โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กับดักชีวิต ‘ไรเดอร์’ อาชีพอิสระที่เข้าแล้ว (ลา) ออกไม่ได้

TODAY

อัพเดต 24 พ.ย. 2565 เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2565 เวลา 02.30 น. • workpointTODAY

Gig Economy ที่เคยฟังดูเก๋ กลับกลายเป็นกับดักของแรงงานได้อย่างไร มาดูตัวอย่างของไทยและอินโดนีเซียที่มีอาชีพไรเดอร์เป็นเดิมพันกับอนาคตตลาดแรงงานที่กำลังถูกบิดเบือน

หากดูตามคำนิยามของ Gig Economy ตามแบบฉบับโลกตะวันตก ระบบเศรษฐกิจงานไม่ประจำนี้ ครอบคลุมการทำงานหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สัญญาจ้าง พาร์ทไทม์ ฟรีแลนซ์ ไปจนถึงว่าจ้างตามโครงการ ซึ่งล้วนมีลักษณะเหมือนกันอย่างหนึ่งคือ ทำงานให้เฉพาะช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เมื่อจบงานก็แยกย้ายกันไป

ในอดีต เสน่ห์ของการเป็นแรงงานใน Gig Economy คือการมีอิสระมากขึ้น สามารถหยุดหรือลดงานเพื่อเอาเวลาไปใช้ชีวิตได้ ในขณะเดียวกัน นายจ้างก็สามารถลดค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานประจำ หันมาจ้างงานแบบออนดีมานด์แทน

จากรายงานของ Mckinsey Global พบว่าในประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา มีแรงงานเหล่านี้มากกว่า 162 ล้านคน หรือกว่า 30% ของประชากรทั้งหมด

ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำเช่นนี้ Gig Economy กลายเป็นทางออกให้คนได้ทำหลายอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ไปพร้อมกัน งานเหล่านี้เกิดขึ้นจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้เกิดการสร้างรายได้ไหนเมื่อไหร่ก็ได้

สตาร์ทอัพอย่าง Uber และ Airbnb เป็นตัวอย่างแรกๆ ที่ทำให้คนกล้าก้าวเข้าสู่ Gig Economy อีกทั้งเป็นแหล่งงานชั่วคราวสำหรับผู้ที่กำลังเปลี่ยนงานหรือเรียนต่อ เพื่อรอวันกลับเข้าสู่งานในระบบอีกครั้ง

แต่ความหอมหวานของ Gig Economy กลายเป็นยาขมในช่วงเวลาไม่ถึง 10 ปีที่ผ่านมาในประเทศที่มีแรงงานทักษะต่ำ โดยเฉพาะกับธุรกิจเรียกรถและเดลิเวอรี่ บรรดาไรเดอร์คือผู้ที่กำลังติดกับดักอยู่กับงานไม่ประจำ แต่กลับต้องทำงานหนักกว่างานประจำและหาทางออกจากงานนี้ไม่ได้

ในประเทศอินโดนีเซีย ประเด็นนี้กำลังเป็นปัญหาใหญ่ระดับโครงสร้างแรงงานทั้งประเทศ ถึงขั้นทำให้อัตราการจ้างงานในระบบ (Formal Sector) ติดลบ 5% ในช่วงปี 2012-2019 ตั้งแต่การเข้ามาของแพลตฟอร์มเรียกรถที่แข่งขันกันอย่างรุนแรง ดึงดูดไรเดอร์ด้วยผลตอบแทนสูงเกินจริง หลายคน ‘ลาออก’ จากงานประจำเพื่อมาเป็นแรงงานนอกระบบรายได้งาม

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย LSE ที่ศึกษาตลาดนี้ในอินโดนีเซีย พบว่า มีคนเคยเป็นพนักงานประจำถึง 49% และมีเพียง 5% เท่านั้นที่เป็นคนขับรถรับจ้างอยู่แล้ว นอกจากนั้น ผู้ที่ตกงาน นักเรียนนักศึกษา ก็กระโดดเข้ามาทำอาชีพนี้

เมื่อช่วงฮันนีมูนจบลง การให้ผลตอบแทนเกินจริงหมดไป ตามมาด้วยการตั้งเงื่อนไขจำนวนมาก อาทิ ต้องวิ่งให้ได้จำนวนรอบตามกำหนด ห้ามปฏิเสธผู้โดยสาร มอบงานเพิ่มโดยวัดจากผลงานในอดีต

กลับกลายเป็นว่ามีไรเดอร์อินโดนีเซียที่ต้องทำเป็นงานประจำถึง 450,000 คน ด้วยชั่วโมงการทำงานกว่า 54 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือเกือบ 8 ชั่วโมงต่อวันแบบไม่มีวันหยุด

ตรงข้ามกับแนวคิด Gig Economy ที่ควรได้อิสระในชีวิตมากขึ้น อย่างในประเทศอังกฤษ มีเพียง 8% ของแรงงานไม่ประจำที่ทำงานเกิน 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ส่วนในประเทศไทย ‘อรรคณัฐ วันทนะสมบัติ’ นักวิชาการศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เคยทำวิจัยในหัวข้อ ไรเดอร์-ฮีโร่-โซ่ตรวน สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างไรเดอร์กับแพลตฟอร์มที่เป็นเพียงการรับคำสั่งเท่านั้น ไม่มีการตกลงราคากันเหมือนอาชีพฟรีแลนซ์ประเภทอื่น ไม่มีกลไกรัฐกำหนดราคามาตรฐาน และไม่มีแม้แต่สวัสดิการแรงงานหรือการรวมกลุ่มที่มีอำนาจการต่อรองเพียงพอ

การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ว่าจ้าง เป็นหลักประกันอย่างหนึ่งของคนทำงานใน Gig Economy ว่าจะได้รับงานอย่างสม่ำเสมอด้วยความเชื่อใจในความสามารถ

แต่ทว่าอาชีพไรเดอร์ ไม่มีโอกาสได้สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าแม้แต่น้อย เพียงยื่นของให้แล้วจบ จึงทำให้ความมั่นคงในอาชีพน้อยลงไปอีก

อย่างไรก็ตาม การก้าวออกจากอาชีพนี้มีต้นทุนสูงกว่าที่คิด เริ่มตั้งแต่การลงทุนส่วนตัวทั้งมอเตอร์ไซค์ และสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่

สตาร์ทอัพไทย Winnonie ผู้ให้บริการเช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารายเดือนเพื่อลดรายจ่ายของไรเดอร์ ระบุว่า ค่าผ่อนรถโดยทั่วไปของไรเดอร์สูงถึง 200-300 บาทต่อวัน และยังมีค่าบำรุงรักษาและค่าน้ำมันที่พุ่งแรง

ตัวเลขจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยตอกย้ำว่า ราคาน้ำมันเบนซินในไทยปรับตัวขึ้นมากกว่า 54% เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยของทั้งปี 2564 กลุ่มไรเดอร์ต้องแบกค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันสูงขึ้น 50-70 บาท/วัน เท่ากับต้องวิ่งให้ได้วันละไม่ต่ำกว่า 800 บาท จึงจะเพียงพอต่อการเลี้ยงครอบครัว

เหตุที่หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลุกขึ้นมาพูดถึงเรื่องนี้ เพราะอาชีพไรเดอร์มีความเปราะบางมากกว่าอาชีพฟรีแลนซ์ทั่วไป จากการทำงานบนท้องถนนที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และการเร่งทำยอดหรือทำงานเกินเวลา อาจเป็นอันตรายต่อคนใช้ท้องถนนโดยรวม

มีผลสำรวจในไทยจากจาก Rocket Media Lab สอบถามไรเดอร์จำนวน 1,136 คนทั่วประเทศ พบว่า สวัสดิการที่ไรเดอร์ต้องการมากที่สุด คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ

บทสรุปของงานวิจัยทั้งจากในไทยและอินโดนีเซียคือ ต้องมีการแทรกแซงจากรัฐ อาทิ เร่งปฏิรูปกฎหมายแรงงานเพื่อผลักดันให้เกิดการดูแลสวัสดิภาพของไรเดอร์ หรือสร้างสหภาพแรงงานไรเดอร์เพื่อให้มีอำนาจต่อรองกับแพลตฟอร์ม

ที่ผ่านมา แม้จะมีการลุกขึ้นประท้วงครั้งใหญ่ของไรเดอร์ แต่ยังคงมีไรเดอร์บางส่วนทำงานบนแอปพลิเคชั่นตามปกติ นั่นทำให้การเคลื่อนไหวไม่บรรลุผลตามที่หวัง

ในระยะยาว การสร้างงานในระบบให้มากขึ้น จะเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ให้กับไรเดอร์ที่ติดกับดัก จากช่วงแพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งคนสูญเสียงานในระบบ แพลตฟอร์มเหล่านี้กลับรับคนมากขึ้น ทำให้การแข่งขันมากขึ้นไปอีก และนั่นก็มีแต่จะทำให้เกิดปรากฏการณ์การตัดราคาที่ต่ำลงเรื่อยๆ หรือ Race to the Bottom Phenomenon

ดังนั้น จุดยืนที่แข็งแกร่งของการเป็นแรงงานใน Gig Economy คือการพัฒนาตัวเองให้เป็นแรงงานทักษะสูง มีความสามารถที่จะส่งมอบงานที่ดีได้ในระยะเวลาจำกัด เมื่องานดีย่อมต่อรองราคาได้มาก มีโอกาสเลือกงานเลือกชีวิตที่ตัวเองต้องการได้ในที่สุด

อ้างอิง:

https://rocketmedialab.co/rider/

https://www.facebook.com/Winnonie

https://www.chula.ac.th/highlight/52122/

https://blogs.lse.ac.uk/seac/2022/10/06/trapped-in-the-gig-economy-what-is-the-exit-strategy-lessons-learned-from-jakarta/

https://www.mckinsey.com/~/media/mckinsey/featured%20insights/employment%20and%20growth/independent%20work%20choice%20necessity%20and%20the%20gig%20economy/independent-work-choice-necessity-and-the-gig-economy-executive-summary.pdf

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...