โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"CPAC-วัน แบ็งคอก" เบื้องหลังเทคอนกรีตอภิโปรเจ็กต์ 23,000 คิว 33 ชั่วโมง 15 นาที

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 มี.ค. 2563 เวลา 04.43 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 04.40 น.

ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการสร้างบันทึกสถิติใหม่ของวงการก่อสร้างในระดับประเทศและระดับภูมิภาคอาเซียน เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา

เรากำลังพูดถึงปฏิบัติการเทคอนกรีตแบบต่อเนื่อง ในอภิมหาโปรเจ็กต์มิกซ์ยูสแบรนด์“วัน แบ็งคอก” บนเนื้อที่ 104 ไร่ มูลค่าโครงการ 120,000 ล้านบาท ของตระกูลสิริวัฒนภักดี

LEED เริ่มต้นที่งานฐานราก

งานนี้รับผิดชอบโดย “CPAC-บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด” ผู้ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จและคอนกรีตสำเร็จรูปรายแรกของไทย นำเสนอนวัตกรรมคอนกรีตสูตรเฉพาะ และโซลูชั่นการเทคอนกรีตสำหรับงานเทฐานรากขนาดใหญ่ที่ใช้ปริมาณคอนกรีตมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมกว่า 23,000 ลูกบาศก์เมตร

“ชนะ ภูมี” รองกรรมการผู้จัดการ ซีเมนต์และคอนสตรัคชันโซลูชันของ CPAC ระบุว่า บริษัทได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้รับผิดชอบ บริษัทมีการออกแบบให้คอนกรีตมีความร้อนต่ำมาก เพื่อช่วยลดปัญหาการแตกร้าว แต่เพิ่มกำลังอัดสูงถึง 600 ksc ซึ่งนับเป็นคอนกรีตที่มีกำลังอัดสูงที่สุดสำหรับงานเทฐานรากขนาดใหญ่ ที่มีความลึกมากถึง 21 เมตร กว้าง 59.1 เมตร ยาว 91.5 เมตร และหนา 4.5 เมตร ทำลายสถิติที่ได้บันทึกไว้ในวงการก่อสร้างไทย

นอกจากนี้ ปูนซีเมนต์ที่ใช้เป็นส่วนผสมคอนกรีตยังเป็นผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้รับฉลากเขียว (Green Label) ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตอบโจทย์ความต้องการของโครงการที่ต้องการได้รับใบรับรองมาตรฐานอาคารเขียวระดับสูงสุด หรือ LEED Platinum สหรัฐอเมริกา

สุดติ่ง “เทปูนต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ โครงการวัน แบงค็อก กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จเปิดให้บริการเต็มรูปแบบปี 2569 ประกอบด้วยออฟฟิศบิลดิ้ง เกรดเอ 5 อาคาร ที่พักอาศัยระดับลักเซอรี่ 3 อาคาร พื้นที่ร้านค้าปลีก 4 โซน โรงแรมหรู 5 โรงแรม และพื้นที่ศูนย์กลางสำหรับกิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึง Signature Tower สูง 430 เมตร ในอนาคตจะกลายเป็น 1 ใน 10 ตึกสูงที่สุดในอาเซียน

สำหรับการเทฐานรากโครงการนี้ CPAC ใช้ปริมาณ “เทคอนกรีตอย่างต่อเนื่อง” มากที่สุดถึง 23,725 ลูกบาศก์เมตร ด้วยอัตราการเทสูงสุด 1,150 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง นับเป็นสถิติมากที่สุดในอาเซียน ใช้รถโม่จัดส่งคอนกรีตมาหน้างาน 547 คัน ใช้เวลาเทคอนกรีตจนแล้วเสร็จ 33 ชั่วโมง 15 นาที

ตลอดทั้งกระบวนการ CPAC ให้ความสำคัญด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัดทุกขั้นตอนตามหลักบริหารจัดการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (green operation) ทั้งในโรงงานและระหว่างการจัดส่ง อาทิ การพ่นสเปรย์ละอองน้ำภายในโรงงานและบนวัตถุดิบ เพื่อเพิ่มความชื้นในบรรยากาศและป้องกันฝุ่นละออง

มีบ่อหรือระบบน้ำวนล้างล้อรถโม่ก่อนออกจากโรงงาน ตรวจสอบสภาพรถไม่ให้มีการปล่อยควันดำเกินค่ามาตรฐานตามกฎหมายกำหนด ใช้ผ้าใบคลุมรางเทคอนกรีตท้ายรถโม่เพื่อป้องกันเศษคอนกรีตที่ติดค้างในรางหล่นบนพื้นถนน

นวัตกรรมคอนกรีตโลว์ฮีต

คำถามคือ นวัตกรรมคอนกรีตความร้อนต่ำสูตรพิเศษ เพิ่มกำลังอัดสูงถึง 600 ksc มีข้อดีอย่างไร

ผู้บริหาร CPAC ให้คำอธิบายโดยเริ่มต้นด้วยคำศัพท์ “ksc-kilogram per square centimeter” แปลว่า กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร ดังนั้น 600 ksc คือ คอนกรีตจะรับแรงอัดต่อพื้นที่ได้ 600 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร ซึ่งถ้า ksc สูง ๆ ยิ่งรับน้ำหนักอาคารได้มาก

“ปกติ ksc สูงมีการใส่สัดส่วนซีเมนต์ค่อนข้างมาก แต่ใส่มากก็ทำให้เกิดความร้อน โครงการนี้เก่งตรงที่เป็น low heat ด้วย และกำลังอัดสูงมากด้วย”

ทั้งนี้ คอนกรีตความร้อนต่ำจะช่วยลดปัญหาและความกังวลเรื่องการแตกร้าวเนื่องจากอุณหภูมิ (thermal crack) ด้วยคอนกรีตพิเศษที่ถูกออกแบบให้เกิดความร้อนต่ำกว่าคอนกรีตปกติคอนกรีตจะมีการคายความร้อนออกมาหลังจากที่ซีเมนต์ในคอนกรีตทำปฏิกิริยากับน้ำ

โดยเฉพาะโครงสร้างที่มีความหนามากกว่า 50 ซม.ขึ้นไป ความร้อนที่สะสมอยู่ภายในอาจมีอุณหภูมิสูงกว่า 70 องศาเซลเซียส จึงก่อให้เกิดความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิผิวและอุณหภูมิภายในโครงสร้าง (differential temperature) ทำให้คอนกรีตเกิดการหดตัวและการยึดรั้งที่ต่างกัน ในที่สุดก็จะแตกร้าว (thermal crack) ทำให้น้ำและความชื้นอาจซึมผ่านโครงสร้างคอนกรีตเข้าไปทำลายเหล็กเสริม ทำให้โครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบไว้

การเทคอนกรีตความร้อนต่ำที่มีกำลังอัด 600 ksc ถือเป็นครั้งแรกที่มีการใช้เทในฐานรากขนาดใหญ่ ซึ่งโดยปกติมักจะเห็นเฉพาะโครงสร้างเสา หรือผนัง shear wall รับแรงภายในอาคารเท่านั้น เท่ากับผลงานนี้คำนึง 2-3 แง่มุม เพื่อให้งานประสบความสำเร็จ อาทิ การออกแบบที่ลดความร้อนคอนกรีตลงเพราะการเทฐานรากขนาดใหญ่เกิดความร้อนสูง, ทำงานได้ง่าย ไหลลื่น รวดเร็ว และไม่ต้องใช้พลังงานมากเกินไป (เช่น ไม่ต้องจี้เขย่าคอนกรีตมาก)

From Waste to Wealth

ปฏิบัติการเทคอนกรีตต่อเนื่องข้ามวันข้ามคืนในโปรเจ็กต์ One Bangkok เป็นงานเทคอนกรีตฐานรากขนาดใหญ่อาคาร O3 ขนาดกว้าง 59.1 เมตร ยาว 91.5 เมตร หนา 4.50 เมตร ใช้เหล็กเสริม 2,200 ตัน ใช้คอนกรีตความร้อนต่ำ (low heat, fc” = 600 ksc) ปริมาตรคอนกรีตเท 23,725 ลูกบาศก์เมตร

โดยเตรียม plant ผสมคอนกรีตเพื่อจัดส่ง 38 plant แหล่งสำรองวัสดุที่ใช้ผสมคอนกรีต 21 จุด รถจัดส่งมายังหน้างาน 547 คัน ทางหน้างานจัดกรวยและรางเทคอนกรีต 105 จุด รองรับการเทคอนกรีตพร้อมกันครั้งละ 41 คัน เริ่มเทคอนกรีตศุกร์ 7 กุมภาพันธ์ เวลา 4 ทุ่ม เสร็จสิ้นในวันอาทิตย์ 9 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 7 โมงเช้า 15 นาที รวมเวลา 33 ชั่วโมง 15 นาที

จุดที่น่าทึ่ง ยังรวมถึงการใช้ BIM (building information modeling) โมเดล 3 มิติรวมงานแบบสถาปัตย์-โครงสร้าง-ระบบเข้าด้วยกัน ช่วยลดของเสียจากการเผื่อวัสดุ ประหยัดพื้นที่จัดเก็บ เวลา และต้นทุนการก่อสร้าง นำวัสดุเหลือใช้หมุนเวียนกลับมาเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตอีกครั้ง ทำให้ของเสียกลายมาเป็นประโยชน์ที่เกิดกับทุกฝ่าย (from waste to wealth)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...