วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ VS วิทยาการคอมพิวเตอร์ เรียนต่างกันอย่างไร – เลือกเรียนสาขาไหนดี?
สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจอยากจะเรียนต่อทางด้านคอมพิเตอร์ แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกเรียนอะไรดี เพราะแต่ละคณะ/สาขาก็น่าสนใจและมีความใกล้เคียงกันมากจนเลือกไม่ถูกเลยว่าจะเรียนสาขาไหนดี ดังนั้นในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ มีข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ มาเทียบให้ดูกันไปชัด ๆ เลยว่าทั้ง 2 สาขานี้ มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
แตกต่างกันอย่างไร? วิศวกรรมคอมฯ VS วิทยาการคอมฯ
มาเริ่มต้นกันที่ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Engineering) เป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ การสร้างเครื่องหรือระบบคอมพิวเตอร์ และรวมถึงการบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ อีกด้วย โดยเนื้อหาที่น้อง ๆ จะได้เรียนจะมีทั้งด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการสื่อสาร ควบคู่กับความรู้ทางด้านวิศวกรรม
หลักสูตรการเรียนการสอนจะมุ่งเน้นทางด้านทฤษฎี และการฝึกฝนปฏิบัติของทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้า คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ รวมถึงการประยุกต์เข้ากับปัญหาทางด้านการออกแบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ที่ใช้คอมพิวเตอร์ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิชาเรียนที่น้อง ๆ จะต้องเจอ เช่น พื้นฐานการเขียนโปรแกรม, คณิตศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์, อิเล็กทรอนิกส์, ตรรกศาสตร์ดิจิทัล, โครงสร้างข้อมูลและขั้นตอนวิธี, โครงสร้างและสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์, ระบบปฏิบัติการ, ระบบฐานข้อมูล, วิศวกรรมซอฟต์แวร์ และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
ส่วน สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Science) เป็นสาขาที่เรียนรู้ตั้งแต่โครงสร้างของคอมพิวเตอร์ ระบบการทำงานภายใน ไปจนถึงเรื่องการนำมาประยุกต์ใช้งาน เน้นทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งด้านทฤษฎีภาษาโปรแกรม ทฤษฎีการพัฒนาซอฟต์แวร์ ทฤษฎีฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ และทฤษฎีเครือข่าย ฯลฯ
วิชาเรียนที่น้อง ๆ จะต้องเจอ เช่น พื้นฐานคณิตศาสตร์, วิทยาการคอมพิวเตอร์เชิงทฤษฎี, ระบบข้อมูลและสารสนเทศ, วิธีคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ เป็นต้น
ความคล้ายกันของทั้ง 2 สาขา คือ…
สำหรับความคล้ายกันของทั้ง สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มีสื่งที่น้อง ๆ ต้องรู้ ดังนี้
1. การเขียนโปรแกรมและซอฟต์แวร์
ทั้ง 2 สาขามีการเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาต่าง ๆ และยังรวมถึงการเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการเขียนโปรแกรมว่ามีอะไรบ้าง ภาษาที่ใช้ในการเขียนมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะหรือแตกต่างกันอย่างไร
2. โครงการและการควบคุมคอมพิวเตอร์
อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นวิชาพื้นฐานที่ต้องเรียนเหมือนกันก็คือ เรียนรู้เกี่ยวกับส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ทั้งด้านซอฟต์แวร์ อาร์ดแวร์ และโปรแกรมพื้นฐานที่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ควรมี ไปจนถึงเรื่องของการเข้าและการถอดรหัสของคอมฯ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลในเครื่องคอมฯ ที่มีความสำคัญจะต้องเก็บเป็นข้อมูลลับ
3. การสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์
และเรื่องอีกหนึ่งเรื่องที่ทั้ง 2 สาขาต้องเรียนรู้เหมือนกันก็คือ การสื่อสารข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ผ่านระบบเครือข่าย (ระบบอินเทอร์เน็ต) เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกันและทำงานร่วมกันได้
ความแตกต่างที่ควรรู้
สำหรับ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จะเน้นเรียนรู้ในส่วนของฮาร์แวร์และระบบแผงวงจรคอมพิวเตอร์ รวมถึงความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ อีกด้วย เพื่อให้ผู้เรียนสามารถความรู้ทั้ง 2 ด้านมาประยุกต์ใช้ร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการทำงาน เช่น
1. องค์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์
โดยที่น้อง ๆ จะเรียนต่อยอดมาจากวิศวกรรมไฟฟ้า หลังจากสร้างวงจรต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อยในการเชื่อมต่อวงจร ไปจนถึงกระบวนการเขียนโปรแกรม สร้างระบบการเชื่อมต่อต่าง ๆ เพื่อให้สามารถนำมาใช้งานได้จริง
2. การนำระบบคอมพิวเตอร์ไปประยุกต์ใช้
วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จะเน้นให้เรานำความรู้ที่เรียนมาไปใช้งานกับสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักร หรือหุ่นยนต์ต่างก็ต้องใช้โปรแกรม เพื่อให้สามารถทำตามคำสั่งหรือทำหน้าที่ต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องมีการบังคับ เพียงแค่เราคอยดูแลระบบการสั่งงานไม่ได้เกิดความผิดพลาด เท่านั้น
ส่วนสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ จะเน้นการนำไปประยุกต์ใช้งานด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านกราฟิก หรือนำไปใช้งานในแบบอื่น ๆ เช่น
1. การประยุกต์ใช้ด้านงานกราฟิกและมัลติมีเดีย
เป็นการประยุกต์เอาความรู้ด้านคณิตศาสตร์ เข้ากับการออกแบบงานต่าง ๆ เช่น ซอฟต์แวร์ที่มีการเขียนแบบ CAD เป็นต้น
2. การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์
จะเป็นการศึกษาวิธีการสร้างระบบสารสนเทศที่มีความชาญฉลาด หรือที่เรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อนำมาประยุกต์ใช้งานในด้านต่าง ๆ โดยมีต้นแบบมาจากพฤติกรรมของมนุษย์ นั่นเอง
สัดส่วนคะแนนที่ใช้ (รอบที่ 4 แอดมิชชัน)
– วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ : GPAX + O-NET + GAT + PAT2 + PAT3
– วิทยาการคอมพิวเตอร์ : GPAX + O-NET + GAT + PAT2
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- มหาวิทยาลัยทักษิณ
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
8. มหาวิทยาลัยนเรศวร
9. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง - มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
- มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
- มหาวิทยาลัยแม่โจ้
- มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
- มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
- สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
- สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
17. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
** นี่เป็นเพียงตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนทางด้านนี้เท่านั้น ทั้งนี้ยังมีอีกหลายสถาบันการศึกษาทั่วประเทศไทยที่เปิดสอนด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ น้อง ๆ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของคณะ/สาขา ของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ที่สนใจได้เลยค่ะ
จบแล้วทำงานอะไรได้บ้าง?
วิศวกรรมคอมพิวเตอร์
- วิศวกรซอฟต์แวร์
- นักวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์
- นักพัฒนาเว็บไซต์
4.โปรแกรมเมอร์ ฯลฯ
วิทยาการคอมพิวเตอร์
- ผู้ออกแบบและวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์
2. โปรแกรมเมอร์
3. ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
4. ผู้ออกแบบงานด้านกราฟิก
5. ประกอบธุรกิจหรือนักลงทุนด้านระบบคอมพิวเตอร์ ฯลฯ
จากข้อมูลดังกล่าวน้อง ๆ จะเห็นได้ว่าทั้ง สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มีความใกล้เคียงในการเรียนการสอนกันมากเลยทีเดียว แต่ก็มีความแตกต่างกันในด้านเรื่องซอฟต์แวร์ ฮาร์แวร์ และการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้งาน
และพี่ ๆ แคมปัส-สตาร์ หวังว่าข้อมูลที่เราได้รวบรวมมาให้น้อง ๆ ได้อ่านกันนั้น จะเป็นประโยชน์และช่วยทำให้น้อง ๆ ตัดสินใจในการเรียนเลือกเรียนด้านคอมพิวเตอร์ในสาขาที่ชอบและเหมาะกับตัวเองได้ง่ายยิ่งขึ้น ไฟติ้ง!!!!
อ้างอิงข้อมูลจาก : www.cp.eng.chula.ac.th, www.spicydog.org, วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, rru-comsci.blogspot.com