โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

อดีตพระเอกช่องมากสี หนีออกจากบ้าน เอ ศุภชัย 2 รอบ ดังจนหลงตัวเองใช้เงินวันละล้าน?

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 ธ.ค. 2565 เวลา 01.46 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2565 เวลา 01.37 น. • The Bangkok Insight

บอส โตนนท์ ย้อนเล่าช่วงดังมากเคยหลงตัวเอง ใช้เงินวันละล้าน? เผยเข้าสังกัด เอ ศุภชัย แต่หนีออกมา 2 รอบ พร้อมเคลียร์ข่าวเมาท์ตอนนี้เป็นดาราตกอับจริงไหม

อดีตพระเอกดาวรุ่งช่องมากสี โตนนท์ วงศ์บุญ เปิดใจเคลียร์ข่าวเมาท์เป็นนักแสดงตกอับ หลังตัดสินใจออกมาเป็นนักแสดงอิสระแล้วไม่เปรี้ยง พร้อมย้อนเล่าจุดสูงสุดหลงตัวเองหนักมาก ใช้เงินซื้อของเกือบล้านบาท ทุกประเด็นผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง วัน31

บอส โตนนท์

บอส โตนนท์ เคยหนีออกจากบ้าน เอ ศุภชัย 2 รอบ พอดังเปรี้ยงหลงตัวเอง เคลียร์ข่าวนักแสดงตกอับ

ตอนนี้ออกมาเป็นอิสระ ออกมาดูแลตัวเอง ทำไมถึงตัดสินใจออกมา ?

บอส : ที่ออกมาเป็นอิสระ ตอนช่วงที่เราอยู่สังกัดเก่าค่อนข้างจะรับงานเยอะ แล้วเจอเรื่องนู้นนี่นั่น มันทำให้เราเกิดความรู้สึกอึดอัด อยากจะลองอะไรใหม่ ๆ ทำอะไรใหม่ ๆ

เรื่องนู้นนี่นั่น หมายถึงละครยากใช่ไหม ?

บอส : ช่วงนั้นทางต้นสังกัดเขาให้งานเยอะ เยอะมาก เยอะจนไม่ได้พักเลยครับ 3 เดือน 6 เดือน ถ่ายละครทุกวัน อัดให้ ๆ เราเลยรู้สึกว่ามันอยู่ตัว มันอิ่ม เมื่อก่อนถ่ายทีนึงข้ามไปอีกวันก็มี

เพราะเราดัง มีชื่อเสียง เป็นที่ต้องการของคนทั้งประเทศหรือเปล่า เขาถึงอัดให้ขนาดนั้น ?

บอส : ผมว่าน่าจะเป็นช่วงมากกว่า ช่วงไหนมาเขาก็จะอัดงานให้เด็กคนนั้น ป้อนงานให้ เพราะจะให้เป็นที่รู้จัก

แต่วันนึงรู้สึกอิ่มตัวกับตรงนี้ ?

บอส : มันเป็นความติสต์ของผมมากกว่า เราทำงานเยอะแล้วอยากจะพักบ้าง

ได้ถามเพื่อน ถามผู้ใหญ่ ถามครอบครัวไหม ?

บอส : ไม่ได้ถามครับ เราเข้าไปที่ช่องตอนที่หมดสัญญา ผู้ใหญ่เขาบอกว่า จะเอายังไง จะเป็นอิสระหรือจะยังไง ซึ่งเขาให้ละครมาก่อนเรื่องนึง แต่เราปฏิเสธ

เราสามารถบอกเขาเหลือ 2 เรื่อง อย่างนี้ได้ไหม ?

บอส : ตอนนั้นไม่ได้คิดครับ เด็กด้วย ช่วงที่เราเป็นวัยรุ่น เราหลงตัว คิดว่าตัวเองเก่ง เลือกได้ เราก็เลยขอหยุดดีกว่าพัก

บอส โตนนท์

ถ้าสมมติย้อนกลับไปบอกตัวเองได้ตอนนี้เลย เมื่อตอนนั้นที่เราฟุ้งหน่อย เรายังจะเลือกเป็นอิสระไหม ?

บอส : ผมว่า ณ เวลาตอนนั้น เราคิดดีแล้ว ถ้าเกิดตอนนั้นเราทำอีกแบบ ผลที่เป็นปัจจุบันอาจจะเป็นอีกแบบหนึ่งก็ได้ ถ้าย้อนกลับไปผมก็อาจจะเลือกเหมือนเดิม

ที่เราถ่ายละครเหนื่อย ๆ แบบนั้นทั้งหมดกี่ปี ?

บอส : เต็มสัญญา 7 ปี ยาวเลยครับ ต้องขอบคุณทางช่องเก่าที่ให้โอกาสเราเยอะมากครับ ถ้าไม่มีช่อง 7 ก็ไม่มีผมวันนี้

เป็นนักแสดงอิสระมา 5 ปี คนก็เม้าท์กันว่า โตนนท์ เป็นนักแสดงตกอับ ออกมาแล้วไม่เปรี้ยง ไม่มีงาน อยากจะบอกว่าไง ?

บอส : ที่เขาบอกว่าไม่เปรี้ยงเนี่ย เหมือนเราไม่ได้เป็นตัวหลักมากกว่า เราไม่ได้เป็นพระเอกเหมือนเมื่อก่อนมากกว่า เราเลือกที่จะออกมารับบทอย่างอื่น เล่นร้าย มีงานหนึ่งเล่นเป็นพ่อแล้วก็มี คือเราอยากลอง จากเมื่อก่อนเราเล่นบนพระเอก เราเล่นจนมันชินแล้ว เป็นคนดี แต่พอวันหนึ่งเราได้เล่นเป็นตัวร้าย คือมันยาก

เป็นพระเอกติดกันมา 7 ปี เบื่อไหม ?

บอส : ณ เวลานั้นไม่เบื่อครับ ด้วยความที่มันพราว เราเป็นพระเอก ทำอะไรก็ได้ แต่พอวันหนึ่งเราเริ่มเห็นคน เริ่มเห็นสังคม เห็นอะไรหลาย ๆ อย่าง ทำให้เราคิดว่าบางทีเราอาจจะหลง เราอาจจะผิดทาง เรารู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเรา

รู้ได้ด้วยตัวเอง ?

บอส : ครับ มันค่อย ๆ มา

นั่นคือหลาย ๆ คนพูดว่าเราเป็นดาราตกอับ แต่ที่เราเสียใจคือมีคนในวงการพูดด้วย ?

บอส : เหมือนห้องแต่งตัว แล้วก็นั่ง เดินเข้า เดินออก มีคนพูด เข้าไปก็ได้ยินพอดี เราก็นั่งข้างหลังใส่แมสก์

พูดว่าอะไร ?

บอส : เขาบอก นี่เหรอโตนนท์ ดาราตกอับแล้ว เราได้ยิน เพราะเรานั่งใส่แมสก์อยู่ข้างหลัง

คนนี้เป็นนักแสดงรุ่นใหญ่หรือยัง ?

บอส : ไม่ครับ

เป็นนักแสดงใหม่ ?

บอส : ใช่ครับ

แล้วเราตอบว่า ?

บอส : ไม่ตอบครับ เขาก็มีสิทธิ์ มันก็เป็นเรื่องจริงในส่วนหนึ่งที่เขาพูด เขาก็มีสิทธิ์ที่จะคิดของเขา เรารู้ตัวเราดีกว่า เราเอาคำที่เขาว่ามา…ไม่เอาแล้ว หางานทำดีกว่า

บอส โตนนท์

โกรธไหม ?

บอส : มันก็มีความรู้สึกครับ แต่ก็คิดว่าพูดจริง เอาคำพูดเขามาเป็นแรงผลักดันเรา เดี๋ยวจะกลับมานะ

ถ้าเขาดูอยู่อยากจะบอกอะไรเขา ?

บอส : ขอบคุณครับ บางทีถ้าเราโดนด่ามา หรือว่าเราโดนพูดอะไรไม่ดี เราเอาคำพวกนั้น แทนที่จะเอามาใส่หัวเราทำให้เรารู้สึกแย่ มันก็จะแย่กับตัวเรา เอาคำพูดตรงนั้นมาเป็นแรงผลักดัน เหมือนเราจะแบบ พอแล้ว จะเลิก ไม่เอาแล้ว จะไม่ทำแล้ว กลายเป็นว่าคนพูดแบบนั้นทำให้เรากลับมาได้ เดี๋ยวเจอกัน

คิดว่าค้นพบสัจธรรมจากประโยคนี้ ?

บอส : ค้นพบครับ ทุกวงการแหละ มันมีคนที่ดีกับเรา หวังดีกับเราจริง ๆ แต่เขาไม่ได้แสดงออกว่าดี เขาอาจจะดึเรา ด่าเรา หรือพูดไม่ดี แต่บางคนพูดดีกับเรา แต่ลึก ๆ แล้วไม่ดีก็มีครับ

บอสบอกว่ามีช่วงติสต์ของผมด้วย มันติสต์ขนาดไหน ?

บอส : มันก็เลือก ด้วยความที่เรารู้สึกเป็นพระเอก เลือกได้ อยากทำ อันนี้ไม่เอา อยากเลิกก็พอหยุด บางทีเขาให้ละครมา ไม่เอาไม่เล่น

ไม่รับงาน 1 ปีเลยเหรอ ?

บอส : มันจะมีอยู่ช่วงหนึ่งก่อนออก รู้สึกว่าตัวเรา อย่างที่มีข่าว เราเริ่มผอม คล้ำ เป็นโรคหรือเปล่า ไปทำอะไรมา ก็เลยรู้สึกว่าอยากพักก่อน อยากพักเรื่องความคิด อยากพักเรื่องสุขภาพร่างกายเราด้วย ขอหยุดแบบไม่ทำอะไรเลยปีนึง

1 ปีนั้น เรียกว่าเป็นช่วงเวลาความติสต์ของเราได้ไหม ?

บอส : ผมเรียกว่าช่วงเวลาตกผลึกดีกว่า

ตอนนี้เราเลิกติสต์หรือยัง ?

บอส : เลิกแล้วครับ เจอโควิดเข้าไปติสต์ไม่ออกเลยครับ คือก่อนที่จะโควิดเราเก็บเงินไว้ก้อนหนึ่ง กะจะลองทำอย่างอื่นบ้าง แต่พอโควิดเข้า เราคงทำไม่ได้แล้วล่ะ เอาเงินตรงนั้นเป็นค่าใช้จ่ายอย่างอื่นด้วย

ความลำบากก่อนเข้าวงการ ลำบากบาก หนึ่งในสาเหตุคือคุณพ่อเสีย ?

บอส : ครับ ตอนนั้นผมอายุ 15 ปี พ่อเสียเพราะมอเตอร์ไซค์ล้มครับ แกเป็นความดันแล้วแกดื่มแอลกอฮอล์ ยังไงไม่รู้แกขี่มอเตอร์ไซค์แล้วความดันขึ้น แล้วก็ล้ม แล้วไปที่โรงพยาบาล ยังโทร. มาหาผมอยู่เลยนะ แต่พอเราไปถึงโรงพยาบาลเขาปั๊มหัวใจแล้ว เราเข้าไปเห็นเลยว่าพ่อโดนปั๊ม

บอส โตนนท์

เราถึงโรงพยาบาลแล้วยังโทร. มาหา ?

บอส : ใช่ บอกว่ามารับหน่อย เราก็คิดว่าไม่เป็นไร

พอไปถึงช็อกไหม ?

บอส : ช็อก ภาพเดียวที่ผมจำได้คือเขาปั๊มหัวใจพ่ออยู่ เราเห็นรองเท้า แล้วเอารองเท้ามานั่งกอดอยู่หน้าห้อง

วันนั้นหมอบอกว่า ?

บอส : หมอบอกว่าไม่ฟื้นแล้วล่ะ จะให้ปั๊มต่อไหม

แล้วเราเป็นคนตัดสินใจเหรอ ?

บอส : ตอนนั้นช็อกแล้วครับ ทำอะไรไม่ถูกเลย ร้องไห้ ด้วยความที่เราเด็กด้วย ไม่รู้จะทำยังไง

แล้วใครเป็นคนเคาะว่าปล่อยพ่อไป ?

บอส : ไม่มีใครปล่อยครับ คือเราเห็นสภาพเลยว่าเขาไม่อยู่แล้ว

หลังจากวันนั้นชีวิตเปลี่ยนไปเยอะแค่ไหน ?

บอส : เปลี่ยนเลยครับ จากที่เมื่อก่อนพ่อหาเงินได้เยอะ เพราะเขาทำงานเร่งรัดหนี้สิน แล้วช่วงหลังจากต้มยำกุ้งผ่านมาคนเป็นหนี้สินเยอะ เขาได้เงินมาเยอะ ดูแลครอบครัวได้ดีในระดับหนึ่งเลย พอวันหนึ่งเสาหลักล้ม แม่ที่ไม่เคยทำงานก็ต้องออกมาทำงาน แล้วก็มีหนี้ ก่อนที่เขาจะเสียเขากู้เงินมาก้อนหนึ่ง เพื่อไปสร้างบ้าน

หนี้ 13 ล้านใช่ไหม ?

บอส : ครับ เยอะมาก ตอนนั้นหลักร้อยยังหาไม่ได้เลย

แล้วเกิดอะไรขึ้น บรรยากาศในบ้านเป็นยังไง ?

บอส : มันเคว้งคว้างไปหมดเลย เราไม่รู้จะทำยังไง เราไม่รู้จะเริ่มชีวิตยังไง ปกติเลิกเรียน กลับบ้านขอเงินแม่ ขอเงินพ่อไปเล่นเกม พอวันหนึ่งเราไม่มีคนสอน คนชี้นำ เราไม่รู้จะทำอะไรเลย ทำอะไรไม่ได้

บอส โตนนท์

เห็นว่ามันแย่ขนาดที่ว่ามาม่าห่อหนึ่งต้องแบ่งกัน ?

บอส : เอาผักกาดมาหั่น ใส่น้ำปลา เอาเข้าไมรโคเวฟกินกับข้าว บางทีมีมาม่าก็แบ่งกิน 2 คน

อันนี้คือส่วนหนึ่งของ 13 ล้านที่กู้ไปใช่ไหม ?

บอส : ด้วยครับ หลาย ๆ คนจะบอกว่าเราเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่ตอนนั้นผมเป็นลบ 13 หนักเลย

ด้วยความลำบากอันนี้แต่ก็มีความโชคดี เพราะเราได้เจอกับพี่เอ ศุภชัย ?

บอส : ครับ คือด้วยความที่เราไม่มีเงิน เราเริ่มหาเงินด้วยการไปประกวดตามเวทีต่าง ๆ เพื่อจะหาเงินมาจุลเจือแล้วใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วเด็ก 15-16 ไม่รู้จะไปทำงานอะไร แล้วสมัยนั้นไม่มีอินเทอร์เน็ต เราไม่รู้จะไปสมัครอะไร ทางเดียวที่เราเห็นคือประกวด แล้วมันได้เงินเป็นก้อน แล้วก็ไปเจอกับพี่เอผู้มีพระคุณ เขาก็ชักชวนให้มาเก็บตัวอยู่ที่บ้านแกที่กรุงเทพฯ

แล้วเจอพี่เอได้ไง ?

บอส : ผมไปประกวดงานหนึ่งแล้วพี่เอเป็นกรรมการ

เห็นแววตั้งแต่ตอนนั้น ?

บอส : ใช่ครับ แรก ๆ ก็ตัดสินใจอยู่นานเลย เพราะเราเด็กไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับวงการ

หนีออกจาดบ้านพี่เอ 2 รอบเลยเหรอ ทำไม ?

บอส : ครับ เหมือนเรามาอยู่แล้วเราไม่ได้ทำอะไร แต่พี่เอก็ให้ครูสอนแอคติ้งเข้าไปสอนทุกอย่าง ยันเวลากินข้าวมารยาทอะไรอย่างนี้เขาก็สอน เราเป็นเด็ก ความคิดเราคือเรามาแล้วต้องได้ทำงานทันที เราต้องได้ละคร เพราะว่าเราต้องหาเงิน แต่พออยู่ ๆ ไป ด้วยที่ว่าเราไม่เคยอยู่ในกฎเกณฑ์ เราเจอกฎเกณฑ์จากบ้านพี่เอ เขาจะมีกฎให้ระวังเด็ก เราเริ่มอึดอัดก็เลยหนีกลับ

แต่ก็ยังกลับมา ?

บอส : เขาโทร. มาบอกว่ากลับมา พูดดีกับเรา ทำความเข้าใจ มาบอกแม่ แม่ก็มาบอกเรา เราก็เลยกลับ

บอส โตนนท์

แล้วหนีกลับรอบ 2 เพราะอะไร ?

บอส : ก็เหมือนเดิม

แต่รอบ 2 เราก็กลับมาอีก ?

บอส : ครับ

อะไรทำให้เราอยู่ ?

บอส : ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

เราเริ่มเข้าใจชีวิต หรือเริ่มเข้าใจสิ่งที่พี่เอกำลังสอน ?

บอส : คือเรากลับไปที่เชียงใหม่ไม่รู้จะทำอะไร ด้วยความเราเด็ก เราไม่รู้จะไปทำงานอะไร เราเห็นช่องทางตรงนี้เลยเกิด ฮึบ ลองอีกที แล้วกลับมารอบ 2 ก็ได้งานจริง ๆ

ได้เงินเยอะ วันหนึ่งช้อปปิ้งเป็นล้าน ?

บอส : เป็นล้านคือไปซื้อมอเตอร์ไซค์ ไม่ใช่ซื้อกระเป๋า ซื้อเสื้อผ้า

ซื้อมอเตอร์ไซค์ก่อนซื้อบ้าน ทำไมไม่ซื้อบ้าน แล้วซื้อรถที่ขับไปทำงานได้ก่อน ?

บอส : ผมทำงานในวงการแล้วมันได้เงินเยอะ ด้วยความที่เราไม่เคยมีเงิน เคยมีเงินติดตัวแค่หลักสิบ หลักร้อย วันหนึ่งเราได้มาเป็นแสนอย่างนี้ แล้วเรามีความฝันตอนเด็ก ๆ วันหนึ่งเราขี่ระผ่านห้างที่เชียงใหม่ เราก็จะมอง มันจะมีรถอยู่คันนึง เรามองมันตั้งแต่เด็กแล้ว เราอยากได้ เราเห็นตั้งแต่เด็ก แล้ววันหนึ่งมันมีเพื่อนพาไปที่เต้นท์รถ แล้วเราเห็น เห้ย…เนื้อคู่

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...