและรูปร่างได้ชัดเจน เพราะสมัยก่อนจะใช้การจุดเทียนไขให้แสงสว่างในยามค่ำคืน ไม่มีไฟฟ้าอย่างปัจจุบัน ดั่งฉากที่ได้เห็นในเรื่องที่ยี่สุ่น (ยีน เกวลิน) กำลังแต่งองค์ทรงเครื่องจัดเต็มในชุดถวายตัว ทาหน้าขาว เขียนคิ้วโค้งดังคันสร ริมฝีปากแดงด้วยสีชาดดังนางอัปสร ตามแบบต้นฉบับโบราณราชประเพณีที่กล่าวไว้ข้างต้น

และทำไมนอนท่าสบายไม่ได้ ต้องทำท่าพับเป็ด? ท่าพับเป็ดเป็นท่าถวายตัวที่ใช้ต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นท่าแรกที่ถูกกำหนดไว้ในกฎมณเฑียรบาลตั้งแต่สมัยอยุธยา และเป็นท่าแรกที่บังคับตามจารีตประเพณี โดยสาเหตุที่ต้องใช้ท่านี้เป็นเพราะ เพื่อไม่ให้เท้าของหญิงที่กษัตริย์กำลังทรงร่วมเพศ ไปสัมผัสพระวรกายของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งตามความเชื่อว่าเท้าเป็นของต่ำ ไม่สามารถถูกหรือสัมผัสพระเจ้าแผ่นดินที่ประหนึ่งเทพเจ้าอันสูงสุดได้ ฉะนั้นท่าพับ

เป็ดของผู้หญิงจึงกลายเป็นท่าแรกและท่าบังคับตามจารีตประเพณี ซึ่งการถวายตัวจะขึ้นไปนอนบนพระแท่นบรรทมไม่ได้ เพราะเนื่องจากผู้ที่เป็นกษัตริย์เท่านั้นที่สามารถบรรทมใต้นภปดลเศวตฉัตรซึ่งแขวนอยู่เหนือพระแท่นบรรทม ผู้อื่นมิสามารถอยู่ใต้ร่มของพระมหาเศวตฉัตร 9 ชั้นนั้นได้ เพราะฉะนั้นจึงจะมีพระแท่นรองเวลาถวายงาน

ซึ่งเท้าของผู้หญิงจะชี้ไปที่พระแท่นบรรทมก็ไม่ได้ จึงมีท่ากามสูตร ท่าพับเป็ดที่จะเก็บเท้าไม่ให้ชี้ นั่นเอง ผู้หญิงมีตระกูลที่จะถวายตัว ต้องฝึกท่าพับเป็ดกันตั้งแต่เด็ก โดยปัจจุบันท่าพับเป็ดนี้ยังถูกนำมาประยุกต์ใช้ให้เป็นหนึ่งในท่าโยคะเพื่อสุขภาพที่มีชื่อว่า Supine Hero Pose ที่จะช่วยยืดกล้ามเนื้อด้านหน้าต้นขาได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...