โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ป้องกันกำจัดโรครากเน่า - โคนเน่าทุเรียนด้วยวิธีการขูดโคนและฝังเข็ม

รักบ้านเกิด

อัพเดต 06 ก.พ. 2563 เวลา 06.20 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2563 เวลา 06.20 น. • รักบ้านเกิด.คอม

โรครากเน่า โคนเน่า ของทุเรียนจากเชื้อรา ไฟทอปธอร่า(Phytophthora palmivora) เป็นโรคฮิตคู่ชีวิตทุเรียน และจัดว่าเป็นโรคที่สร้างความเสียหายให้แก่ทุเรียนได้มากที่สุด กว่าจะสังเกตเห็ดนตนหรือรักษาเยียวยาได้ทันท่วงที ก็อาจพลาดพลั้งเสียต้นทุเรียนให้กับโรคนี้ไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งการจัดการรับมือกับโรคนี้มีทั้งการใช้สารเคมีบำบัดและใช้วิธีชีวินทรีย์ ควบคู่ไปกับการบำรุงต้นให้แข็งแรง และอีกหนึ่งวิธีที่ใช้ได้ผลดีก็คือ การขูดโคนและฝังเข็ม

Plant/10547_1_ทุเรียน_50_ปี_4.jpg

ต้นทุเรียนอายุ 50 ปี จากสวนทุเรียนลุงแกละที่ได้รับการดูแลแบบขูดโคนและฝังเข็ม

วิธีสังเกตต้นทุเรียนมีอาการรากเน่า-โคนเน่า : เมื่อพิจารณาจากรอบนอกทรงพุ่ม จะพบว่าต้นที่เป็นโรคนั้นมีใบไม่สด ใบดูสลดท่ามกลางสภาพอากาศสดใส ในตอนกลงวันและจะไปฟื้นเป็นปกติในเวลากลางคืน จากนั้นใบด้านล่างจะเริ่มมีจุดประสีเหลืองแล้วร่วงหลุดลง และอีกอาการหนึ่งที่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าทุเรียนต้นนี้เป็นโรครากเน่าโคนเน่าหรือไม่ ด้วยเข้าสวนแต่เช้าเพราะทุเรียนจะเหมือนคนเรา ตรงที่ตื่นเช้ามาก็ต้องหากินทันที ดังนั้นต้นที่ปกติโคนต้นในตอนเช้าจะแห้ง จากการดูดน้ำปรุงอาหารเมื่อมีแสงแดด หากต้นไหนเป็นเชื้อรา โคนต้นจะแฉะ มีน้ำซึมออกมา เหมือนเปียกน้ำ นี่คือสัญญาณของโรคในระดับที่ค่อนข้างรุนแรง ต้องเร่งแก้ไข เพราะในระยะที่เป็นแรกๆ เราจะสังเกตไม่ได้
 

Plant/10547_2_ขูดโคนต้นทุเรียน.jpg

ต้นทุเรียนที่ได้รับการจัดการด้วยวิธีการขูดโคนป้องกันโรครากเน่า-โคนเน่า

เทคนิคการป้องกันรักษาโรครากเน่า - โคนเน่าทุเรียนของสวนทุเรียนลุงแกละ :จะใช้วิธีการขูดเปลือกและฝังเข็ม ดังนี้
การขูดต้นจะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและแมลงลงได้ เพราะบนเปลือกของต้นนั้นเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและหนอนแมลงชั้นดี หากไม่มีการขูดโคนจะทำให้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติได้ยาก เพราะบางทีเชื้อราก็ฝังตัวอยู่ตามซอกและใต้เปลือกซึ่งยากจะมองเห็น การขูดโคนนี้จะใช้มีดคมๆ ถากชั้นเปลือกนอกที่ความสูงจากพื้นดินขึ้นไปประมาณ 1 - 1.5 เมตรออก โดยขูดเปลือกชั้นนอกออกทุกต้น ระหว่างการขูดเปลือกต้องใช้กระสอบรองเปลือกที่ขูดออกไปทิ้งหรือเผาไฟ เพื่อไม่ให้เชื้อโรคสัมผัสดินหรือป้องกันเชื้อราลงดิน จากนั้นใช้ Metalaxyl ทาบริเวณที่ขูดเปลือกออกให้ทั่ว หรือ จะใช้โฟลิออกฟอร์ด ใส่ฟ้อกกี้ฉีดโคนต้นให้ทั่วก็ได้เช่นกัน เมื่อโคนต้นโล่งแล้วก็จะสังเกตเห็นเชื้อโรคและแมลงได้ง่าย
หมายเหตุ :
- อุุปกรณ์ที่ใช้ในการขูดต้นทุเรียน จะใช้มีดหนือของมีคมอื่นๆ ตามสะดวก
- การขูดโคนจะนิยมทำในต้นทุเรียนอายุ 7 ปีขึ้นไป เพราะจะเป็นช่วงที่เปลือกเริ่มหนา หากเป็นต้นที่อายุต่ำกว่านี้จะใช้การขูดและรักษาอาการแบบเฉพาะจุด
 

Plant/10547_3_ฉีดยา_โคนต้น_๒.jpg

การใช้โฟลิออกฟอร์ดใส่ฟ้อกกี้ฉีดโคนต้น

การฝังเข็มจะทำหลังจากขูดโคนทายาแล้ว จะใช้สว่านดอกเล็กเจาะเข้าต้นแล้วใช้สลิ้งดูดตัวยา Phosphorous Acid (40% W/V SL) ซึ่งเป็นตัวทำให้เชื้อรา Phytophthora sp. เป็นหมัน หยุดการสร้างเซลล์และตาย จำนวน 1 ลิตร ผสมน้ำกลั่นบริสุทธิ์ 1 ลิตร ฉีดลงตรงโคนต้นทุกต้นที่ทำการเจาะรูด้วยสว่านแล้วในอัตรา 32 ซีซีต่อต้น ต้นที่ไม่มีบาดแผล/ไม่มีเชื้อราเข้าทำลายจะใช้ 1 เข็ม(32 (ซีซี),ต้นมีเชื้อราเข้าทำลายใช้ในอัตรา 2 เข็ม(เข็มละ 32 ซีซี)ต่อต้น
 

Plant/10547_4_ฉีดยา_โคนต้น_๑.jpg

โอ๋ นิธิภัทร์ ทองอ่อน ผู้จัดการสวนทุเรียนลุงแกละ กำลังฝังเข็มลงโคนต้นทุเรียนที่ได้รับการขูดโคน

โดยอัตรา 32 ซีซีต่อเข็ม จำนวน 1 - 2 เข็มต่อต้น จะใช้กับต้นที่มีอายุ 7- 10 ปี ถ้าต้นมีอายุตั้งแต่ 10 - 20 ปี ใช้ 3 เข็ม แต่ถ้าต่ำกว่า 7 ปี จะใช้ 20 ซีซีต่อต้น ปีละ 2 ครั้ง
 

Plant/10547_5_อุปกรณ์ขูดเปลือก.jpg

อุปกรณ์ที่ใช้ในการขูดเปลือกทุเรียน ดัดแปลงได้จากใบมีดตัดหญ้า และ มีดกรีดยาง

เปลือยหมดเปลือก กับเคล็ดลับการผลิตทุเรียนเนื้อทองเกรดพรีเมี่ยม จากสวนทุเรียนลุงแกละ
--------
เขียน/เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์ Web Content Editor @ www.rakbankerd.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...