โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เชื้อไมโคพลาสมา’ แบคทีเรียขนาดเล็กที่สุด สรุปสาเหตุติดเชื้อ อาการ วิธีรักษา ที่นี่

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 ม.ค. 2566 เวลา 08.58 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2566 เวลา 08.58 น. • The Bangkok Insight

ทำความรู้จัก เชื้อไมโคพลาสมา แบคทีเรียขนาดเล็ก แพร่กระจายเชื้อได้ง่าย อาการที่เกิด ความรุนแรงของโรค พร้อมวิธีป้องกัน รวมไว้ที่นี่

ไมโคพลาสมา เป็นชื่อที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากถูกระบุเป็นหนึ่งในสาเหตุอาการพระประชวร ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา ฯ ได้สรุปการวินิจฉัยว่า พระอาการประชวรหมดพระสติ เกิดจากการเต้นผิดจังหวะของพระหทัยแบบรุนแรง จากการอักเสบของพระหทัยจากเชื้อไมโคพลาสมา (Mycoplasma)

เชื้อไมโคพลาสมา

ข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก เซฟ คลินิก(Safe Clinic) ระบุว่า โรคไมโคพลาสมา (Mycoplasma Infection) เป็นเชื้อแบคทีเรียขนาดที่เล็กที่สุด เป็นแบคทีเรียที่สามารถแพร่กระจายเชื้อได้ง่าย เนื่องจากเป็นแบคทีเรียขนาดเล็ก โดยปกติแบคทีเรียกลุ่มนี้จะมีอยู่ในร่างกายหลายชนิด มีเพียงบางชนิดเท่านั้นที่ก่อให้เกิดโรค

การติดเชื้อในกลุ่มไมโคพลาสมา ซึ่งแบ่งการติดเชื้อออกเป็น 2 กลุ่ม คือ การติดเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคทางระบบทางเดินหายใจ และ การติดเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคทางระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์

ด้าน นพ. ธเนศ แก่นสาร ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ให้ความรู้ไว้ในรายการ พบหมอรามา ระบุว่า ไมโคพลาสมา เป็นเชื้อแบคทีเรียตัวหนึ่งที่อยู่ในตามธรรมชาติ แต่สามารถติดจากคนสู่คนได้

เชื้อชนิดนี้ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นทางเดินหายใจส่วนบน เช่น เป็นหวัด ไอ น้ำมูก เจ็บคอ ปวดศีรษะ ไข้ต่ำ ๆ และส่วนล่างคือ อาการเกี่ยวกับปอด ในบางคนโดยเฉพาะเด็กหากติดเชื้อดังกล่าว อาจเกิดภาวะลงไปที่ปอดทำให้เป็นปอดอักเสบ ปอดบวม ปอดติดเชื้อ

การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเหมือนการติดหวัด หายใจสูดเอาละอองของเชื้อผ่านการไอ จาม สามารถติดได้ทุกที่ เพราะเป็นการติดจากคนสู่คน โดยเฉพาะในบริเวณที่แคบ สถานที่ปิด สถานที่ที่มีผู้คนแออัด

สำหรับอาการของการติดเชื้อ จะเป็นลักษณะอาการของการโรคไข้หวัด ไม่ว่าจะเป็นไอ จาม มีน้ำมูก มีไข้ ปวดศีรษะ เด็กบางคนเป็นแล้วไม่หาย เนื่องจากเป็นเพราะว่า มีอาการปอดอักเสบติดเชื้อด้วย ทำให้ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลนานหลายวัน

ขณะที่ข้อมูลด้านความรุนแรงของโรค มีรายงานถึงขึ้นเสียชีวิต แต่เกิดน้อย เพราะส่วนใหญ่แล้ว ในผู้ป่วยเด็ก หากรุนแรงจะมีไข้สูง เป็นปอดอักเสบ หายใจเร็ว เนื่องจากมีการติดเชื้อที่ปอดและมีเสมหะมาก

นอกจากนี้ วารสารการแพทย์จุฬาลงกรณ์เวชสาร เคยตีพิมพ์รายงานผู้ป่วยจากภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่า มีรายงานผู้ป่วยเด็ก 1 ราย ที่เกิดภาวะหัวใจช็อค จากการติดเชื้อไมโคพลาสมา นิวโมเนีย

รายงานจาก นพ. ไพโรจน์ โชติวิทยธารากร พร้อมคณะ จากวารสารการแพทย์จุฬาลงกรณ์เวชสาร ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2531 ระบุว่า นอกจากอาการทางระบบทางเดินหายใจแล้ว เชื้อไมโคพลาสมา ยังทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น โรคที่เกิดจากการอักเสบแบบเฉียบพลันทางผิวหนัง (erythema multiforme) เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ประสาทส่วนปลายอักเสบ ภาวะซีดจากเม็ดโลหิตแดงแตก ตับอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ส่วนภาวะหัวใจช็อค พบได้น้อยมาก

ทั้งนี้ ภาวะหัวใจอักเสบ เป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อไมโคพลาสมา สามารถพบได้ 2.4-8.5% ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า 20 ปี แต่ก็มีรายงานพบในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ขณะที่ประมาณ 70% ของผู้ป่วยเหล่านี้จะมีอาการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจนำมาก่อน 11 วัน และผู้ป่วย 30% จะมีอาการหัวใจอักเสบภายในหนึ่งสัปดาห์ บางรายมีอาการปวดกล้ามเนื้อมาก่อน

นอกจากนี้ การพยากรณ์โรคของผู้ป่วยพบว่า ค่อนข้างดีและมักหายเป็นปกติ แต่บางรายยังคงมีภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง หรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย และในบางรายมีอาการรุนแรงถึงเสียชีวิต แต่พบเป็นส่วนน้อย

ขณะที่ ข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโล ระบุว่า ปัจจุบันโรคไมโครพลาสมายังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่สิ่งที่ง่าย และดีที่สุดในการป้องกันก็ คือ พยายามอย่าให้บุตรหลานของท่านเข้าไปอยู่ในที่ที่มีคนจำนวนมาก หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมหน้ากากอนามัย และควรล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนปรุง หรือรับประทานอาหาร รวมทั้งใช้ช้อนกลางเมื่อต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น

ลักษณะอาการของผู้ที่ได้รับเชื้อไมโครพลาสมาจะคล้ายกับอาการของไข้หวัดใหญ่ โดยจะมีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แต่ลักษณะเด่นของโรคนี้คือ จะมีอาการไอรุนแรง และมีการติดต่อได้ง่ายจากการหายใจสูดเอาละอองของเชื้อที่ปนมากับเสมหะ หรือน้ำมูก

เมื่อได้รับเชื้อตัวนี้เข้าไปแล้ว จะใช้เวลาฟักเชื้อ 1-4 สัปดาห์ และจะค่อย ๆ แสดงอาการข้างต้นออกมา หากลูกน้อย หรือบุคคลในครอบครัวมีอาการเหล่านี้ ควรมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยเร็วต่อไป

  • มีไข้เกิน 38 องศา
  • ไอมาก หายใจเร็ว หายใจมีหน้าอกบุ๋ม
  • ปวด เมื่อยกล้ามเนื้อ
  • บางรายมีผื่นแดงตามผิวหนัง

ขอบคุณข้อมูลจาก: เซฟ คลินิก(Safe Clinic), พบหมอรามา, จุฬาลงกรณ์เวชสาร

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...