โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุจิตต์ วงษ์เทศ : นวดข้าวกลางลาน ข้าวเปลือกกองพูน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 12 ธ.ค. 2563 เวลา 14.42 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 12.00 น.
นวดข้าวด้วยควาย (ภาพของโสมนิมิตต์ พ.ศ.2512)

นวดข้าวกลางลาน

ข้าวเปลือกกองพูน

ทํานาเป็นงานรวมหมู่เพื่อสะสมอาหาร (ข้าว) เลี้ยงชุมชนตลอดปีในสังคมเทคโนโลยี (ไม่ก้าวหน้า) แบบดั้งเดิม

จึงเป็นต้นตอระบบเครือญาติของสังคมหมู่บ้านสมัยแรกเริ่มที่ยังตกค้างถึงปัจจุบันเรียก “ระบบอุปถัมภ์”

นวดข้าว เดือนยี่

นวดข้าว เดือนยี่ หรือเดือน 2 (ราวธันวาคม-มกราคม) คือ การทำให้เมล็ดข้าวหลุดจากรวงข้าวโดยจูงควายขึ้นย่ำบนก่อข้าวที่เกี่ยวแล้วมัดรวมเป็นฟ่อน (แต่บางท้องถิ่นทำด้วยวิธีอื่น เช่น ตีข้าว, ฟาดข้าว เป็นต้น) โดยมีรวงข้าวซึ่งถูกสมมติเป็นแม่ข้าว หรือข้าวขวัญ พร้อมข้าวปลูกเป็นพันธุ์ข้าวใช้ปลูกปีต่อไป รวมอยู่ในสถานที่จัดไว้เป็นพิเศษ (เสมือนประธานพิธีนวดข้าว)

ฤดูทำนาตั้งแต่ไถนาจนถึงเกี่ยวข้าว, นวดข้าว, และอื่นๆ ชุมชนโบราณพึ่งพาแรงงานเครือญาติและเพื่อนบ้านเรียก “ลงแขก” (เพราะไม่มีเครื่องจักรเครื่องทุ่นแรง เช่น รถไถ, รถเกี่ยวข้าว)

ดังนั้น ในฤดูเกี่ยวข้าวต้องตกลงนัดหมายจัดลำดับว่านาของใครเกี่ยววันไหน? ทุกคนต้อง “ลงแขก” เกี่ยวข้าวนานั้นจนกว่าจะครบทั้งชุมชน

นาที่เกี่ยวเสร็จแล้วเมื่อได้ข้าวมัดเป็นฟ่อนเอาไปจัดกองรวมกันบนลานนวดข้าวของชุมชน เมื่อเกี่ยวข้าวในนาครบหมดแล้วจึงกำหนดร่วมกันวันนวดข้าวพร้อมกัน

ต้นข้าวมีลำต้นกับรวงเมล็ดข้าวสีเหลืองแก่หรือน้ำตาลแก่ติดปลายรวงเป็นช่อยาวที่ต้องเกี่ยวหรือตัดไปเอาเมล็ดข้าวออกจากรวงด้วยการนวด (หรือตี หรือฟาด)

ต้นข้าวที่เกี่ยวแล้วตั้งแต่โคนถึงปลายรวงเฉลี่ยยาวราว 2 เมตร ถูกมัดโคนด้วยตอกไม้ไผ่รวมกันเป็นหอบใหญ่ เรียกแต่ละมัดว่าฟ่อน (หรือฟ่อนข้าว) วางกระจายในนาไว้ก่อน รอขนไปนวด

เมื่อเกี่ยวข้าวหมดแล้ว ชาวนาขนฟ่อนข้าวไปวางรวมกันที่ลานดินแห่งหนึ่งที่เตรียมไว้เป็นวงกลมที่ชายขอบนอกหมู่บ้าน หรืออาจกลางหมู่บ้านก็ได้ เรียกลานนวดข้าว

ลานนวดข้าว

ลานนวดข้าว หมายถึง พื้นที่ปรับเรียบราบเคียงเพียงเสมอกัน แล้วตักขี้ควายผสมน้ำให้ข้น (เสมือนกาว) เอาราดพื้นดินที่เตรียมไว้นั้น โดยมีไม้แผ่นเกลี่ยขี้ควายให้ทั่วเสมอกันเหมือนหน้ากลอง แล้วปล่อยตากแดดตากลมให้แห้ง เมื่อขี้ควายแห้งจะเป็นแผ่นแน่นกรังฉาบหน้าพื้นที่นั้น (เสมือนยางมะตอยปัจจุบัน)

ทำขวัญลาน

ลานนวดข้าวมีขวัญสิงอยู่ตามความเชื่อในศาสนาผีของบรรพชนคนสุวรรณภูมิอุษาคเนย์ ราว 3,000 ปีมาแล้ว

ก่อนใช้งานต้องมีพิธีทำขวัญ เรียกทำขวัญลาน หมายถึงทำขวัญลานนวดข้าว

สงฟาง

เมื่อคะเนว่านวดข้าวจนเมล็ดข้าวหลุดจากรวงหมดแล้วก็หยุด ชาวนาร่วมกันสงฟางให้เหลือแต่เมล็ดข้าวเปลือก

สงฟาง หมายถึงใช้ตะขอไม้ไผ่เสมือนคันหลาวยาว เขี่ยฟางออกจากเมล็ดข้าว (สง แปลว่า หยิบหย่งๆ หรือเขย่าให้อีกสิ่งหนึ่งร่วงลง ฟาง แปลว่า ต้นข้าวแห้งที่ถูกนวดเอาเมล็ดออกแล้ว)

เพลงสงฟาง ของชาวบ้านแต่ก่อน ได้ชื่อจากชาวนาร่วมกันสงฟางหลังนวดข้าว แต่ไม่ได้เล่นเพลงไปสงฟางไปเพราะเป็นไปไม่ได้ ถ้าจะเล่นก็เล่นตอนเสร็จงานสงฟางแล้ว (ซึ่งไม่เคยพบ) หรือในโอกาสพิเศษ

ฝัดข้าว หมายถึง กระพือกระดังข้าวเปลือกขึ้นลงเพื่อแยกส่วนที่ต้องการกับส่วนที่ไม่ต้องการออกจากกัน โดยเฉพาะเศษฟางข้าวตลอดจนดินหินกรวดทรายที่ปะปนมา แต่บางชุมชนท้องถิ่นโรยข้าวเปลือกจากกระบุง (ยกขึ้นเหนือหัว) ลงพื้นลานให้ลมพัดเศษผงปลิวออกไป สมัยหลังๆ มีเครื่องทุ่นแรง (เทคโนโลยีจากจีน?) เรียก “เครื่องฝัดข้าว”

ชักกระดาน

เมื่อสงฟางออกหมดแล้วจะมีเมล็ดข้าวตกกระจายเรี่ยรายปนเศษผงฟางข้าวเต็มลานนวดข้าว ชาวนาต้องร่วมกันใช้ไม้กวาด (จากต้นมอน หรือต้นไม้กวาด) กวาดเมล็ดข้าวไปกองรวมกัน

แต่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องเอาเชือก 2 เส้น ผูกแผ่นกระดานเป็นสองสาย แล้วช่วยกันลากเอาข้าวเป็นกองพูนสูงขึ้นไป

เพลงชักกระดานของชาวบ้านแต่ก่อน ได้ชื่อจากชาวนาร่วมกันชักกระดานพูนข้าวเป็นกองสูงในลานนวดข้าว แต่ไม่ได้เล่นเพลงขณะชักกระดานเพราะเป็นไปไม่ได้ ถ้าจะเล่นก็เล่นเมื่องานชักกระดานเสร็จสมบูรณ์แล้ว (ซึ่งไม่เคยมี) หรือในโอกาสพิเศษ

บุญคูนลาน

บุญคูนลาน เป็นคำลาวลุ่มน้ำโขง หมายถึงลานที่มีเมล็ดข้าวเปลือกกองอยู่มาก (คูน มีความหมายเดียวกับ พูน แปลว่าทำให้กองทับถมสูงขึ้น หรือพอกพูนขึ้น)

หลังนวดข้าวเสร็จแล้วมีทำบุญเลี้ยงพระเป็นประเพณีหลังรับศาสนาพุทธจากอินเดีย

ยุ้งข้าว

เมื่อได้ข้าวเปลือกกองอยู่ลานนวดข้าว ต้องขนเก็บในยุ้งข้าว (บางแห่งเรียก เยียข้าว, เล้าข้าว) หมายถึงเรือนเก็บข้าวเปลือกไว้กินตลอดปี

ยุ้งข้าวมีขวัญ ก่อนขนข้าวเปลือกขึ้นยุ้ง ต้องทำขวัญยุ้ง (เช่นเดียวกับทำขวัญลานนวดข้าว)

นวดข้าวนาหลวง

พระเจ้าบรมโกศเสด็จออกไปทำพิธีนวดข้าวที่ทุ่งหันตรา (ซึ่งมีพื้นที่กำหนดเป็นนาหลวงอยู่หน้าวัดหันตรา) เมื่อได้ฟางข้าวจำนวนหนึ่งขนใส่เกวียน และใส่ล้อขนเข้าวัง เอาฟางประดิษฐ์เป็นฉัตรฟางข้าวถวายพระทุกวัด แล้วมีการละเล่นมหรสพฉลองและให้ทาน

(คำให้การขุนหลวงหาวัด)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...