โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนไทยเล่นเกมในมือถือสูงสุดในเอเชีย ใช้เวลาลงทุนออนไลน์-ฟังพอดแคสต์มากขึ้น

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 ก.พ. 2566 เวลา 07.11 น. • เผยแพร่ 07 ก.พ. 2566 เวลา 07.10 น. • The Bangkok Insight

เทเลนอร์เอเชีย-ดีแทค เปิดผลการศึกษาชีวิตดิจิทัล พบคนไทยเล่นเกมในมือถือสูงสุดในเอเชีย ใช้เวลามากขึ้นกับการลงทุนออนไลน์ ฟังพอดแคสด์

เทเลนอร์เอเชียเผยผลการศึกษาล่าสุด เกี่ยวกับชีวิตดิจิทัลของคนในภูมิภาคเอเชีย พบว่า ผู้คนในเอเชียหันมาท่องโลกออนไลน์ในช่วงเวลาว่างเป็นโอกาสในการพัฒนาตัวเองบนโลกออนไลน์มากขึ้น

คนไทยเล่นเกมในมือถือ

ผลสำรวจดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของผลการศึกษาฉบับสุดท้ายจากซีรีส์ Digital Lives Decoded ของ เทเลนอร์เอเชีย โดยสำรวจจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือกว่า 8,000 รายใน 8 ประเทศ ในเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ บังกลาเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม

รายงานดังกล่าว มุ่งเจาะลึกพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค ในการใช้เวลาในยามว่าง อันเนื่องมาจากความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้นภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19

ผลสำรวจในเอเชีย

ในเอเชีย ผู้คนชื่นชอบการเข้าสังคมออนไลน์มากกว่าพบปะกันจริง ๆ โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาพบปะผู้คนใหม่ๆ เป็นประจำทางออนไลน์ และ 3 ใน 4 คาดหวังว่าจะได้ใช้เวลามากขึ้นในการเข้าสังคมผ่านแอปโซเชียลมีเดียในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ ผู้คนยังใช้เวลาว่างบนโทรศัพท์มือถือในการลงทุนออนไลน์ เล่นเกมในมือถือ ตลอดจนเล่นแอปและฟังพอดแคสต์เพื่อการเรียนรู้

ผลสำรวจในประเทศไทย

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้คนไทยใช้เวลาในสังคมออนไลน์เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด โดย 66% พบปะผู้คนใหม่ๆ ทางออนไลน์เป็นประจำ (เทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 47%) ในขณะที่ 63% กล่าวว่าโทรศัพท์มือถือช่วยให้ตนสามารถติดต่อกับผู้คนที่รู้จักมากขึ้น (ค่าเฉลี่ย 55%)

นายเยอเก้น โรสทริป หัวเรือใหญ่แห่งเทเลนอร์เอเชีย กล่าวว่าผ ลสำรวจพบว่าความสามารถในการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือได้เปลี่ยนการเล่นเกมให้กลายเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ ที่มาพร้อมกับความคาดหวังที่สูงขึ้นต่อผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากผู้คนต่างมองหาบริการการเชื่อมต่อผ่านมือถือที่รวดเร็วและไว้วางใจได้มากขึ้น

เผย 5 เทรนด์ชีวิตดิจิทัลคนไทย

1. โซเชียลมีเดียยังคงเป็นโลกใบที่สอง

พฤติกรรมบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในช่วง 2 ปีกว่าที่ผ่านมาจากการระบาดโควิดของ-19 นั้นกำลังส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราในปัจจุบัน โดย 66% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า ปัจจุบันพวกเขาเข้าสังคมบนออนไลน์มากกว่าในชีวิตจริง

คนรุ่นใหม่มักใช้เวลาในการเข้าสังคมออนไลน์มากขึ้น แต่กลุ่มเบบี้บูมเมอร์กล่าวว่า เทคโนโลยีมือถือช่วยให้พวกเขาสามารถเชื่อมต่อกับคนที่ตนรักได้มากขึ้น ผู้ตอบแบบสอบถาม 55% กล่าวว่าพวกเขารู้สึกว่าเชื่อมโยงกับผู้คนที่พวกเขารู้จักได้ดีขึ้นเพราะโซเชียลมีเดีย โดยผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทย 63% และบังกลาเทศ 61% ตอบสนองเชิงบวกมากที่สุด ขณะที่ 47% พบปะผู้คนใหม่ๆ ทางออนไลน์อยู่เสมอ

2. โทรศัพท์มือถือพลิกโฉมการเล่นเกม

ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 4 ใน 5 คนเล่นเกมบนโทรศัพท์มือถือ โดย 31% ระบุว่า เล่นเกมทุกวัน นำโดยผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทย 44% และเวียดนาม 41%

การวิจัยชี้ให้เห็นว่า นิยามของเกมเมอร์จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงใหม่ เนื่องจากการเล่นเกมปัจจุบันสามารถเข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงบทบาทเชิงบวกของโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการส่งเสริมให้ผู้คนสามารถเข้าถึงการเล่นเกมได้ง่ายกว่าที่เคยเป็นมา

ผู้คนยังมีแนวโน้มใช้จ่ายในเกมยังคงเพิ่มขึ้น โดยครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามใช้จ่ายในการเล่นเกมและฟีเจอร์ในเกม และเกือบหนึ่งในสามใช้จ่ายระหว่าง 10-100 ดอลลาร์ต่อปี (ราว 33.4-3,340 บาท) ผู้ที่อยู่ในสิงคโปร์เป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายมากที่สุด โดยหนึ่งในห้าคนใช้จ่ายระหว่าง 100-300 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,340 – 10,020 บาท) ต่อปีไปกับการซื้อสินค้าในเกม

ผลสำรวจยังชี้ชัดถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเกมโซเชียล โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 64% ชม eSports หรือการสตรีมวิดีโอเกม นำโดยผู้ตอบแบบสอบถามในเวียดนาม 76% และบังกลาเทศ 71%

นอกจากนี้ เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามคาดหวังว่า เวลาที่พวกเขาใช้ในการเล่นเกมโซเชียลจะเพิ่มขึ้นในอนาคต นำโดยผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทย 62% สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 45%

3. เวลาว่างกลายเป็นเวลาที่ได้พัฒนาตัวเอง

ผู้ตอบแบบสอบถามทั่วทั้งภูมิภาค ใช้โทรศัพท์มือถือมากขึ้น เพื่อพัฒนาตนเองและยกระดับทักษะส่วนบุคคล โดย 40% ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อการเรียนรู้บนแอป หรือเว็บไซต์เพื่อการศึกษา

ขณะทีผู้หญิงและคนรุ่นใหม่มักบอกว่า รู้สึกถึงประโยชน์ที่ได้รับ มากกว่าครึ่งหนึ่งของ Gen-Zs (51%) ที่ทำแบบสำรวจกล่าวว่า การเรียนรู้ผ่านโทรศัพท์มือถือ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตรงกันข้ามกับคนรุ่นก่อน โดยมีเพียง 25% เท่านั้นที่มองว่าการเรียนรู้ผ่านโทรศัพท์มือถือช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต

ผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียต้องการเรียนรู้ในช่วงเวลาทำงาน และพัฒนาตัวเองในยามว่าง โดย 45% ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงต่อวันในการฟังพอดคาสต์

ส่วนผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทย 66% และปากีสถาน 65% มีแนวโน้มที่จะฟังพอดคาสต์มากที่สุด ขณะที่ชาวสิงคโปร์รู้สึกว่าตนได้รับประโยชน์จากการใช้แอปประเภทดังกล่าวน้อยที่สุด โดยมีเพียง 20% เท่านั้นที่รู้สึกว่าแอปพลิเคชันเหล่านี้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ เทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 40%

4. ผู้คนยังมีข้อกังขาเกี่ยวกับ Metaverse

แม้ผู้คนจะมีความสนใจเกี่ยวกับโลกเสมือนจริงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ผลการศึกษาบ่งชี้ว่าปัจจุบันผู้คนยังมีข้อกังขาหากต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำกิจกรรมในยามว่างไปสู่การทำกิจกรรมในรูปแบบเมตาเวิร์ส อันหมายถึงโลกเสมือนจริงที่ซึ่งผู้คน แพลตฟอร์มดิจิทัล และธุรกิจต่างๆ นั้นมีปฏิสัมพันธ์กัน

ทั้งนี้เห็นได้จาก 39% ของผู้ตอบแบบสอบถาม พร้อมจะเข้าสังคมและหาเพื่อนใหม่ในโลกเมตาเวิร์ส แต่ชาวสิงคโปร์มีข้อกังขาในประเด็นนี้มากที่สุด โดยมีเพียง 26% ที่พร้อมจะลองเข้าสังคมในโลกเสมือน ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามในฟิลิปปินส์ กระตือรือร้นที่จะเข้าสังคมในโลกเสมือนมากที่สุด 55%

5. ออนดีมานด์คอนเทนต์จะหายไปหรือไม่?

การสตรีมคอนเทนต์แบบออนดีมานด์ เป็นกิจกรรมยอดนิยมของคนจำนวนมาก โดย 63% ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงต่อวันรับชมคอนเทนต์แบบออนดีมานด์บนโทรศัพท์มือถือ รองลงมาคือการฟังเพลง 65% และเล่นเกม 59%

กลุ่มมิลเลนเนียลและ Gen X มีแนวโน้มที่จะรับชมคอนเทนต์แบบออนดีมานด์มากกว่า Gen Z ซึ่งชอบใช้เวลาว่างไปกับโซเชียลมีเดียหรือเล่นเกม ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยมีแนวโน้มที่จะใช้เวลามากที่สุด โดย 8% ประเมินว่าพวกเขาใช้เวลา 7-8 ชั่วโมงต่อวันในการรับชมคอนเทนต์แบบออนดีมานด์ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 3% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วทั้งภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม การศึกษาพบว่า การสตรีมออนดีมานด์คอนเทนต์ ไม่สามารถดึงดูดให้ผู้คนใช้เวลาบนโทรศัพท์มือถือได้เท่ากับกิจกรรมอื่น ๆ เมื่อเทียบกับการเล่นแอปโซเชียลมีเดีย 74% หรือการเล่นเกมออนไลน์ 45% มีเพียง 37% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่กล่าวว่าพวกเขาคาดว่าจะใช้เวลากับสิ่งนี้มากขึ้นในอีก 1-2 ปีข้างหน้า

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...