กรมประมงย้ำ! 16 สัตว์น้ำต้องห้าม “มีโทษทั้งจำทั้งปรับ”
นายบุญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า เมื่อวันอังคารที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ควบคุมและบังคับใช้กฎหมายในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมประมง นำโดยนายประสิทธิ์ คงพรปรารถนา ประมงพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ จากกองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดกองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ
ลงพื้นที่ควบคุมและบังคับใช้กฎหมายภายใต้มาตรา 64 และมาตรา 65 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ร้านจำหน่ายสัตว์น้ำในเขตพื้นที่ตลาดนัดสวนจตุจักร (โซนสัตว์น้ำ) เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยจากการสุ่มตรวจ จำนวน 7 ร้าน ไม่พบสัตว์น้ำผิดกฎหมาย ตามมาตรา 64 และมาตรา 65 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สัตว์น้ำที่ห้ามมิให้ผู้ใดครอบครองตามกฎหมายมาตรา 64 จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ปลาปิรันยา , ปลาดุกไฟฟ้า , ปลาไหลไฟฟ้า ซึ่งกฎหมายกำหนดห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองเนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายมนุษย์หรือต่อสัตว์น้ำอื่น สิ่งแวดล้อมของสัตว์น้ำ ทรัพย์สินของบุคคลหรือสาธารณสมบัติ
สัตว์น้ำที่ห้ามมิให้ผู้ใดเพาะเลี้ยงตามกฎหมายมาตรา 65 จำนวน 13 ชนิด ได้แก่ปลาหมอสีคางดำ , ปลาหมอมายัน , ปลาหมอบัตเตอร์ , ปลาทุกชนิดในสกุล Cichla และปลาลูกผสม , ปลาเทราท์สายรุ้ง , ปลาเทราท์สีน้ำตาล , ปลากะพงปากกว้าง , ปาโกไลแอทไทเกอร์ฟิช , ปลาเก๋าหยก , ปลาที่มีการดัดแปลงหรือตัดแต่งพันธุกรรม GMO LMO ทุกชนิด , ปูขนจีน , หอยมุกน้ำจืดจีน , หมึกสายวงน้ำเงินทุกชนิดในสกุล Hapalochlaena