โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สะพานแห่งกาลเวลา : มหัศจรรย์ของท่านผู้หญิงไต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 ก.พ. 2566 เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2566 เวลา 05.28 น.

หูหนาน มณฑลภาคกลางตอนใต้ของจีน ไม่ได้โด่งดังเพียงแค่เป็นบ้านเกิดของ “บิดา” แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่าง “เหมา เจ๋อตง” เท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งรายได้สำคัญลำดับต้นๆ ของจีน

แถมยังมี “สิ่งมหัศจรรย์” ที่โลกต้องทึ่งปรากฏอยู่อีกด้วย

สิ่งมหัศจรรย์ที่ว่านั้นก็คือ “มัมมี่” อายุกว่า 2,100 ปี ที่มีสภาพใกล้เคียงกับเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่มากกว่ามัมมี่ที่ไหนในโลก จนบางครั้งในจีนถึงกับเรียกขานเธอว่า “เจ้าหญิงนิทรา” กันเลยทีเดียว

มัมมี่ที่ว่าก็คือ มัมมี่ของ “ท่านหญิงไต” ภริยาของอัครเสนาบดีแห่งไต “ลี่ชัง” ซึ่งเคยมีชีวิตอยู่ในสมัยราชวงศ์ฮั่น ซึ่งเริ่มต้นเมื่อราว 200 ปีเศษก่อนคริสต์ศักราช

สุสานของท่านผู้หญิงแห่งไตที่มีชื่อจริงๆ ว่า “ซินจุย”นี้ค้นพบโดยบังเอิญในทศวรรษ 1960 โดยคนงานก่อสร้างที่เตรียมการก่อสร้างบริเวณ “หม่าหวังตุย” (เนินอ๋องหม่า) นอกเมืองฉางชา ซึ่งเป็นเมืองเอก หรือเมืองหลวงของมณฑลหูหนาน

นักโบราณคดีจีนเริ่มต้นการขุดค้นแหล่งโบราณคดีนี้เมื่อต้นทศวรรษ 1970 โดยว่ากันว่า อาณาบริเวณทั้งหมดเป็นสุสาน 3 หลัง ทั้งลึกทั้งกว้าง จนต้องระดมนักเรียนหลายร้อยคนมาช่วยเหลือในการขุดค้น

สุสานสองหลังแรกเป็นของ ลี่ชัง กับของ ซินจุย หลังที่สามเป็นสุสานของชายหนุ่มซึ่งสันนิษฐานกันว่าคือลูกชายของคนทั้งสองนั่นเอง

ที่น่าแปลกคือ ศพของลี่ชังกับลูกชายสูญสลายไปกับกาลเวลา คงหลงเหลือแต่ศพของ “ท่านผู้หญิงแห่งไต” ซินจุย เท่านั้น

แถมยังอยู่ในสภาพที่น่าอัศจรรย์อีกด้วย

ที่น่าอัศจรรย์ก็คือ เนื้อหนังมังสาของเธอแม้จะเหี่ยวย่นแต่ส่วนใหญ่ยังคงความอ่อนนุ่ม ข้อต่อยังคงยืดหยุ่นพับงอ ยืดตรงได้ สภาพใกล้เคียงกับคนที่เพิ่งตายมากกว่าที่จะเป็นมัมมี่จากโบราณกาล

ชนิดที่ในหลอดเลือดของเธอยังคงพบก้อนเลือดที่จับตัวเป็นลิ่มแข็ง อุดตันเส้นเลือดอยู่อีกด้วย จนนักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ของจีนสามารถนำมาตรวจสอบ ระบุได้เลยว่า เธอมีเลือดกรุ๊ปเอ

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

การวิจัยทางโบราณคดีของจีนเมื่อปี 2009 ให้คำตอบที่ “อาจเป็นไปได้” ไว้ว่า ประการแรก มาจากความลึกของสุสานฝังศพแม่นางซินจุย ที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินลึกถึง 20 เมตร ปิดผนึกแน่นหนา อากาศภายนอกไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปได้

ประการถัดมา ศพของนางถูกพบอยู่ในชั้นในสุดของโลงไม้หนาหนักหลายชั้น

โลงไม้ดังกล่าวเคลือบด้วยแลคเกอร์อย่างดี มีรวมทั้งหมด 4 ชั้น แต่ละชั้นยังฉาบหุ้มด้วยดินเหนียวสีขาวที่บางคนเข้าใจว่าเป็นสีที่ทาทับอีกต่อหนึ่ง

ในโลงชั้นในสุดที่บรรจุศพของแม่นางซินจุย ร่างของนางถูกห่อหุ้มด้วยเครื่องแต่งกายที่ทำจากผ้าลินินและไหม รวมแล้วมากถึง 18 ชั้นด้วยกัน

ประการสุดท้าย ร่างดังกล่าวแช่อยู่ในของเหลวประหลาด ขาว ใส ที่กลายเป็นสีเหลืองอมน้ำตาลเมื่อสัมผัสกับอากาศภายนอก

บางคนเชื่อว่านั่นเป็นของเหลวที่ซึมออกมาจากร่างของซินจุยเอง แต่นักวิชาการเชื่อว่าน่าจะเป็นน้ำยาสมุนไพรของจีนบางอย่างซึ่งอาจช่วยรักษาสภาพศพให้คงทนอยู่ได้

ปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้อาจประกอบกันเข้าช่วยรักษาศพของท่านผู้หญิงแห่งไต ให้คงอยู่ในสภาพที่น่าอัศจรรย์ใจมาจนถึงทุกวันนี้

นักวิทยาศาสตร์จีนเคยนำศพของซินจุยขึ้นมาชันสูตรอย่างละเอียด ผ่าแล้วนำอวัยวะภายในออกมาตรวจสอบ ได้ความว่า ด้วยความที่เป็น “ท่านหญิง” ของตระกูลทำให้ซินจุยใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย มีข้ารับใช้ล้อมหน้าล้อมหลัง

ผลก็คือสุขภาพของเธอเมื่อมีชีวิตไม่ค่อยดีนัก อ้วนและป่วยด้วยโรคหลายโรค รวมทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือดกับเบาหวาน อันเป็นที่มาทำให้เธอหัวใจวายเสียชีวิตขณะที่อายุเพียง 50 ปี

ทีมวิจัยยังพบเม็ดกวยจี๊ในกระเพาะอาหารกว่า 100 เม็ด ซึ่งเชื่อว่าเป็นอาหารมื้อสุดท้ายในชีวิตของนาง

ปัจจุบันศพที่ไม่เน่าเปื่่อยของแม่นางซินจุยถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งมณฑลหูหนาน คู่กับแจกันแก้วบรรจุอวัยวะภายใน จัดแสดงไว้คู่กัน

ชาวจีนไม่น้อยยังคงเดินทางมาเยี่ยมชม เพราะเชื่อว่าร่างของซินจุยมี “เคล็ดลับ” ที่นำไปสู่ความเป็น “อมตะ” ซุกซ่อนอยู่นั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...