โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ค่าจ้างสถาปนิก แบบไม่ต้องนึกไปเอง

Mango Zero

เผยแพร่ 05 ก.ย 2562 เวลา 07.46 น. • Mango Zero

สำหรับคนที่อยากมีบ้านสวยๆ แต่ไม่อยากเครียดออกแบบเอง หนึ่งในวิธีแก้ปัญหานั้นก็คือจ้างสถาปนิกหรือดีไซเนอร์มาออกแบบ แต่มันก็จะมีปัญหาใหญ่นึงที่โผล่ขึ้นมาในหัวเพื่อนๆ แทนว่า สถาปนิกนั้นถ้าจ้างแล้วจะมีค่าบริการอะไรอย่างไร และนั่นทำให้เพื่อนๆ บางคนเกิดความกังวลที่คิดไม่ใช้บริการเลยก็มี (เศร้า)

ต้องบอกไว้ว่าการจ้างสถาปนิกมาช่วยในออกแบบนั้นค่อนข้างคุ้มค่า เพราะเขาจะช่วยเราตั้งแต่คิดคอนเซ็ปต์ดีไซน์ ดูเรื่องสัญญาและกฎหมาย ยันดูแลและตรวจสอบงานก่อสร้าง เพื่อความแจ้งกระจ่างแล้ว เรามาดูขั้นตอนในการบริการและค่าจ้างของสถาปนิกไปด้วยกันเลย

*อ้างอิงตามข้อกำหนดตามคู่มือสถาปนิกของสมาคมสถาปนิกสยามฯ พ.ศ. 2547  **

ค่าจ้างทั้งหมดจะคิดเริ่มต้นเป็น%จากค่าก่อสร้างทั้งหมดที่ประเมินไว้ขั้นต้น

ขั้นแรกคือคิดค่าบริการรวมทั้งก่อน ซึ่งปกติแล้วการคิดค่างานบริการเราจะคิดค่าจ้างรวมเป็นหลัก %ของงบก่อสร้างที่ประเมินขึ้นมา โดย % นั้นก็จะขึ้นอยู่กับการประเมินของสถาปนิกใน3 ระดับ ได้แก่ ไม่ซับซ้อน ซับซ้อน ซับซ้อนมาก

เช่น ถ้างบก่อสร้างโครงการไม่ถึง 50 ล้านบาท ถ้าโครงการดูไม่ซับซ้อนจากคิดเป็น4.5%ของงบก่อสร้างทั้งหมด หรือถ้าโครงการซับซ้อนมากก็จะแปรเปลี่ยนเป็น8.5%ของงบก่อสร้างทั้งหมด

โดยทั้งหมดทั้งมวลเราสามารถค้นหาอ่านได้ในข้อกำหนดอัตราค่าจ้างผู้ให้บริการงานจ้างออกแบบ พ.ศ. 2562บัญชีที่ 1เพื่อความความละเอียดที่มากขึ้นนะครับ 

จ่าย 5%ของค่าจ้างทั้งหมดในตอนทำสัญญาจ้าง และอีก 25%ของค่าจ้างทั้งหมดหลังส่งงาน*ออกแบบร่างขั้นต้น *

เมื่อทำสัญญาจ้างแล้วก็จะต้องจ่าย5% ของค่าจ้างทั้งหมดที่ประเมินไว้ก่อนหน้า เพื่อเป็นค่ามัดจำในการทำงาน และแล้วสถาปนิกเขาก็จะไปจัดการวางงานออกแบบในขั้นต้นมาให้เรานั่นเอง

โดยการทำการบ้านเกี่ยวกับความต้องการของเรา ได้แก่ความต้องการ พื้นที่ใช้สอย รวมทั้งข้อกฎหมายและเรื่องที่เกี่ยวข้อง และการประเมินราคาก่อสร้าง เพื่อความถูกต้องมากยิ่งขึ้น

และเมื่อสถาปนิกส่งงานเราได้อย่างครบถ้วนในขั้นนี้แล้ว ก็ต้องจ่ายอีก 25%ของค่าจ้างทั้งหมดหลังส่งงานออกแบบร่างขั้นต้น เพื่อให้เขาข้ามไปทำแบบที่จริงจังยิ่งขึ้นในขั้นตอนต่อไปนั่นเอง

จ่าย 25%ของค่าจ้างทั้งหมด เมื่อส่งงานออกแบบในขั้นสุดท้าย

หลังจากได้รับแบบขั้นต้นแล้ว ก็จะเข้าสู่ช่วงที่เจ้าของบ้านหลายๆ คนชื่นชอบ ก็คือขั้นตอนออกแบบก่อนไปงานแบบก่อสร้าง ขั้นนี้จะเป็นเรื่องของการฟีตแบคระหว่างสถาปนิกจนกว่าจะถูกใจกันทั้งสองฝ่าย ค่อยๆ เรียบเรียงฝันให้กลายเป็นจริงๆ โดยมักจะแก้ไปมาอยู่ที่ 1-2 ครั้ง (บ้างไปถึง 3 ครั้ง แล้วแต่การตกลงกัน)

เมื่อพัฒนาแบบไปจนต่างคนต่างมั่นใจว่า แบบนี้แหละคือแบบที่เราจะนำมันไปก่อสร้างให้กลายเป็นของจริงแล้ว เราก็จะต้องจ่ายอีก25% เมื่อส่งงานออกแบบในขั้นสุดท้ายนี้ เพื่อที่สถาปนิกจะเตรียมตัวไปทำงานแบบงานก่อสร้าง

ค่าแบบงานก่อสร้างจะอยู่ที่ 20% ของค่าจ้างทั้งหมด

และแล้วก็มาสู่ขั้นตอนทำแบบก่อสร้าง ที่มีความละเอียดและต้องก่อสร้างได้จริงแล้ว เป็นแบบที่เอาไว้คุยกับผู้รับเหมาในขั้นตอนก่อสร้างนั่นเอง

และขั้นตอนนี้ สถาปนิกยังต้องแบบเพื่อขออนุญาตก่อสร้างกับทางเขตอีกด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการฟ้องร้อง และเมื่อทำแบบก่อสร้างและแบบขออนุญาตเรียบร้อยสมบูรณ์ สถาปนิกจะคิดค่าบริการในขั้นตอนนี้อยู่ที่ 20% ของค่าจ้างทั้งหมด

ช่วยประสานเรื่องผู้รับเหมาและติดตามงานก่อสร้าง

หลังจากที่ทำแบบก่อสร้างเสร็จแล้ว เราก็จะต้องหาผู้รับเหมาทเพื่อเข้ามารับผิดชอบงานก่อสร้างต่อ โดยในงานบริการของสถาปนิกจริงๆ แล้วตอนนี้ จะเป็นเรื่องของการให้คำปรึกษาและเข้าไปติดตามความคืบหน้าของงานก่อสร้างอย่างต่อเนื่องนั่นเอง ซึ่งงานบริการต่างๆ ที่อาจจะงอกขึ้นมา

เช่น ทำแบบก่อสร้างหน้างานเพิ่มเติม (As Built) หรือเข้าไปติดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะจุดที่คาดเดาไม่ได้ ก็จะเป็นเรื่องของการตกลงกันเพิ่มเติมกับผู้ว่าจ้างนั่นเองครับ

ทั้งหมดทั้งมวลของเนื้อหางานบริการและค่าจ้างของสถาปนิกในบทความนี้ หวังว่าจะช่วยเหลือในการตัดสินใจของคนที่คิดสร้างบ้านด้วยสถาปนิกนะครับ ขอให้ได้บ้านในฝันกันทุกคนเลยครับ

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...