โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อยากเป็น นักเทคนิคการแพทย์ หรือ หมอแล็บ ต้องเรียนกี่ปี – สอบเข้าเรียนต่อย่างไร?

Campus Star

เผยแพร่ 09 ก.ย 2562 เวลา 05.28 น.
ในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ ก็ได้รวบรวมข้อมูลน่ารู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ คณะเทคนิคการแพทย์ มาให้น้อง ๆ ได้ศึกษาทำความเข้าใจกันก่อนสมัครเรียนแล้วจ๊ะ

เชื่อว่าน้อง ๆ ม.ปลายหลายคนคงได้เคยยินชื่อ คณะเทคนิคการแพทย์ หรือคณะสหเวชศาสตร์ กันมาบ้างแล้วอย่างแน่นอน แต่ก็ยังคงมีน้อง ๆ หลายคนที่ไม่รู้ว่าคณะเรียนเกี่ยวกับอะไร เรียนเหมือนกับแพทย์หรือเภสัชศาสตร์หรือเปล่า จบมาแล้วทำงานอะไรได้บ้าง มีมหาวิทยาลัยไหนเปิดสอนบ้าง และถ้าจะสมัครเข้าศึกษาต่อจะต้องใช้คะแนนอะไรบ้าง ในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ ก็ได้รวบรวมข้อมูลน่ารู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับคณะเทคนิคการแพทย์มาให้น้อง ๆ ได้ศึกษาทำความเข้าใจกันก่อนสมัครเรียนแล้วจ๊ะ ถ้าพร้อมไปลุยกันเลย

คณะเทคนิคการแพทย์ เรียนเกี่ยวกับอะไร?

เทคนิคการแพทย์ (Medical technologist) หรือที่ทุกคนมักจะเรียกกันว่าหมอแล็บ เป็นสาขาวิชาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในวงการแพทย์และวิทยาศาสตร์ เนื่องจากเป็นงานที่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังการรักษาของคุณหมอ โดยมีหน้าที่ในการตรวจสอบระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคและการติดตามการรักษา เช่น การตรวตสารชีวเคมีในเลือด ปัสสาวะ น้ำคัดหลั่ง เซลล์เม็ดเลือด การตรวจวิเคราะห์พยาธิ การตรวจแยกชนิดและการทดสอบยาปฎิชีวนะ การตรวจภูมิคุ้มกันต่างๆ ในร่างกาย การเพาะเลี้ยงเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัสที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ในการวิเคราะห์สารเสพติดและสารพิษในร่างกาย ในอาหาร และในสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ยาบ้า เฮโรอีน สารตะกั่ว และสารปรอท เป็นต้น คณะเทคนิคการแพทย์เรียน 4 ปีด้วยกัน โดยในแต่ละปีการศึกษาน้อง ๆ จะเจอวิชาเรียน ดังต่อไปนี้

ปี 1 – 4 เรียนอะไรบ้าง?

ชั้นปีที่ 1 น้อง ๆ จะเรียนปรับพื้นฐานด้านวิทย์-คณิตในวิชาต่าง ๆ อาทิ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ (เน้นเรื่องสถิติและแคลคูลัส) ภาษาอังกฤษ สังคมศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ส่วนชั้นปีที่ 2 จะเริ่มมีการปูพื้นฐานให้น้อง ๆ มีความเข้าใจถึงระบบต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์มากยิ่งขึ้น ทั้งระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในร่างกาย โครงสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ ระบบประสาท เคมี และชีวโมเลกุลที่เป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต

มาถึงชั้นปีที่ 3 จะเรียนวิชาเฉพาะด้านเทคนิคการแพทย์ โดยจะเรียนเกี่ยวกับการตรวจสอบสารคัดหลั่งของมนุษย์เพื่อนำมาใช้ในการวินิจฉัย การติดตามโรค การพยากรณ์โรค การป้องกันโรค ตัวอย่างวิชาที่เรียน เช่น โลหิตวิทยาคลีนิก ซึ่งเรียนเกี่ยวกับการตรวจแยกเม็ดเลือดแดง และเม็ดเลือดขาว ฯลฯ

และในชั้นปีที่ 4 จะเป็นการทำวิทยานิพนธ์และฝึกปฏิบัติงาน โดยในเทอมที่ 1 จะเรียนเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีด้านเทคนิคการแพทย์ กฎหมายวิชาชีพ และนอกจากนี้ยังจะต้องทำวิทยานิพนธ์ด้วย ส่วนในเทอมที่ 2 จะเป็นการฝึกปฏิบัติงานจริงในห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข สภากาชาด ฯลฯ

คุณสมบัติของผู้สมัครเรียน

  • สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในแผนการเรียนวิทย์-คณิต
  • มีสุขภาพดี ไม่มีอาการของตาบอดสี

** ในบางมหาวิทยาลัยอาจจะมีการกำหนดผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ขั้นต่ำด้วย ดังนั้นน้อง ๆ ควรจะต้องดูรายละเอียดในข้อดีกันให้ดีด้วยนะจ๊ะ

คะแนนที่ใช้ในการสมัคร (รอบแอดมิชชัน)

  • GPAX : 20%
  • O-NET : 30%
  • GAT : 20%
  • PAT2 (วิทยาศาสตร์) : 30%

** ทั้งนี้สัดส่วนคะแนนที่ใช้ในแต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัยกำหนดด้วยนะจ๊ะ

มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • มหาวิทยาลัยรังสิต
  • มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
  • มหาวิทยาลัยสงขลาครินทร์
  • มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น
  • มหาวิทยาลัยมหิดล
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • มหาวิทยาลัยบูรพา
  • มหาวิทยาลัยนเรศวร ฯลฯ

จบแล้วทำงานอะไรได้บ้าง

  • นักเทคนิคการแพทย์
  • นักวิจัย
  • นักรังสีเทคนิค
  • นักทัศนมาตรศาสตร์
  • เซลล์ขายอุปกรณ์ทางการแพทย์
  • เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์สุขภาพและความงาม
  • อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
  • เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์สุขภาพ
  • ครู/อาจารย์ ฯลฯ

อ้างอิงข้อมูลจาก : www.u-review.in.th, www.tcaster.net

บทความที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...